×

พ่ายแพ้ เรียนรู้ เกิดใหม่ รวมบทเรียนในวงการกีฬาไทย 2019

23.12.2019
  • LOADING...
วงการกีฬาไทย 2019

HIGHLIGHTS

8 Mins. Read
  • ปี 2019 เป็นปีที่ฟุตบอลทีมชาติไทยได้ อากิระ นิชิโนะ เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนชาวเอเชียครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 
  • การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับช้างศึกคือระเบียบวินัยที่มาประกอบร่างกับความสามารถเฉพาะตัวของนักเตะไทยทำให้เกิดมิติใหม่ของทีม 
  • แต่ผลงานการบุกพ่ายมาเลเซียในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก รวมถึง การตกรอบแรกของซีเกมส์ 2019 ยังนับได้ว่าเป็นการออกสตาร์ทที่ไม่ดีนักสำหรับเฮดโค้ชชาวญี่ปุ่น 
  • ผลงานนักกีฬาไทยในซีเกมส์ 2019 ที่จบอันดับที่ 3 ในตารางเหรียญรางวัล ทั้งแบบรวมทุกชนิดกีฬาและแยกเฉพาะกีฬาสากล 
  • บทเรียนของวงการกีฬาโลกในปี 2019 คือการยอมรับสถานการณ์ของการแข่งขัน เรียนรู้หาจุดอ่อน และเริ่มต้นใหม่

ปี 2019 เป็นปีที่แฟนกีฬาชาวไทยได้หันกลับมามองศักยภาพและพัฒนาการของวงการกีฬามากพอสมควร จากฟุตบอลทีมชาติไทยถึงผลงานของทัพนักกีฬาไทยในศีกซีเกมส์ 2019 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ที่ผ่านมา 

 

เราได้รับบทเรียนอะไรบ้างตลอดปีที่ผ่านมา อะไรคือสิ่งที่เราพัฒนาขึ้น และอะไรคือบทเรียนที่เราต้องเรียนรู้เพื่อก้าวไปสู่ปี 2020 ปีที่มหกรรมกีฬาโอลิมปิกจะโคจรกลับมาแข่งขันอีกครั้งในประเทศญี่ปุ่น 

 

ฟุตบอลไทย ทีมชาติไทย ภายใต้กุนซือเอเชีย 

 

วงการกีฬาไทย 2019

 

ฟุตบอลทีมชาติไทยเป็นปีที่มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอน โดยปีนี้ได้หัวหน้าผู้ฝึกสอนเป็นชาวเอเชียครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 

 

จาก มิโลวาน ราเยวัช สู่โค้ชโต่ย-ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย ถึงอากิระ นิชิโนะ หัวหน้าผู้ฝึกสอนชาวญี่ปุ่น เราได้เห็นความเปลี่ยนแปลงในรูปแบบการบริหารทีมชาติไทยอีกครั้ง 

 

ครั้งนี้ นิชิโนะได้นำพาระบบ ระเบียบวินัย และการทำงานเป็นทีมมาสู่ฟุตบอลทีมชาติไทยที่มีชื่อเสียงด้านความสามารถเฉพาะตัวของนักเตะ จนทำให้เกิดมิติใหม่ของการเล่นขึ้น 

 

โดยเกมแรกของฟุตบอลทีมชาติไทยภายใต้ยุคสมัยของนิชิโนะอย่างเป็นทางการเป็นการพบกับเวียดนาม ทีมในภูมิภาคอาเซียนที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วตลอดหลายปีที่ผ่านมา ภายใต้การคุมทีมของ พัคฮังซอ กุนซือชาวเกาหลีใต้ 

 

วงการกีฬาไทย 2019

ภาพ: ดิษยุตม์ ธนบุญชัย / THE STANDARD 

 

และผลการแข่งขันด้วยการเสมอกันทั้ง 2 นัดที่เจอกันทั้งเหย้าและเยือนโดยไม่มีประตูเกิดขึ้นเลย ก็เป็นบทพิสูจน์แล้วว่าเวียดนามพัฒนาขึ้นมาถึงระดับไหนของอาเซียน 

 

แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปในเวลานี้ของฟุตบอลทีมชาติไทยภายใต้อากิระ นิชิโนะ คือระเบียบวินัย และความตรงต่อเวลา 

 

หากเวียดนามจะน่าเกรงขามด้วยคือความแข็งแกร่งและความฟิต บวกกับสไตล์การทำทีมของพัคฮังซอที่พร้อมบู๊เพื่อชัยชนะ 

 

ไทยภายใต้อากิระ นิชิโนะ ก็มีระเบียบวินัย และระบบที่มาประกอบร่างกับความสามารถเฉพาะตัวของนักเตะไทยที่อยู่ในไทยลีก และก้าวข้ามไปเล่นในเจลีก ถือเป็นจุดแข็งใหม่ที่น่าสนใจพอสมควรสำหรับช้างศึก

 

การทำงานของสื่อภายใต้ยุคของนิชิโนะ ก็บ่งบอกได้ถึงความเป็นมืออาชีพของนิชิโนะพอสมควร โดยทุกครั้งที่มีการซ้อมทีมชาติไทย สื่อต้องเดินทางไปถึงสนามก่อนเวลาอย่างน้อย 1 ชั่วโมง เพราะนั่นคือเวลาที่ อากิระ นิชิโนะ จะเดินทางไปถึง เพื่อเตรียมความพร้อมทุกอย่างก่อนเริ่มซ้อม 

 

วงการกีฬาไทย 2019

ภาพ: ดิษยุตม์ ธนบุญชัย / THE STANDARD 

 

ขณะที่การฝึกซ้อม นิชิโนะจะพูดคุยกับนักเตะทีละคน ส่วนการวอร์ม ซ้อมแท็กติกต่างๆ จะเป็นหน้าที่ของโค้ชทีมชาติไทยที่นิชิโนะได้กระจายหน้าที่ไปให้ เพื่อการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ และเพื่อให้เขามีเวลาได้ทำความรู้จักและเข้าใจรายละเอียดของนักเตะที่ละคน 

 

ผลของการทำงานรูปแบบนี้ได้ก่อให้เกิดเกมรับที่เป็นระเบียบและละเอียดมากขึ้น จากที่ได้มีโอกาสติดตามทำข่าวฟุตบอลทีมชาติไทย 

 

แต่ผลงานในช่วงเวลาที่ผ่านมา การบุกไปพ่ายต่อมาเลเซียในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก 2022 โซนเอเชีย และการตกรอบแรกของฟุตบอลชายซีเกมส์เป็นสิ่งที่ต้องยอมรับว่าเป็นความล้มเหลวที่ยังมีเหตุผลกำกับไว้ว่า ‘เวลาเตรียมทีมน้อยเกินไป’ 

 

ปี 2020 ที่กำลังจะมาถึงนี้ นิชิโนะจะเจอกับบททดสอบครั้งใหญ่อีกครั้งด้วยการพาทีมชาติไทยลงแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชียรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม ซึ่งนับเป็นโอกาสสำคัญของไทยในการผ่านเข้ารอบสุดท้ายโอลิมปิกเป็นสมัยที่ 3 ที่ประเทศญี่ปุ่นในปี 2020 

 

วงการกีฬาไทย 2019

ภาพ: ดิษยุตม์ ธนบุญชัย / THE STANDARD 

ภาพถ่ายการปรับปรุงราชมังคลากีฬาสถาน สนามกีฬาขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ระหว่างการเตรียมพร้อมเป็นเจ้าภาพการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชียรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ในปี 2020 

 

ในตอนนี้เหตุผลที่ว่านิชิโนะได้รับเวลาเตรียมทีมน้อยเกินไปกำลังมีน้ำหนักเบาลงไปเรื่อยๆ พร้อมกับเวลาที่เดินไปข้างหน้า และรูปแบบการทำงานต่างๆ ต้องเริ่มแปลงเป็นผลการแข่งขันตั้งแต่ต้นปี 

 

ไม่เช่นนั้นสุดท้ายแล้วคำกล่าวที่ว่า “เขาอาจไม่ใช่ผู้ที่เหมาะสมในการพาฟุตบอลทีมชาติไทยไปข้างหน้า” อาจจะดังขึ้นเรื่อยๆ จนกลบสิ่งต่างๆ ที่นิชิโนะได้เริ่มต้นทำมา

 

ธีราทร บุญมาทัน กับการเปิดประตูสู่โอกาสของแชมป์เจลีกคนแรกของไทย 

 

วงการกีฬาไทย 2019

 

ความสำเร็จของธีราทร บุญมาทัน ได้รับการยอมรับว่าเป็นความสำเร็จสูงสุดของนักกีฬาอาชีพไทย เมื่อเขาคว้ารางวัลนักกีฬาอาชีพยอดเยี่ยมชายในงานประกาศรางวัลเมื่อวันที่ 16 ธันวาคมที่ผ่านมา 

 

โดยเมื่อวันเสารที่ 7 ธันวาคม ธีราทร บุญมาทัน กลายเป็นนักฟุตบอลไทยคนแรกที่ได้สัมผัสถ้วยแชมป์ฟุตบอลลีกสูงสุดของประเทศญี่ปุ่น เมื่อโยโกฮามา เอฟ มารินอส ต้นสังกัดของเขาสามารถเอาชนะเอฟซี โตเกียว ในเกมสุดท้ายไปได้ถึง 3-0 โดยตัวเขาเองยังได้ยิงประตูแรกอย่างสุดสวยในเกมนี้อีกด้วย 

 

ด้วยฟอร์มการเล่นที่ธีราทร สามารถพัฒนาขึ้นมาเป็นผู้เล่นคนสำคัญของทีมในกราบซ้าย และการเล่นในตำแหน่งที่เป็นมากกว่าแค่แบ็กซ้ายที่เติมเกมรุก และถอยมาตั้งรับ ทำให้ธีราทรพิสูจน์ให้เจลีกได้เห็นศักยภาพของนักฟุตบอลไทย เหมือนกับที่ เจ-ชนาธิป สรงกระสินธ์ ได้ทำไว้อย่างโดดเด่นก่อนหน้านี้ 

 

การคว้าแชมป์ในครั้งนี้ของธีราทร จึงเป็นการเปิดประตูโอกาสให้กับนักฟุตบอลไทยในการก้าวขึ้นไปสู่การแข่งขันลีกสูงสุดของประเทศญี่ปุ่นมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการสร้างนักฟุตบอลไทยในอนาคต 

 

วงการกีฬาไทย 2019

ภาพ: สลัก แก้วเชื้อ / THE STANDARD 

 

เคลาส์ ออเกนธาเลอร์ ตำนานนักเตะทีมชาติเยอรมนีตะวันตกชุดแชมป์โลกปี 1990 เคยให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD ในบทความ ‘ในโลกฟุตบอล ไม่มีใครสนใจความสำเร็จในอดีต’ เคลาส์ ออเกนธาเลอร์ กับขาลงของอินทรีเหล็ก และสิ่งที่ฟุตบอลทีมชาติไทยเรียนรู้ได้จากทีมชาติเยอรมนี ถึงการพัฒนาแข้งเยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของทีมชาติไทยไว้ว่า 

 

ผมเห็นเยาวชนไทยที่มีศักยภาพสูงจนถึงอายุ 15-16 ปี แต่พอโตจากนี้ไปแล้ว เด็กเหล่านี้กลับไม่ได้รับโอกาสไปค้าแข้งกับสโมสรในต่างแดน นั่นคือคำถามที่ต้องหาคำตอบ

 

“นักเตะไทยมีแพสชันในการเล่นฟุตบอลมาก อย่างช่วงพักระหว่างทัวร์นาเมนต์ที่สุพรรณบุรี มีเด็กคนหนึ่งอายุประมาณ 10 ปี ช่วงพักทุกครั้งเขาจะมาเล่นฟุตบอลต่ออยู่คนเดียว ผมจึงเข้าไปเล่นกับเขา และพบว่าถ้าเด็กคนนี้ได้รับการโค้ชที่ดีอย่างต่อเนื่อง ผมเชื่อว่าเด็กคนนี้จะเป็นนักเตะอาชีพได้อย่างแน่นอน

 

“แน่นอน นักเตะทีมชาติไทยสามารถเล่นได้ในลีกรองของเยอรมนี บางคนก็สามารถเล่นได้ในลีกสูงสุด แต่หากพวกเขาไปเล่นก็จำเป็นต้องเล่นในทีมที่มีระบบที่ดี เพราะเมื่อพวกเขาเล่นในระบบที่ดี พวกเขาจะสามารถปรับตัวเข้ากับระบบได้ดี”

 

แต่คำพูดเหล่านั้นเกิดขึ้นก่อนที่ธีราทรจะสามารถคว้าแชมป์เจลีกมาครองได้เป็นคนแรก ซึ่งความสำเร็จนี้เองที่มีโอกาสเป็นประตูไปสู่ทางออกของระบบการพัฒนาเยาวชนไทยในอนาคต จากการที่เราได้เห็นพัฒนาการของแข้งช้างศึกที่ได้ไปสัมผัสการแข่งขันในเจลีกมาแล้ว 

 

เมื่อความสำเร็จของนักเตะรุ่นพี่อาจนำพานักเตะเยาวชนไทยไปสู่ฟุตบอลเจลีกมากขึ้นและเสริมสร้างโอกาสการเรียนรู้ ไม่ใช่เพียงแค่ในสนามฟุตบอล แต่การเรียนรู้สู่การเป็นนักฟุตบอลอาชีพมากขึ้นในช่วงเวลาที่ฟุตบอลลีกในประเทศไทยต่างก็ประสบปัญหาการปิดตัวลงของหลายสโมสรอาชีพในช่วงปีที่ผ่านมา 

 

ไทยลีก แชมป์เปลี่ยนมือครั้งแรกในรอบ 10 ปี 

 

วงการกีฬาไทย 2019

 

ความสำเร็จของสโมสรเชียงราย ยูไนเต็ด ที่คว้าแชมป์ไทยลีก ลีกสูงสุดของประเทศไทยได้เป็นสมัยแรกนับตั้งแต่ก่อตั้งสโมสรเมื่อปี 2009 ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีสำหรับวงการฟุตบอลไทย 

 

เนื่องจากบทเรียนจากความสำเร็จของลีกกีฬาทั่วโลก โดยเฉพาะพรีเมียร์ลีกอังกฤษ (ยกเว้นฤดูกาลนี้ ที่ลิเวอร์พูลนอนมาจนไม่รู้จะพลาดแชมป์ได้ในรูปแบบใดอีกต่อไปแล้ว) คือการที่ลีกมีการแข่งขันที่เข้มข้น ดุเดือด และที่สำคัญคือ คาดเดาได้ยากว่าใครจะเป็นผู้ที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของโพเดียมในตอนจบ 

 

ซึ่งสำหรับสโมสรเชียงราย ต้องใช้คำว่า Do it in style หรือคว้าแชมป์อย่างน่าจดจำด้วยกฎ Head to Head ครั้งแรกในไทยลีกเกมสุดท้ายของฤดูกาล ทำให้ฟุตบอลไทยกลายเป็นที่พูดถึงในวงกว้าง บวกกับการที่บุรีรัมย์ ยูไนเต็ดแชมป์เก่า และรองแชมป์ปีนี้ได้บอกไว้ก่อนเกมสุดท้ายว่า พวกเขาจะไม่ฉลองแชมป์ในเกมสุดท้ายที่เป็นเกมเยือน แต่จะกลับมาฉลองที่บุรีรัมย์ ยิ่งทำให้ชัยชนะครั้งนี้มีเรื่องให้พูดถึงมากกว่าแค่ผลการแข่งขันบนสกอร์บอร์ด 

 

มิตติ ติยะไพรัช ประธานที่ปรึกษาสโมสร เชียงราย ยูไนเต็ด ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD ไว้ว่า ความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นจากหลายองค์ประกอบ แต่ที่สำคัญคือนักเตะที่เกิดมาเพื่อเป็นสตาร์ พวกเขาคือนักเตะไทยหลายคนที่เปิดตัวได้อย่างโดดเด่นในลีกสูงสุดของประเทศไทย และก้าวขึ้นไปเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติไทย ทั้ง พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล กองกลางเจ้าของฉายา Thai Tank และ เอกนิษฐ์ ปัญญา ต่างก็เสริมสร้างมิติใหม่ให้กับช้างศึกได้อย่างน่าสนใจ 

 

ซีเกมส์ 2019 เวียดนามพัฒนามากกว่าแค่ฟุตบอล ขณะที่ดาวรุ่งไทยแจ้งเกิดบนเวทีระดับอาเซียนได้อย่างต่อเนื่อง 

 

วงการกีฬาไทย 2019

 

ซีเกมส์ครั้งที่ 30 ที่ประเทศฟิลิปปินส์เริ่มต้นด้วยเสียงวิจารณ์ถึงความไม่พร้อมของเจ้าภาพ ก่อนจะจบลงด้วยทัพนักกีฬาไทยได้อันดับที่ 3 ในตารางสรุปเหรี​ยญรางวัลเป็นครั้งแรกในรอบ 28 ปี 

 

ซึ่งหากนับแยกเพียงแค่กีฬาสากล ที่ไทยตั้งเป้าหมายไว้หลายชนิดกีฬาในครั้งนี้ ไทยก็ยังจบอันดับที่ 3 เช่นกัน โดยชาติที่แทรกไทยขึ้นไปอยู่ในอันดับที่ 2 คือเวียดนาม ที่มาแรงตั้งแต่การคว้าแชมป์ฟุตบอลซีเกมส์ครั้งแรกในรอบ 60 ปี จนถึงการคว้ารองแชมป์เจ้าเหรียญทองทั้งในแบบรวมทุกชนิดกีฬาและแยกเฉพาะกีฬาสากล 

 

วงการกีฬาไทย 2019

เทนนิส-พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ คว้ารางวัลนักกีฬาหญิงยอดเยี่ยม สหพันธ์เทควันโดโลกประจำปี 2019 จากผลงาน 26 แชมป์ระดับนานาชาติตั้งแต่ปี 2014 

 

ผลงานครั้งนี้ของไทยซึ่งคว้ามาทั้งหมด 92 เหรียญทอง (จากที่ตั้งเป้าไว้ 121 เหรียญทอง) 103 เหรียญเงิน และ 122 เหรียญทองแดง ถือว่าไม่น่าผิดหวังมากนัก จากชนิดกีฬาความหวังที่สามารถทำได้ตามเป้าหมาย รวมถึงมีดาวรุ่งเกิดใหม่ในซีเกมส์ครั้งนี้จากหลายชนิดกีฬา 

 

โดยสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทยฯ เป็นสมาคมกีฬาที่คว้าเหรียญรางวัลมากที่สุด จาก 12 เหรียญทอง 11 เหรียญเงิน 12 เหรียญทองแดง ตามด้วย สมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย 7 เหรียญทอง 3 เหรียญเงิน 6 เหรียญทองแดง และ สมาคมกีฬายูโดแห่งประเทศไทยฯ 7 เหรียญทอง 4 เหรียญเงิน 8 เหรียญทองแดง 

 

ขณะที่กีฬาเซิร์ฟและอีสปอร์ตก็สามารถประเดิมศึกซีเกมส์ได้อย่างงดงาม ด้วยผลงาน 2 เหรียญทอง 2 เหรียญเงินจากอีสปอร์ต และผลงาน 1 เหรียญเงิน 2 เหรียญทองแดง ของทีมเซิร์ฟ 

 

แน่นอนในการแข่งขันซีเกมส์ เจ้าภาพจะเป็นผู้ครองเจ้าเหรียญรางวัลอยู่บ่อยครั้งในอดีต แต่การที่ไทยหลุดอันดับ 2 เป็นครั้งแรกในรอบ 28 ก็เป็นสิ่งที่สามารถบ่งบอกได้ว่า ชาติในภูมิภาคอาเซียนสามารถเบียดขึ้นมาแย่งพื้นที่ความสำเร็จในระดับนี้ได้มากขึ้น โดยเฉพาะเวียดนามเป็นชาติที่มีพัฒนาการทางกีฬาที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว 

 

วงการกีฬาไทย 2019

ภาพ: ดิษยุตม์ ธนบุญชัย / THE STANDARD 

 

โดยภายในงานประกาศรางวัลนักกีฬาดีเด่นเนื่องในโอกาสวันกีฬาแห่งชาติ พ.ศ. 2562 THE STANDARD ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ถึงภาพรวมวงการกีฬาไทยในปี 2019 โดยเฉพาะจากผลงานในศึกซีเกมส์ที่ผ่านมา 

 

“ในผลงานของซีเกมส์ เหรียญรวมเราได้ที่ 3 แต่ถ้าเราพิจารณาอีเวนต์ที่เป็นกีฬาสากล โดยเฉพาะอีเวนต์เดียวกับที่ใช้แข่งขันโอลิมปิก เราเป็นที่ 2 รองจากเวียดนาม”  ก้องศักด เริ่มต้นด้วยผลงานของศึกซีเกมส์ 

 

วงการกีฬาไทย 2019

ภาพ: ดิษยุตม์ ธนบุญชัย / THE STANDARD 

 

“ซีเกมส์เป็นตัวชี้วัดอย่างหนึ่ง แต่กีฬามีหลายมิติ ทั้งกีฬาอาชีพ กีฬาสมัครเล่น และ กีฬาเยาวชน ที่น่าสังเกตคือปีนี้เราสร้างเยาวชนขึ้นมาค่อนข้างเยอะ จากการแข่งขันในซีเกมส์ นักกีฬา 981 คนที่เราส่งไป เป็นนักกีฬาที่ไม่ได้ผ่านกีฬาซีเกมส์มาก่อนถึง 550 คน คิดเป็น 67% ถือว่านักกีฬาเหล่านี้ไปหาประสบการณ์ โดยเฉพาะระดับเยาวชน

 

“เช่น แบดมินตันเราก็เป็นแชมป์เยาวชนโลก 3 สมัย ในกีฬามวยเราก็สร้างนักกีฬารุ่นใหม่ขึ้นมา หรือแม้กระทั่งยิงธนู ยิงปืน เรามีนักกีฬาเยาวชนที่ไปแข่งซีเกมส์แล้วได้เหรียญทองอายุ 14-15 ปี ถือว่าเราสร้างนักกีฬาใหม่ๆ ขึ้นมาได้บ้างพอสมควร 

 

วงการกีฬาไทย 2019

ภาพ: ดิษยุตม์ ธนบุญชัย / THE STANDARD  

กุลวุฒิ วิทิตศานต์ (คนกลาง) นักแบดมินตันไทยวัย 18 ปี เจ้าของรางวัลนักกีฬาเยาวชนสมัครเล่นชาย เผยเป้าหมาย “ผมอยากเป็นมากกว่าลีชองเหว่ย” 

 

“ส่วนในกีฬาสากล แม้ว่าเราจะไม่ได้เป็นที่หนึ่ง เราเป็นรองเพียงเวียดนาม ซึ่งในระยะหลังมีพัฒนาการที่รวดเร็วมาก เขามีการจัดตั้งสถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬา มีโรงพยาบาลกีฬา สามารถที่จะนำวิทยาศาสตร์การกีฬามาเตรียมนักกีฬาได้ค่อนข้างดี 

 

“ซึ่งเราเองก็ไม่นิ่งนอนใจ เราเองจะมีการบูรณาการระหว่างการกีฬาแห่งประเทศไทย สมาคมกีฬาที่เกี่ยวข้อง และคณะกรรมการโอลิมปิก เพื่อที่จะเตรียมการของเราให้ดีที่สุด ด้วยการใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด

 

“ตอนนี้เราจะตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง ประกอบไปด้วย เจ้าหน้าที่ภาครัฐ ทั้งการกีฬาแห่งประเทศไทยและคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ และมีผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา รวมถึงมีตัวแทนจากสมาคมกีฬาในแต่ละกลุ่ม 

 

วงการกีฬาไทย 2019

คีแรน-คิริน ตันติเวทย์ นักวิ่งลูกครึ่งไทย-อเมริกัน เจ้าของ 2 เหรียญทองซีเกมส์ 2019 ที่หลังจากคว้าชัยชนะที่ฟิลิปปินส์เสร็จต้องรีบขึ้นเครื่องบินกลับไปสอบที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด 

 

“เช่น กลุ่มกีฬาต่อสู้ กลุ่มกีฬาทีม กลุ่มกีฬาบุคคล เพื่อมาระดมความคิด การทำงาน และวางแผนทำงานกัน ทำยังไงให้เม็ดเงินของรัฐเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ทำยังไงให้มีการเก็บตัวนักกีฬาอย่างต่อเนื่อง ทำยังไงให้มีการพัฒนาที่เทียบระดับกับไม่ใช่แค่ประเทศเพื่อนบ้าน แต่กับระดับสากล ในโอลิมปิก และซีเกมส์ครั้งต่อไป 

 

“ซีเกมส์เหมือนเป็นการแข่งขันระดับนานาชาติเวทีแรก ดังนั้นเราต้องชั่งน้ำหนัก ระหว่างการเปิดโอกาสให้กับนักกีฬาหน้าใหม่ๆ เข้ามาเพื่อต่อยอดไปเอเชียนเกมส์จนถึงโอลิมปิก กับนักกีฬาที่เป็นความหวัง เราทิ้งอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ ซีเกมส์ครั้งนี้จึงมีหลายบทเรียนที่เราต้องนำมาทบทวนและแก้ไข” 

 

นอกจากนี้ ทางผู้ว่าฯ ยอมรับว่าพอใจกับรางวัลต่างๆ ในปีนี้ ที่มีนักกีฬาระดับเยาวชนที่เป็นอนาคตของวงการกีฬาไทยกำลังเติบโตขึ้น ในเวลาการแข่งขันสากลอย่างมีประสิทธิภาพ 

 

วงการกีฬาไทย 2019

น้องมิลค์-ด.ญ.วรรรญา วรรณผ่อง อายุ 12 ปี คว้าแชมป์การแข่งขันโดรนเรซซิ่งชิงแชมป์โลก ประเภทรายการหญิงเป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน 

 

“รางวัลในวันนี้เราเห็นได้ชัดในนักกีฬาเยาวชน เราเห็นได้ชัดว่าเรามีพัฒนาการ เรามีนักกีฬาที่เป็นเด็ก บางคนยังเป็นเด็กชาย เด็กหญิงที่ได้รับรางวัล อย่างนักกีฬาเรือใบยังเป็นเด็กชายอยู่เลย 

 

“เราเห็นอนาคตของนักกีฬาไทย แบดมินตันทั้งชายและหญิง เรามีเด็กๆ ที่กำลังก้าวขึ้นมา มวยก็เป็นกีฬาที่กำลังขึ้นมา 

 

