×

สรุปต้นจนจบ ภารกิจล่า 140 รายชื่อสมาชิกรัฐสภา ยื่นไต่สวน ป.ป.ช. เหตุยกคำร้องคดีศักดิ์สยาม มีโอกาสสำเร็จแค่ไหน

28.04.2026
  • LOADING...
ภาพปกข่าวแสดงโลโก้ตรงกลาง มีภาพบุคคล 2 คนขนาบข้าง พร้อมข้อความ 'เป็นไปได้หรือไม่ ล่ารายชื่อไต่สวน ป.ป.ช. ส่อฟอกขาว ‘ศักดิ์สยาม’'

กระบวนการทั้งหมดเริ่มจากมติของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ให้ ‘ยกคำร้อง’ คดีของ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กรณีซุกหุ้น รวมถึงการแจ้งบัญชีทรัยพ์สินอันเป็นเท็จ ทั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยมาแล้วก่อนหน้านี้

 

 
 

ย้อนอ่านเหตุผล ป.ป.ช. ทำไมยกคำร้องศักดิ์สยาม

 

  • มกราคม 2567 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 7 ต่อ 1 วินิจฉัยให้ศักดิ์สยามพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี เนื่องจากมีพฤติกรรม ‘นอมินี’ หรือตัวแทนอำพรางใช้อำนาจสั่งการในห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น
  • ช่วงกลางเดือนกันยายน 2568 คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติ ‘ยกคำร้อง’ ในคดีของศักดิ์สยาม ก่อนจะมีเอกสารชี้แจงเหตุผลออกมาในวันที่ 23 เมษายน 2569
  • เอกสารของประเด็นแรกคือ ข้อเท็จจริงรับฟังไม่ได้ว่าศักดิ์สยามจงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สิน เพราะศักดิ์สยามเคยโอนหุ้นให้ ‘นาย ศ.’ ตั้งแต่ก่อนรับตำแหน่งแล้ว เมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ‘นาย ศ.’ เป็นนอมินี ศักดิ์สยามจึงได้ฟ้องศาลเพื่อให้นาย ศ. คืนสิทธิในหุ้นดังกล่าว แล้วมาแจ้งปรับปรุงบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. ทันที
  • ส่วนข้อกล่าวหาว่าศักดิ์สยามใช้อำนาจ รมว. คมนาคม เอื้อประโยชน์ให้ หจก. บุรีเจริญฯ ป.ป.ช. บอกว่าไม่มีมูลให้รับฟังได้ เพราะ หจก. ก็ไม่ได้รับงานจากกระทรวงคมนาคมมากขึ้นจากปกติในช่วงที่ศักดิ์สยามเป็นรัฐมนตรี โดยรับปีละเฉลี่ย 27 สัญญา
  • ป.ป.ช. ยังย้ำด้วยว่า ข้อเท็จจริงที่ ป.ป.ช. พิจารณาเป็นคนละข้อเท็จจริงกับศาลรัฐธรรมนูญ จึงไม่ถือว่ามติ ป.ป.ช. ขัดหรือแย้งกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ
  • ส่วนเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมหรือไม่นั้น ป.ป.ช. บอกว่า กำลังอยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบเบื้องต้น

 

หาแนวร่วม ‘ล่ารายชื่อ’ ส่งศาล ตั้งคณะไต่สวน ป.ป.ช.

 

  • ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส. พรรคประชาชน ซึ่งเคยเป็นผู้อภิปรายไม่ไว้วางใจศักดิ์สยามในประเด็นนี้ และยื่นหลักฐานร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ระบุว่า ไม่เชื่อในคำชี้แจงของ ป.ป.ช. และมองว่า “เหมือนการเล่นละครแล้วเอาศาลเป็นตัวประกอบ”
  • เช่นเดียวกับ พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. พรรคประชาชน ที่กังวลว่า จะเป็นการฟอกขาวให้ศักดิ์สยาม และมองว่าคำแถลงของ ป.ป.ช. อาจเข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
  • พรรคประชาชนจึงดำเนินการ ‘ล่ารายชื่อ’ ตามมาตรา 236 เพื่อยื่นให้ประธานรัฐสภาส่งเรื่องไปยังประธานศาลฎีกาเพื่อตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระ ตรวจสอบว่า ป.ป.ช. ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่ ซึ่งกลไกนี้ต้องมีรายชื่อสมาชิกรัฐสภา (สส. หรือ สว.) ไม่น้อยกว่า 140 คน หรือ 1 ใน 5 ของสมาชิกรัฐสภาทั้งหมด
  • ล่าสุดวันนี้ (28 พฤษภาคม) รายชื่ออยู่ที่ประมาณ 130 ชื่อแล้ว โดยมี สส. พรรคประชาชน 119 คน (ไม่รวมงูเห่า), นพ. วรงค์ เดชกิจวิกรม สส. พรรคไทยภักดี 1 คน, สว. ราว 10 คน ส่วนพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นๆ อยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะร่วมลงชื่อหรือไม่
  • อย่างไรก็ตาม การยื่นรายชื่อดังกล่าวต้องขึ้นอยู่กับดุลพินิจของ โสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาด้วย ทำให้พริษฐ์กังวลว่าอาจซ้ำรอยกับที่ วันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานรัฐสภา ปัดตกคำร้องในลักษณะนี้มาก่อนที่จะมีการยุบสภา แม้จะยื้อเวลาพิจารณาคำร้องมาถึง 10 เดือน
  • นอกจากนี้ ยังมีอีกช่องทางหนึ่งที่สามารถทำได้ คือประชาชนล่ารายชื่ออย่างน้อย 20,000 ชื่อ เพื่อเสนอเข้ามาอีกทางได้ แต่คำร้องก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของประธานรัฐสภาอีกเช่นกันว่าจะยื่นต่อศาลหรือไม่

 

มาตรา 236 เปิดช่องประธานรัฐสภา ‘ฮั้ว’ กับ ป.ป.ช.

 

  • พรรคประชาชนยังได้ดำเนินการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 คู่ขนานไปด้วย เพราะเป็นมาตราที่มีปัญหาเรื่องการใช้ดุลพินิจของประธานรัฐสภา ที่สามารถปัดคำร้องของสมาชิกรัฐสภาได้ พริษฐ์มองว่า อาจเปิดโอกาสให้มีการฮั้วกันระหว่างประธานรัฐสภาและ ป.ป.ช. เพื่อสกัดข้อร้องเรียนไม่ให้ไปถึงศาล
  • พรรคประชาชนได้ยื่นร่างแก้ไขมาตรา 236 ดังกล่าวไปตั้งแต่เดือนมีนาคม แต่ก็ยังต้องรอประธานรัฐสภาคนปัจจุบันนัดหมายประชุมร่วมกันของรัฐสภาเสียก่อน เพื่อนำร่างแก้ไขฯ ดังกล่าวมาพิจารณา
  • พริษฐ์เผยด้วยว่า เมื่อ 11 ธันวาคม 2568 หรือ 1 วันก่อนยุบสภา วันมูหะมัดนอร์ได้ตีตกคำร้องที่พรรคประชาชนยื่นไป 2 เรื่อง คือ กรณีนาฬิกายืนเพื่อนของ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ และกรณีปรากฏคลิปเสียงสนทนาระหว่างกรรมการ ป.ป.ช. เข้าพบวันมูหะมัดนอร์ เป็นการส่วนตัว เขาชี้ว่า เหตุการณ์นี้ยิ่งตอกย้ำความจำเป็นในการแก้ไขมาตรา 236

 

‘คณะผู้ไต่สวน’ เมื่อผู้ตรวจสอบต้องถูกตรวจสอบ

 

  • ตามมาตรา 236 หากประธานรัฐสภาเห็นว่าคำร้องของสมาชิกรัฐสภา หรือประชาชน 20,000 รายชื่อ มีมูลรับฟังได้ จะส่งเรื่องไปยังประธานศาลฎีกาเพื่อพิจารณาแต่งตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระ
  • คณะผู้ไต่สวน จะประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ 9 คน เช่น รองประธานศาลฎีกา, ผู้พิพากษาอาวุโส, อัยการระดับสูง หรือนักวิชาการด้านนิติศาสตร์
  • หากคณะผู้ไต่สวนพบว่า พฤติการณ์ดังกล่าวมีมูล จะส่งสำนวนฟ้องไปยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อพิจารณาคดีและมีคำพิพากษาต่อไป
  • กรณีศึกษาที่เกิดขึ้นเร็วๆ นี้ คือเมื่อ 27 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ประธานศาลฎีกาได้แต่งตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระตามเพื่อไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีกรรมการ ป.ป.ช. ถูกกล่าวหาว่ามีพฤติการณ์รับสินบนทองคำหนัก 246 บาท เพื่อช่วยเหลือในคดีพนันออนไลน์ที่พัวพันกับอดีตรอง ผบ.ตร.
  • กรณีดังกล่าวถือเป็นครั้งแรกหลังบังคับใช้รัฐธรรมนูญปี 2560 ที่มีการใช้กลไกนี้ไต่สวนบุคลากรองค์กรอิสระระดับสูงอย่าง ป.ป.ช. โดยคณะผู้ไต่สวนทั้ง 9 คน มี ชวลิต อิศรเดช รองประธานศาลฎีกา, ศ. พิเศษ วิชา มหาคุณ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. และผู้ทรงคุณวุฒิอีกหลายท่าน
  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising