ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 เผยแพร่ผลการอ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อท95/2567 และคดีหมายเลขแดงที่ อท60/2569 ในวันนี้ (27 พฤษภาคม) ซึ่งเป็นคดีที่ได้รับความสนใจจากสังคมอย่างกว้างขวาง
ประเด็นสำคัญ
โดยมี วีระ สมความคิด นักสิทธิมนุษยชนและประธานเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นิวัติไชย เกษมมงคล ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นจำเลยที่ 1 พร้อมด้วยกลุ่มคณะกรรมการ ป.ป.ช. รวมทั้งสิ้น 12 คน ในข้อหาความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ
▪️โจทก์ฟ้อง 12 จำเลยจงใจร่วมกันปกปิดข้อมูล
คดีนี้สืบเนื่องจากความพยายามของ วีระ สมความคิด ในการขอเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของทางราชการ เพื่อตรวจสอบการทำงานของ ป.ป.ช. ในกรณีการไต่สวนข้อเท็จจริงเรื่องการจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ ของ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะประเด็นที่ไม่ได้แสดงรายการครอบครองนาฬิกาข้อมือราคาแพงและแหวนประดับมีค่าจำนวนหลายรายการ
โจทก์ได้ฟ้องร้องว่า ระหว่างวันที่ 22 สิงหาคม 2562 ถึงวันที่ 23 พฤษภาคม 2567 กลุ่มจำเลยทั้ง 12 คน ได้ร่วมกันกระทำความผิดหลายกรรมต่างวาระ ด้วยการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพิกเฉยไม่ยอมส่งมอบข้อมูลข่าวสารจำนวน 3 รายการตามที่โจทก์ร้องขอ
สำหรับข้อมูลสำคัญ 3 รายการ ประกอบด้วย รายงานการแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานเอกสารทั้งหมด ความเห็นของพนักงานเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ทุกคนที่รับผิดชอบ และรายงานการประชุมของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว
แม้คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารสาขาสังคมฯ มีคำวินิจฉัยให้ ป.ป.ช. เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวแก่โจทก์แล้ว แต่กลุ่มจำเลยกลับฝ่าฝืนคำวินิจฉัย รวมถึงฝ่าฝืนคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดที่สั่งให้เปิดเผยข้อมูลทั้ง 3 รายการ
ยิ่งไปกว่านั้น กลุ่มจำเลยยังฝ่าฝืนคำบังคับของศาลปกครองกลางที่กำหนดขีดเส้นตายให้ปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดให้ครบถ้วนภายในวันที่ 11 สิงหาคม 2566 จนเป็นเหตุให้ศาลปกครองกลางมีคำสั่งปรับสำนักงาน ป.ป.ช. และคณะกรรมการ ป.ป.ช. รายละ 5,000 บาท
โจทก์ระบุในคำฟ้องว่า การกระทำของจำเลยทั้ง 12 เป็นการสมคบกันปกปิดความจริงอย่างชัดเจน แม้ในเวลาต่อมา จำเลยที่ 1 จะมีหนังสือด่วนที่สุดแจ้งให้โจทก์ไปรับเอกสารตามคำบังคับของศาล แต่กลับส่งมอบเอกสารให้ไม่ครบถ้วน มีการคาดสีดำทับตัวอักษรและปกปิดข้อความหลายส่วน โจทก์จึงมองว่าเป็นการร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 83
▪️ศาลชี้ ‘วัชรพล’ และ ‘สุภา’ อดีต ป.ป.ช. ผิดจริงตามฟ้อง พิพากษาจำคุก
ในกระบวนการพิจารณาคดี ชั้นไต่สวนมูลฟ้อง โจทก์ได้ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยที่ 4 เนื่องจากจำเลยมีอายุครบ 70 ปีและพ้นวาระการดำรงตำแหน่งไปก่อนเกิดเหตุ ซึ่งศาลอนุญาต
ต่อมาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า พฤติการณ์ของจำเลยที่ 3, 7, 8 และ 11 ซึ่งเป็นกลุ่มที่ลงมติไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดนั้น มีมูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 จึงสั่งประทับฟ้องจำเลยทั้งสี่คนไว้พิจารณา และให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1, 2, 5, 6, 9, 10 และ 12
ต่อมาในระหว่างการพิจารณา โจทก์ได้ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 8 และ 11 ซึ่งศาลได้อนุญาต แต่ในชั้นสืบพยาน โจทก์ได้ยื่นขอถอนฟ้องจำเลยที่ 3 และ 7 เพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ศาลได้มีคำสั่งยกคำร้องขอถอนฟ้องดังกล่าว โดยให้เหตุผลตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 7 เมษายน 2569 ว่า การที่โจทก์ขอถอนฟ้องนั้นไม่เป็นประโยชน์แก่สาธารณะ และอาจเกิดความเสียหายที่มีผลกระทบต่อรัฐเป็นสำคัญ
ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 พิพากษาชี้ว่า วีระ โจทก์ในคดีนี้ เป็นนักสิทธิมนุษยชนที่มีหน้าที่ช่วยเหลือราชการต้านภัยคอร์รัปชั่น การขอข้อมูลข่าวสารจาก ป.ป.ช. ล้วนเป็นไปเพื่อตรวจสอบการทุจริต โดยเฉพาะเมื่อศาลปกครองสูงสุดพิพากษาให้โจทก์มีสิทธิได้รับเอกสาร โจทก์จึงถือเป็นผู้เสียหายโดยตรงและเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) จึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้อย่างถูกต้อง
ศาลพิจารณาพฤติการณ์แล้วเห็นว่า การกระทำของจำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 7 เป็นความผิดตามฟ้องจริง โดยมีเจตนาเดียวคือเพื่อมิให้โจทก์ได้รับข้อมูลข่าวสารทั้ง 3 รายการตั้งแต่ต้น จึงถือเป็นการกระทำกรรมเดียว
ท้ายที่สุด ศาลจึงมีคำพิพากษาว่า จำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 7 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 83 โดยให้ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 3 ปี
สำหรับคดีนี้ จำเลยที่ 1 กับพวกรวม 12 คน ได้แก่
- นิวัติไชย เกษมมงคล อดีตเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.
- วรวิทย์ สุขบุญ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.
- พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ อดีตประธานกรรมการ ป.ป.ช.
- ปรีชา เลิศกมลมาศ
- พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง
- ณรงค์ รัฐอมฤต
- สุภา ปิยะจิตติ
- วิทยา อาคมพิทักษ์
- สุวณา สุวรรณจูฑะ
- พล.อ. บุณยวัจน์ เครือหงส์
- ณัฐจักร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา
- สุชาติ ตระกูลเกษมสุข ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ ป.ป.ช.
ล่าสุดจำเลยที่ถูกพิพากษาจำคุกคือ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ และ สุภา ปิยะจิตติ กำลังดำเนินการยื่นประกันตัว โดยศาลได้ตีราคาหลักประกันคนละ 400,000 บาท โดยมีเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ


