×

แนวโน้มของธุรกิจประกันในปี 2565

29.12.2021
  • LOADING...
insurance business

เศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มฟื้นตัวได้ดีขึ้นในปี 2565 น่าจะส่งผลบวกต่ออุตสาหกรรมประกันภัยให้ยังเติบโตได้ต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี การปรับตัวและรูปแบบผลิตภัณฑ์ให้เท่าทันกับพฤติกรรมผู้บริโภครวมถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ก็ยังเป็นโจทย์สำคัญที่บริษัทประกันทุกแห่งต้องแข่งขันกันเพื่อรักษาฐานลูกค้า บทความนี้จะพาทุกท่านไปรู้จักกับเทรนด์สำคัญที่จะเกิดขึ้นกับธุรกิจประกันไทยในปีใหม่นี้

 

ขึ้นชื่อว่าประกัน ก็เป็นเรื่องของความคุ้มครองจากความเสี่ยงภัยต่างๆ ที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นกับตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นชีวิตเรา ร่างกายเรา ทรัพย์สินสมบัติของเรา ซึ่งหลักๆ แล้วก็จะคุ้มครองได้ในส่วนของความสูญเสียทางการเงินได้เท่านั้น (คงไปคุ้มครองสภาพจิตใจหรือเรื่องอื่นๆ ไม่ได้อยู่ดี) 

 

แต่ถึงแม้ว่าจะคุ้มครองได้แค่ความสูญเสียทางด้านการเงินจากเหตุการณ์ร้ายๆ ที่จะเกิดขึ้น ก็คงจะเพียงพอที่จะทำให้คนเราอุ่นใจและสบายใจขึ้นมาในระดับหนึ่ง และนั่นก็ทำให้สินค้าประกันภัยสามารถขายได้อยู่เรื่อยมาไม่ว่าเราจะอยู่ในเศรษฐกิจขาขึ้นหรือขาลง 

 

เวลานี้…เรามีบริษัทประกันชีวิตเพียง 22 บริษัท เบี้ยรวมกว่า 600,000 ล้านบาท และประกันวินาศภัยมี 54 บริษัท เบี้ยรวมเพียง 260,000 ล้านบาท

 

แต่ถ้าเราจะวิเคราะห์เจาะลึกถึงแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นกับธุรกิจประภัยในปี พ.ศ. 2565 แล้ว เราก็คงต้องแยกการวิเคราะห์ออกมาเป็น 2 หมวด คือ หมวดประกันชีวิต (ชีวิตและสุขภาพ) และหมวดประกันวินาศภัย (สุขภาพและทรัพย์สิน) ออกจากกัน

 

เริ่มจากมุมของประกันชีวิตก่อน จะเห็นว่าธุรกิจประกันชีวิตจะได้อานิสงส์จากดอกเบี้ยขาขึ้นที่แฝงเข้ามาอยู่ในรูปแบบของอัตราเงินเฟ้อ แต่ต้องระวังอย่าไปติดกับดักที่ไปมองแต่การขึ้นของดอกเบี้ยระยะสั้น เพราะประกันชีวิตเป็นการลงทุนในระยะยาว และต้องใช้ดอกเบี้ยระยะยาว (เช่น อ้างอิงกับพันธบัตรที่มีระยะเวลาครบกำหนดเกิน 10-15 ปี เป็นต้น) ในการวิเคราะห์กันครับ

 

ในมุมกลับกัน ถึงแม้ว่าดอกเบี้ยจะอยู่ในขาขึ้น แต่ก็อยู่ในช่วงที่ต่ำเมื่อเทียบกับ 5-10 ปีที่แล้วอยู่ดี จึงทำให้แบบประกันที่จะเอาออกมาขายในปีหน้านั้นไม่สามารถให้อยู่ในรูปแบบการันตีเงินคืนทั้งหมดได้ ไม่อย่างนั้นแล้วจะต้องเก็บเบี้ยที่แพงมาก (เพราะลงทุนได้ดอกเบี้ยการันตีที่ต่ำมาก) 

 

