วันนี้ (23 มิถุนายน) พ.ต.อ.ทีนัฐกรณ์ วันนแสงประเสริฐ รองผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (รอง ผบก.ปปป.) พร้อมด้วย พ.ต.ท.สุรเชษฐ์ เดชะพันธ์ รองผู้กำกับการ 2 บก.ปปป., พัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และเนติพล ชุมยวง ร่วมกันแถลงผลปฏิบัติการทลายเครือข่ายขบวนการทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น
ปฏิบัติการดังกล่าวสืบเนื่องมาจากการได้รับเรื่องร้องเรียนพร้อมพยานหลักฐานและคลิปเสียง ซึ่งระบุว่ามีกลุ่มบุคคลและสถาบันกวดวิชาบางแห่งแอบอ้างว่ามีเส้นสายภายใน สามารถช่วยเหลือผู้สมัครสอบให้ผ่านการคัดเลือกและเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่นได้ โดยมีการเรียกรับผลประโยชน์ทางการเงินตั้งแต่ 350,000 บาท สำหรับตำแหน่งทั่วไป และสูงถึง 700,000–800,000 บาท ในพื้นที่ที่มีอัตราการแข่งขันสูง
ทั้งนี้ การสอบแข่งขันดังกล่าวเป็นการสอบของคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ประจำปี 2568 ซึ่งเปิดรับสมัครรวม 87 ตำแหน่ง จำนวน 6,669 อัตรา
จากการสืบสวนเชิงลึกของเจ้าหน้าที่ พบว่าบ้านพักอำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี ถูกใช้เป็นสถานที่ลับสำหรับการแก้ไขกระดาษคำตอบ เพื่อปรับแต่งคะแนนให้สอดคล้องกับรายชื่อของผู้ที่ยอมจ่ายเงิน โดยมีผู้ต้องสงสัยคนสำคัญคือ พิชิต ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้จัดเก็บและซุกซ่อนกระดาษคำตอบไว้ภายในสถานที่ดังกล่าว
ผลจากการนำกำลังเข้าตรวจค้น เจ้าหน้าที่สามารถยึดของกลางได้เป็นจำนวนมาก ประกอบด้วย:
- คอมพิวเตอร์และซีพียู จำนวน 18 ชุด ที่ใช้ในการแก้ไขข้อมูลกระดาษคำตอบ
- อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลดิจิทัล ที่บรรจุข้อมูลกระดาษคำตอบของผู้เข้าสอบจากทั่วประเทศ
- บัญชีรายชื่อผู้เข้าสอบ ที่ถูกกำหนดให้มีการแก้ไขคะแนน
- สำเนากระดาษคำตอบ ของการสอบเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2568 ประมาณ 3,000 ราย โดยพบว่ามีการแก้ไขคะแนนเสร็จสิ้นไปแล้วประมาณ 2,000 ราย
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ประเมินว่าขบวนการทุจริตสอบในครั้งนี้สร้างมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 4,500 ล้านบาท จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน เพื่อเร่งขยายผลหาความเชื่อมโยงไปถึงผู้ร่วมขบวนการ ข้าราชการระดับสูง และผู้เข้าสอบที่เกี่ยวข้อง
เนติพล ชุมยวง เปิดเผยว่า ภายหลังได้รับเบาะแส เจ้าหน้าที่สำนักสืบสวนได้วางแผนเฝ้าสังเกตการณ์สถานที่ดังกล่าวอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 3 วัน จนพบความเคลื่อนไหวของการเข้าออกที่ผิดปกติ ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลที่ได้รับแจ้ง จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลเข้าตรวจค้น และพบทั้งคอมพิวเตอร์ เอกสาร รวมถึงกระดาษคำตอบที่กำลังอยู่ระหว่างกระบวนการแก้ไขในขณะเข้าจับกุม
ด้าน พ.ต.ท.สุรเชษฐ์ เดชะพันธ์ ชี้แจงถึงรูปแบบการกระทำความผิดว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งจะเดินทางเข้ามาปฏิบัติงานที่บ้านหลังดังกล่าวในช่วงหลังเวลาเลิกงานราชการ (ประมาณ 17.00 – 20.00 น.) โดยอาศัยทำเลที่ตั้งซึ่งอยู่ในซอยลึกทำให้ยากต่อการสังเกต สำหรับวิธีการนั้นไม่ได้ใช้วิธีลบหรือฝนกระดาษคำตอบใหม่ แต่เป็นการแก้ไขข้อมูลในระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยคัดแยกรายชื่อผู้ที่จ่ายเงินออกจากผู้สมัครทั่วไป นำเข้าสู่ระบบเพื่อกำหนดข้อที่ต้องแก้ไข แล้วจึงส่งข้อมูลกลับไปยังจุดต้นทางเพื่อบันทึกผลคะแนนตามที่ต้องการ
พ.ต.อ.ทีนัฐกรณ์ วันนแสงประเสริฐ กล่าวย้ำว่า ปฏิบัติการเชิงรุกในครั้งนี้จัดทำขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลที่ไม่มีคุณภาพเข้ามาดำรงตำแหน่งทางราชการผ่านกระบวนการทุจริต พร้อมเน้นย้ำให้ประชาชนที่พบเห็นเบาะแสในลักษณะเดียวกัน แจ้งข้อมูลมายัง ป.ป.ช. หรือ บก.ปปป. ได้ตลอดเวลา
นอกจากนี้ ในประเด็นบทบาทของพิชิตและการพบเจ้าหน้าที่รัฐถึง 10 คนอยู่ภายในสถานที่เกิดเหตุนั้น เนติพลระบุว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการไต่สวนเชิงลึก เนื่องจากพบข้อมูลการใช้ตัวกลางเชื่อมโยงระหว่างผู้ว่าจ้างและผู้ดำเนินการ ซึ่งจะต้องตรวจสอบเส้นทางการนำเอกสารออกจากระบบ รวมไปถึงความเชื่อมโยงกับสนามสอบอื่น เนื่องจากตรวจพบเอกสารสูงถึงกว่า 9,000 แผ่น
ทั้งนี้ สำหรับกลุ่มผู้เข้าสอบที่จ่ายเงินจนสอบผ่านและได้รับการบรรจุแต่งตั้งไปแล้วนั้น เจ้าหน้าที่จะพิจารณาตรวจสอบพยานหลักฐานเป็นรายบุคคล หากพบการกระทำผิดจริง จะถูกดำเนินคดีทั้งทางอาญา ทางวินัย และมีผลต่อสถานะการดำรงตำแหน่งตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป





