×

‘เบียร์ไร้แอลกอฮอล์’ ทางเลือกใหม่ของคนรักสุขภาพโตทั่วโลก ค่ายยักษ์ทุ่มทุนชิงส่วนแบ่งตลาด

31.12.2022
  • LOADING...
เบียร์ไร้แอลกอฮอล์

‘เบียร์ไร้แอลกอฮอล์’ ทางเลือกใหม่ของคนรักสุขภาพกำลังเติบโตทั่วโลก ค่ายยักษ์ AB InBev, Heineken และ Athletic Brewing ทุ่มทุนชิงส่วนแบ่งตลาด 

 

CNBC รายงานว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาตลาดเครื่องดื่มเบียร์ไม่มีแอลกอฮอล์เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากบริษัทเบียร์ยักษ์ใหญ่อย่าง AB InBev ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์อย่าง Budweiser, Corona, Michelob และ Modelo ได้ตั้งเป้าผลิตเบียร์ที่ไม่มีแอลกอฮอล์ และมีแอลกอฮอล์ต่ำให้ได้ 20% ภายในปี 2025

 

รวมถึงผู้ผลิตอย่าง Heineken ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่เข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง และผู้ผลิต อย่าง Athletic Brewing กระโดดเข้ามาลงทุนในตลาดดังกล่าว เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่มองหาเครื่องดื่มทางเลือกเพื่อสุขภาพ โดยเฉพาะช่วงเดือนมกราคม นับเป็นเดือนที่ผู้คนจำนวนมากหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ และหันมานิยมเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์มากขึ้น 

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

Bill Shufelt ซีอีโอของ Athletic Brewing กล่าวว่า เมื่อตลาดอยู่ในช่วงเติบโต เกิดเป็นแรงผลักดันให้ Shufelt ซึ่งเป็นอดีตผู้ค้าที่ Point72 Asset Management ของ Steve Cohen เริ่มก่อตั้งบริษัทในคอนเนทิคัตในปี 2017 เพื่อเน้นการผลิตเบียร์ที่ไม่มีแอลกอฮอล์เพียงอย่างเดียว และจะช่วยให้ Athletic Brewing มีส่วนแบ่งการตลาด 55%

 

ซีอีโอของ Athletic Brewing ย้ำว่า เรากำลังจะแซงหน้าแบรนด์ใหญ่ที่สุดในตลาด

 

สำหรับเส้นทางการเติบโตของกลุ่มเครื่องดื่มเบียร์ที่ไม่มีแอลกอฮอล์ เป็นทางเลือกใหม่ที่เป็นผลมาจากเทรนด์สุขภาพที่กำลังมาแรง และยังมีความปลอดภัยในการขับขี่ 

 

ตามรายงานของ GMI Insights ระบุว่า ในปี 2022 ตลาดเครื่องดื่มเบียร์ไม่มีแอลกอฮอล์เติบโตขึ้น 22,000 ดอลลาร์ ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าถึง 40,000 ดอลลาร์ ภายในปี 2032 เห็นได้จากข้อมูลของ Nielsen เบียร์ที่ไม่มีแอลกอฮอล์เติบโตขึ้น 20% ในตลาดค้าปลีกอเมริกา

 

ปัจจุบันเครื่องดื่มเบียร์ที่ไม่มีแอลกอฮอล์มีสัดส่วนมากกว่า 2% ของเบียร์ทั้งหมดที่ขายในร้านสะดวกซื้อในอเมริกา และที่ร้านค้าปลีกบางแห่งก็มีเบียร์ประเภทนี้มากกว่า 8%

 

อย่างไรก็ตาม เครื่องดื่มเบียร์ที่ไม่มีแอลกอฮอล์ยังคิดเป็นสัดส่วนเพียงเล็กน้อย ถ้าเทียบกับตลาดเบียร์ทั่วโลก ซึ่งมีมูลค่ารวมมากกว่า 750,000 ดอลลาร์

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

X
Close Advertising