บริษัทประกันชีวิตจึงจำเป็นต้องปลดล็อกศักยภาพในการลงทุน และหันให้ผู้บริโภคเลือกการลงทุนไปที่สินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆ เช่น หุ้น เป็นต้น จึงทำให้แบบประกันยูนิตลิงก์มีคุณค่าและน่าจับตามองกันมากขึ้น โดยในปีหน้าเราคงจะเห็นบริษัทประกันชีวิตพัฒนาแบบประกันเหล่านี้ออกมาสู่ตลาดเป็นจำนวนมากเช่นกัน

 

เราจะเห็นว่าในปีที่ผ่านมา เนื่องจากกระแสความเป็นห่วงสุขภาพตัวเอง เลยทำให้ธุรกิจประกันชีวิตได้กำไรจากประกันสุขภาพกันมาก ทั้งยอดขายและต้นทุนที่ต่ำลง (เนื่องจากคนที่เจ็บป่วยทั่วไป ถ้าไม่จำเป็นก็ยังไม่กล้าเข้าโรงพยาบาลไปเท่าไรนัก) และเราก็จะได้เห็นกระแสนี้ต่อไปอีกในปี พ.ศ. 2565 เช่นกัน ดังนั้นจึงไม่แปลกใจเลยที่จะเห็นบริษัทประกันชีวิตจะเน้นขายประกันสุขภาพกันมากขึ้น

 

insurance business

 

วกกลับมาดูทางฝั่งประกันวินาศภัยกันบ้าง เราจะเห็นบริษัทประกันวินาศภัยปรับเปลี่ยนกลยุทธ์กันพอสมควร ซึ่งกลุ่มที่ตัดสินใจเลือกที่จะไม่ขายประกันโควิดมาตั้งแต่ต้นนั้นจะมีสถานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้นและพร้อมทะยานเติบโตขึ้น 

 

โดยเราจะได้เห็นปรากฏการณ์ย้ายค่ายเกิดขึ้นในปีหน้า ทั้งในมุมของลูกค้า พนักงาน และตัวแทนฝ่ายขาย/โบรกเกอร์ ที่จะมีการเปลี่ยนค่ายจากสถานการณ์การจัดการประกันโควิดที่ผ่านมา เพราะบางบริษัทก็ล้มหายตายจากไป และบางบริษัทก็สร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกฝ่ายได้ไม่ดีพอ เป็นต้น 

 

นอกจากนี้ ในขณะนี้บริษัทประกันวินาศภัยมีจำนวนมากถึง 54 บริษัท แบ่งเป็นบริษัทขนาดใหญ่ จำนวน 15 บริษัท โดยมีส่วนแบ่งการตลาด 3 ใน 4 (หรือ 75%) เข้าไปแล้ว ส่วนบริษัทขนาดกลาง 18 บริษัท มีส่วนแบ่งการตลาดไม่ถึง 20% ในขณะที่บริษัทขนาดเล็ก 23 บริษัท มีส่วนแบ่งการตลาดรวมกันไม่ถึง 3% เสียด้วยซ้ำ 

 

ทำให้บริษัทเล็กเสียเปรียบในการแข่งขันมาก ทำให้ทางออกที่จะไปแข่งกับบริษัทใหญ่ได้คือการควบรวบกิจการ เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น

.

แนวโน้มอีกอย่างหนึ่งที่จะเห็นได้ชัดในปีหน้าคือ บริษัทประกันจะมีการใช้ Data Science หรือข้อมูลมาวิเคราะห์ เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายสำหรับการประกันรถยนต์กันมากขึ้น 

 

เนื่องจากสถานการณ์ของประกันรถยนต์ในประเทศไทยนั้นมีการแข่งขันกันสูงมากจนแทบจะไม่มีกำไรเลย การหันมาใช้ข้อมูลเชิงลึกมากขึ้นเท่านั้นที่จะเป็นการสร้างกำไรให้กับสินค้าประเภทนี้ได้ โดยต้องเจาะกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจนและลึกขึ้นและข้อมูลต้องแน่นพอ 

 

ธุรกิจประกันวินาศภัยจะกลายเป็นธุรกิจสงครามข้อมูลกันมากขึ้น ใครที่ชนะสงครามข้อมูลได้ก็จะเป็นฝ่ายที่ทำกำไรได้ไป 

 

#นักคณิตศาสตร์ประกันภัย #พิเชฐเจียรมณีทวีสิน #tommypichet

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

X
Close Advertising