นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รักษาการอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ประกาศเดินหน้าฟื้นฟูความเชื่อมั่นขององค์กร พร้อมกำชับให้การสอบคัดเลือกบุคลากร โดยเฉพาะการสอบสายบริหารในวันที่ 26 กรกฎาคม 2569 เป็นไปอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และห้ามมีการซื้อขายตำแหน่ง การวิ่งเต้น หรือการแทรกแซงกระบวนการสอบโดยเด็ดขาด
วันนี้ (22 กรกฎาคม) เวลา 10.30 น. นิรัตน์ เป็นประธานการประชุมกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ประจำปีงบประมาณ 2569 ครั้งที่ 11/2569 ณ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เพื่อมอบนโยบายแก่ผู้บริหารและบุคลากร โดยระบุว่า การเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อร่วมกันนำพาองค์กรก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก และฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อกรม ไม่ใช่เพื่อสร้างความหวาดระแวงหรือเปลี่ยนแปลงบุคลากร
นิรัตน์ย้ำว่า ข้าราชการทุกคนต้องปฏิบัติหน้าที่ตามอำนาจและความรับผิดชอบอย่างเต็มกำลัง พร้อมประกาศนโยบายด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต โดยกำชับไม่ให้มีการนำตำแหน่งหน้าที่หรือชื่อของผู้บริหารไปแอบอ้างเรียกรับผลประโยชน์ในทุกกรณี
สำหรับการสอบสายบริหารที่จะมีขึ้นในวันที่ 26 กรกฎาคมนี้ รักษาการอธิบดี สถ. ระบุว่า จะต้องดำเนินการด้วยความสุจริต โปร่งใส และตรวจสอบได้ พร้อมสั่งการให้ทบทวนมาตรการป้องกันการทุจริตในกระบวนการสอบอย่างรัดกุม โดยประสานความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในฐานะผู้ดำเนินการจัดสอบ เพื่ออุดช่องโหว่ที่อาจเกิดขึ้นและสร้างความเชื่อมั่นต่อสังคม
นอกจากนี้ ยังเตือนเจ้าหน้าที่ทุกคนว่า การกระทำที่ไม่ถูกต้องสามารถถูกตรวจสอบย้อนหลังได้ทุกเวลา จึงต้องยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต และไม่กระทำการที่ขัดต่อกฎหมายหรือระเบียบราชการ
ในด้านการบริหารงบประมาณ นายนิรัตน์กำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามเป้าหมาย พร้อมจัดสรรงบประมาณเหลือจ่ายตามหลักเกณฑ์ ความจำเป็นของพื้นที่ และความโปร่งใส โดยไม่ใช้ดุลยพินิจบนพื้นฐานของความสัมพันธ์ส่วนบุคคล
ด้านการบริหารงานบุคคล ได้เน้นย้ำให้บุคลากรเคารพซึ่งกันและกัน ยึดหลักกระบวนการยุติธรรมต่อผู้ที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ไม่ตัดสินล่วงหน้า พร้อมส่งเสริมการทำงานเป็นทีม ลดความขัดแย้งภายใน และสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดหลักคุณธรรมและธรรมาภิบาล
ขณะเดียวกัน ได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายเร่งดำเนินคดีกับผู้ที่แอบอ้างชื่อผู้บริหารเพื่อเรียกรับผลประโยชน์ หรือเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จจนสร้างความเสียหายแก่กรมอย่างเด็ดขาด
นิรัตน์กล่าวทิ้งท้ายว่า การฟื้นฟูความเชื่อมั่นของกรมจะเกิดขึ้นได้จากความร่วมมือของบุคลากรทุกคน พร้อมขอให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตา ไม่ปล่อยให้ผู้ใดใช้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเป็นช่องทางแสวงหาประโยชน์ส่วนตน และยืนยันว่าผู้ที่กระทำทุจริตหรือฝ่าฝืนกฎหมายจะถูกดำเนินการอย่างเด็ดขาด เพื่อให้องค์กรกลับมาได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชนอีกครั้ง