“เพราะฉะนั้นผมอยากให้มองไปถึง 3-4 ปีข้างหน้า ในอนาคตเราจะมีมหกรรมกีฬาใหญ่หลายรายการ หลังจากโอลิมปิกโตเกียว เราก็ต้องเตรียมเอเชียนอินดอร์-มาร์เชียลอาร์ตสเกมส์ (Asian Indoor & Martial Arts Games) ซึ่งไทยจะเป็นเจ้าภาพที่ชลบุรี หลังจากนั้นก็มีมหกรรมกีฬาใหญ่ คือยูธโอลิมปิก 

 

“ซึ่งผมคิดว่าพอถึงเวลานั้นทัพนักกีฬาไทยเราจะแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ จนไปสู่การแข่งขันรายการใหญ่ๆ อย่างเอเชียนเกมส์ที่เราตั้งเป้าเสนอตัวเป็นเจ้าภาพในปี 2030 หลังจากนั้นก็เป็นฟุตบอลโลกในปี 2034” 

 

หากจะมองบทเรียนจากปี 2019 สำหรับวงการกีฬาภาพรวมที่ผ่านมาตั้งแต่มหกรรมกีฬาซีเกมส์ถึงการแข่งขันชิงแชมป์โลก เราได้เห็นแล้วว่าปี 2019 อาจเรียกได้ว่าเป็นปีแห่งบทเรียนของการเป็นที่หนึ่ง  

 

ไม่ว่าจะเป็นเบอร์หนึ่งอาเซียนของฟุตบอลไทย บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กับแชมป์ไทยลีก จนถึงเบอร์หนึ่งของโลกอย่างนิวซีแลนด์ ออลแบล็กส์ ทีมรักบี้ที่ครองตำแหน่งแชมป์โลกมาถึง 2 สมัยตั้งแต่ปี 2011 และ 2015 แต่กลับถูกอังกฤษที่คว้าแชมป์โลกครั้งสุดท้ายตั้งแต่ปี 2003 เขี่ยตกรอบรองชนะเลิศในรูปแบบที่เหนือกว่าในทุกด้าน 

 

วงการกีฬาไทย 2019

 

ฟุตบอลไทย มีบทเรียนหนึ่งที่เหมือนกับนิวซีแลนด์ ออลแบล็กส์ แม้ว่าจะเป็นการแข่งขันคนละชนิดกีฬาและคนละเวทีกัน 

 

นั่นก็คือการเป็นเบอร์หนึ่งไม่ว่าจะอยู่ในอุตสาหกรรมใดก็ตามในโลก ก็เป็นเสมือนว่าคุณมีเป้าติดอยู่ที่หลัง เพราะทีมที่เหลือต้องการเอาชนะคุณให้ได้ 

 

บทเรียนก่อนหน้านี้ที่ทุกคนเรียนรู้คืออย่าสนใจคนอื่น มุ่งเน้นแต่การพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อออลแบล็กส์พ่ายแพ้ในรอบรองชนะเลิศ คำวิจารณ์แรกจากแฟนรักบี้ทั่วโลกที่ปรากฏคือ ออลแบล็กส์สนใจแต่พัฒนาการของตนเอง และไม่ได้มองพัฒนาการของรักบี้ในภูมิภาคอื่น ขณะที่รักบี้ทีมชาติอังกฤษ ภายใต้การคุมทีมของเอ็ดดี้ โจนส์ ให้สัมภาษณ์เปิดเผยอย่างชัดเจนว่า เขาเตรียมทีมมา 2 ปีกว่าเพื่อเอาชนะออลแบล็กส์ โดยเฉพาะ

 

เช่นเดียวกันกับฟุตบอลไทยในระดับอาเซียน ความสำเร็จในเวทีนี้เป็นสิ่งที่ทุกชาติต้องการเพื่อเป็นพื้นฐานขึ้นไปต่อกรในระดับเอเชีย และวันนี้ฟุตบอลหลายประเทศก็ได้ก้าวเข้ามาประชิดความสำเร็จของไทยในเวทีอาเซียนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเวียดนาม

 

ความมุ่งมั่นพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นสิ่งที่ไม่เพียงพออีกต่อไปแล้วสำหรับปี 2020 แต่สิ่งที่ต้องทำอย่างต่อเนื่องคือความตั้งใจที่จะเรียนรู้ทุกด้านอย่างต่อเนื่อง 

 

แง่คิดนี้เกิดขึ้นจากการที่เราได้ติดตามรายงานข่าวโมโตจีพี ครั้งที่ 2 ในประเทศไทยและครั้งแรกที่การแข่งขันมอเตอร์ไซค์ความเร็วสูงมาตัดสินแชมป์บนแผ่นดินไทย 

 

ภายในห้องแถลงข่าวหลังจากที่ มาร์ก มาร์เกซ คว้าแชมป์โลกสมัยที่ 8 ได้สำเร็จ มีสื่อมวลชนตัดสินใจถามว่า 6 แชมป์จาก 7 ฤดูกาล การพลาดแชมป์ในปี 2015 เขารู้สึกหงุดหงิดใจหรือไม่ หรือว่าความล้มเหลวในปีนั้นทำให้เขากลายเป็นแชมป์ในวันนี้? 

