×

Inside Out 2 บทเรียนแห่งการเปลี่ยนแปลงของสาวน้อย Riley และเหล่าอารมณ์อลเวง

13.06.2024
  • LOADING...

HIGHLIGHTS

  • Inside Out 2 มหัศจรรย์อารมณ์อลเวง 2 ภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องล่าสุดจาก Disney และ Pixar และยังเป็นผลงานการกำกับภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องแรกของ Kelsey Mann หนึ่งในทีมงานเบื้องหลังจากผลงานเรื่องเยี่ยมอย่าง Onward (2020)
  • ด้วยระยะเวลาออกฉายที่ห่างกันนานเกือบทศวรรษจึงทำให้ผู้เขียนเกิดคำถามขึ้นเล็กๆ ว่าผู้กำกับและทีมสร้างจะต่อยอดเรื่องราวของสาวน้อย Riley และเหล่าอารมณ์อลเวงออกมาอย่างไร และยังต้องสามารถเชื่อมโยงกับผู้ชมที่เติบโตขึ้นในปัจจุบันไปพร้อมกันด้วย
  • สิ่งที่ Inside Out 2 ยังคงรักษาจุดแข็งของภาคแรกไว้ได้อย่างครบถ้วนคือการฉายภาพให้เราเห็นถึงความสำคัญของทุกอารมณ์และกระบวนการทำงานของมันออกมาให้เราเห็นเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน

Inside Out 2 มหัศจรรย์อารมณ์อลเวง 2 ภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องล่าสุดจาก Disney และ Pixar และยังเป็นผลงานการกำกับภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องแรกของ Kelsey Mann หนึ่งในทีมงานเบื้องหลังจากผลงานเรื่องเยี่ยมอย่าง Onward (2020) ที่จะพาผู้ชมไปติดตามเรื่องราวการเติบโตของ Riley ผ่านสายตาของเหล่าอารมณ์อลเวงกันอีกครั้ง หลังจากที่ Inside Out (2015) ภาคแรก ได้สร้างความประทับใจแก่ผู้ชมจนสามารถกวาดรายได้รวมทั่วโลกสูงถึง 858 ล้านดอลลาร์ พร้อมคว้ารางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์แอนิเมชันยอดเยี่ยมมาได้สำเร็จ

 

 

โดยครั้งนี้จะดำเนินเรื่องราวห่างจากภาคแรกประมาณ 2 ปี เมื่อ Riley (Kensington Tallman) ในวัย 13 ปีกำลังจะก้าวเข้าสู่การเป็นวัยรุ่นที่เธอจะได้พบกับสิ่งใหม่ที่ไม่คุ้นเคยมากมาย รวมไปถึงอารมณ์ใหม่อย่างว้าวุ่น (Maya Hawke), อิจฉา (Ayo Edebiri), เฉยชิล (Adèle Exarchopoulos) และเขินอาย (Paul Walter Hauser) 

 

ไม่ใช่แค่ Riley ที่ต้องปรับตัว แต่ยังรวมถึงเหล่า 5 อารมณ์อย่างลั้ลลา (Amy Poehler), เศร้าซึม (Phyllis Smith), ฉุนเฉียว (Lewis Black), กลั๊วกลัว (Tony Hale) และหยะแหยง (Liza Lapira) ก็ต้องรับมือกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่และพยายามช่วยเหลือ Riley ไปพร้อมกัน

 

 

แม้ว่าเรื่องราวของ Inside Out 2 จะห่างจากเหตุการณ์ในภาคแรกประมาณ 2 ปี แต่ในโลกความจริงภาพยนตร์เรื่องนี้ออกฉายห่างจากภาคแรกนานถึง 9 ปีเลยทีเดียว หรือถ้าให้เปรียบเทียบว่ามีนักเรียนมัธยมปลายที่ได้ดู Inside Out ครั้งแรกในโรงภาพยนตร์ ตอนนี้พวกเขาคงจะใกล้เรียนจบหรือเรียนจบมหาวิทยาลัยกันแล้ว

 

ดังนั้นด้วยระยะเวลาออกฉายที่ห่างกันนานเกือบทศวรรษนี้จึงทำให้ผู้เขียนเกิดคำถามขึ้นเล็กๆ ว่าผู้กำกับและทีมสร้างจะต่อยอดเรื่องราวของสาวน้อย Riley และเหล่าอารมณ์อลเวงออกมาอย่างไร และยังต้องสามารถเชื่อมโยงกับผู้ชมที่เติบโตขึ้นในปัจจุบันไปพร้อมกันด้วย 

 

และดูเหมือนว่าผู้กำกับและทีมสร้างจะหยิบนำพลังของระยะห่างตรงนี้มาใช้เป็นแกนหลักสำคัญของเรื่อง นั่นคือ ‘การเปลี่ยนแปลง’ เพราะระยะเวลาเกือบ 10 ปีก็มากพอที่จะพาชีวิตของคนคนหนึ่งไปพบเจอกับการเปลี่ยนแปลงมากมาย ทั้งในแง่ของสภาพแวดล้อมรอบตัว ความคิด และอารมณ์ในจิตใจที่เริ่มมีมากกว่าแค่สุขหรือเศร้า

 

 

เช่นเดียวกับสาวน้อย Riley และเหล่าอารมณ์อลเวงซึ่งในภาคที่แล้วพวกเธอได้พาเราไปสำรวจว่าบางครั้งอารมณ์หม่นเศร้าเองก็เป็นส่วนสำคัญที่ขาดไม่ได้ของการเติบโต มาคราวนี้เราจะได้ไปติดตามสาวน้อย Riley ที่ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงมากมาย ทั้งการต้องรับมือกับความผิดพลาด การพยายามปรับตัวเข้ากับสังคมใหม่ๆ ความคาดหวังที่อยากให้คนอื่นยอมรับ ไปจนถึงการที่บางครั้งเราก็เผลอทำร้ายความรู้สึกของคนรอบข้างไปโดยไม่รู้ตัว

 

ทางฝั่งของอารมณ์ทั้ง 5 เองก็ต้องรับมือกับการเปลี่ยนแปลงจากภายในไม่แพ้กัน เมื่อว้าวุ่นหรือความวิตกกังวลกำลังพยายามจะเข้ามาควบคุมศูนย์สั่งการ จนทำให้ลั้ลลาและผองเพื่อนถูกไล่ออกมา และต้องออกผจญภัยอีกครั้งเพื่อช่วยเหลือ Riley ที่กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ

 

 

โดยสิ่งที่ Inside Out 2 ยังคงรักษาจุดแข็งของภาคแรกไว้ได้อย่างครบถ้วนคือการฉายภาพให้เราเห็นถึงความสำคัญของทุกอารมณ์และกระบวนการทำงานของมันออกมาให้เราเห็นเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน เริ่มตั้งแต่ความวิตกกังวลที่ในมุมหนึ่งก็อาจทำให้เราครุ่นคิดกับอนาคตที่ยังไม่เกิดขึ้นมากเกินไป แต่ในทางกลับกันมันก็ช่วยให้เราได้ลองคิดและวางแผนเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ต่างๆ ไปพร้อมกัน หรือจะเป็นความอิจฉาที่บางครั้งมันก็เป็นแรงผลักดันให้เราอยากจะพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้นกว่าเดิม 

 

และสิ่งที่เพิ่มเข้ามาในภาคนี้คือการพาเราไปสำรวจดูว่าอารมณ์ที่หลากหลายเหล่านี้ค่อยๆ ถูกถักทอเป็น ‘ตัวตน’ ของคนคนหนึ่งขึ้นมาได้อย่างไร เพราะทุกอารมณ์และทุกความทรงจำล้วนเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ประกอบร่างขึ้นมาจนกลายเป็นตัวเราในปัจจุบัน

 

 

ขณะเดียวกัน เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับ Riley ในภาคนี้ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ผู้ชมทุกคนที่เติบโตขึ้นมาพร้อมกับภาพยนตร์เรื่องนี้ต่างเคยประสบพบเจอและอาจจะข้ามผ่านมาแล้วไม่มากก็น้อย แต่เพียงความพิเศษของ Inside Out 2 ครั้งนี้คือการเปิดประตูให้ผู้ชมได้ลองกลับมานั่งสำรวจและทบทวนทุกห้วงอารมณ์ของตัวเองไปพร้อมกับ Riley กันอีกครั้งว่า ณ วันนี้เรากำลังอยู่กับอารมณ์ไหนมากเกินไปหรือเปล่า เรากำลังเก็บซ่อนหรือมองข้ามอารมณ์ไหนอยู่บ้าง จนบางทีสิ่งเหล่านี้ก็อาจทำให้เราหลงทางและอาจลืมไปว่าตัวตนของเราจริงๆ เป็นแบบไหน 

 

เพราะบางครั้งการลองกลับมานั่งทำความเข้าใจว่าตอนนี้อารมณ์ของเราเป็นอย่างไร ก็อาจทำให้เรามองเห็นตัวเองชัดขึ้น มองเห็นผู้อื่นชัดขึ้น ปล่อยวางกับบางสิ่งได้มากขึ้น และที่สำคัญคือสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้ดียิ่งขึ้น

 

 

ซึ่งผู้กำกับและทีมสร้างก็ตีความและถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านี้ออกมาได้อย่างน่าประทับใจไม่แพ้ภาคแรก ทั้งการออกแบบอารมณ์ใหม่ทั้ง 4 ให้ออกมาเป็นตัวละครสุดน่ารักน่ากอด พร้อมทั้งยังบ่งบอกลักษณะของอารมณ์ให้เราเห็นเป็นรูปธรรมไปพร้อมกัน การผจญภัยของลั้ลลาและผองเพื่อนที่แม้ว่าคราวนี้อาจจะไม่ได้พาเราไปสำรวจสถานที่ใหม่ๆ มากนัก แต่ผู้กำกับและทีมสร้างก็ยังตีความและสร้างสรรค์การผจญภัยครั้งใหม่ของพวกเขาและเธอออกมาได้อย่างน่าสนใจ ไปพร้อมกับการดำเนินเรื่องที่พาเราไปสำรวจการเติบโตของทั้ง Riley และอารมณ์ทั้ง 9 จนทำให้เราหลงรักพวกเธอมากขึ้นกว่าเดิม

 

 

ในภาพรวมแล้วแม้ว่า Inside Out 2 จะออกฉายห่างจากภาคแรกนานกว่า 9 ปี แต่ภาพยนตร์ก็ยังอัดแน่นไปด้วยงานภาพที่สวยสดงดงาม การนำเสนอที่สนุกสนาน และการสร้างสรรค์ตัวละครที่ทำให้เราหลงรัก เพิ่มเติมด้วยเรื่องราวอันน่าประทับใจที่เติบโตขึ้นตามตัวละครและสามารถเชื่อมโยงกับผู้ชมได้ทุกวัย 

 

Inside Out 2 มหัศจรรย์อารมณ์อลเวง 2 เข้าฉายแล้ววันนี้ ในโรงภาพยนตร์

 

รับชมตัวอย่างได้ที่: www.youtube.com/watch?v=itztZ9pLC14

 

 

ภาพ: Disney

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

X
Close Advertising