 

วงการกีฬาไทย 2019

ภาพ: ดิษยุตม์ ธนบุญชัย / THE STANDARD 

 

“ในภาษาสเปนเรามักจะพูดกันว่า เราต้องก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว เพื่อกระโดดไปข้างหน้าให้ไกลกว่าเดิม 2 ก้าว บางครั้งตอนที่เราเด็กมากๆ ตอนปี 2015 ผมอายุเพียง 22 ปี ผมเด็กมาก แต่ผมก็เรียนรู้ได้เยอะมากจากปีนั้น เพราะผมล้มบ่อยมาก และผมก็พบเจอกับจุดอ่อนของผมคือความสม่ำเสมอ 

 

“ทุกปีต่อจากนั้น ผมก็พยายามแก้ไขจุดอ่อนนี้ ทำงานหนักต่อเนื่อง ซึ่งเป็นเรื่องยากมากที่จะเปลี่ยนแปลงมันได้ แต่ในปีนี้ความแข็งแกร่งของผมคือความสม่ำเสมอ ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่มีความหมายต่อผมมากในการทำงานร่วมกับทุกคนต่อจากนี้” 

 

หลังจากที่มาร์เกซเดินทางออกจากประเทศไทยไปแข่งขันรายการที่เหลือ เขาก็ตกเป็นข่าวอีกครั้งในศึกมาเลเซียน กรังด์ปรีซ์ ด้วยการขับตาม ฟาบิโอ การ์ตาราโร นักขับดาวรุ่งไฟแรงชาวฝรั่งเศส ที่ก้าวขึ้นมาขับเคี่ยวกับเขาในช่วงท้ายฤดูกาล ชนิดที่ว่าตามทุกท่วงท่าและรูปแบบของการขับ 

 

แม้ว่าสุดท้ายจะจบลงด้วยการที่มาร์เกซ ล้มลงอย่างรุนแรงอีกครั้ง แต่ทุกคนก็เชื่อว่าสาเหตที่เขาตัดสินใจขับตามการ์ตาราโร ในรอบ Q2 ครั้งนี้เพื่อศึกษาคู่แข่งหน้าใหม่ที่กำลังมาแรงในสนามแข่งขันเดียวกันกับเขา แม้ว่าเขาจะมีสถานะเป็นแชมป์โลกไปแล้วก็ตาม 

 

เวลายังคงเป็นสิ่งที่ยุติธรรมเสมอ การให้เวลาจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักกีฬาไทยที่กำลังเติบโตขึ้นมาสู่เวทีระดับโลก เพราะจากบทสัมภาษณ์ต่างๆ ที่เราได้พูดคุยกับนักกีฬาไทยรุ่นใหม่ ที่ขึ้นชื่อว่าพวกเขามีความมุ่งมั่น และพร้อมที่จะก้าวขึ้นไปสร้างความสำเร็จได้ในอนาคต 

 

วงการกีฬาไทย 2019

ภาพ: ดิษยุตม์ ธนบุญชัย / THE STANDARD 

วินนี่-ธนัชานนท์ ศรีเพชรสุวรรณ นักขับรุ่นมินิจีพีวัย 7 ขวบ และแฟนคลับตัวยง ได้รับแรงบันดาลใจจากไอดอล มาร์ก มาร์เกซ ยอดนักขับเจ้าของแชมป์โลก 8 สมัยชาวสเปน 

 

ปี 2019 จึงเป็นก้าวสำคัญของการเรียนรู้ เรียนรู้ตัวเอง หาจุดอ่อนให้พบ และสร้างมันเป็นจุดแข็ง เรียนรู้คู่แข่ง เพราะความสำเร็จในวันนี้ไม่ได้การันตีความสำเร็จในวันพรุ่งนี้ มีความสม่ำเสมอในการทำงาน และสุดท้ายมีความมั่นใจในสิ่งที่ตัดสินใจทำ เหมือนกับที่ เอเลียด คิปโชเก มนุษย์ผู้ทำลายกำแพงมาราธอนภายใน 2 ชั่วโมงในปีนี้ลงได้จากความเชื่อที่ว่า 

 

‘No Human is Limited’ 

 

 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories