วันนี้ (30 กันยายน) ที่กองบัญชาการกองทัพเรือ (พระราชวังเดิม) กองทัพเรือจัดพิธีส่งมอบหน้าที่ผู้บัญชาการทหารเรือ โดย พล.ร.อ. ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ส่งมอบหน้าที่ให้แก่ พล.ร.อ. นเรศ วงศ์ตระกูล พร้อมพิธีตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ พิธีลงนามส่งมอบหน้าที่ มอบตราประจำตำแหน่งและธงประจำตำแหน่ง กล่าวมอบการบังคับบัญชา การเชิญดื่มถวายพระพรชัยมงคล และเชิญ พล.ร.อ.ไพโรจน์ อำลากองทหารเกียรติยศ โดยปืนใหญ่บริเวณป้อมวิไชยประสิทธิ์ได้ยิงสลุตเทิดเกียรติ 19 นัด
ภายหลังรับมอบหน้าที่ พล.ร.อ. นเรศ กล่าวว่า ผู้บัญชาการทหารเรือทุกคนเห็นพ้องกันในการพัฒนากองทัพเรือให้เกิดความมั่นคง โดยต้องดำรงขีดความสามารถให้มีความพร้อมรบ และเมื่อรบต้องชนะ ทั้งการรบกับศัตรูที่เป็นทหาร การรับมือภัยคุกคาม และภัยธรรมชาติ โดยต้องพัฒนาทั้งยุทโธปกรณ์ กำลังพล และเครื่องมือควบคู่กันไป พร้อมตั้งใจสานต่อเจตนารมณ์ของผู้บัญชาการทหารเรือในอดีตเพื่อผลักดันสิ่งที่กำหนดไว้ให้สำเร็จ
พล.ร.อ. นเรศ ระบุว่า ยุทโธปกรณ์เป็นสิ่งที่กองทัพเรือให้ความสำคัญ เพราะเป็นสินทรัพย์ราคาแพง ทั้งเครื่องบิน เรือ และยานรบ ซึ่งมาจากงบประมาณที่ประชาชนสนับสนุน จึงต้องใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมย้ำว่า ยุทโธปกรณ์ทั้งหมดไม่ใช่ของตนหรือของกำลังพลกองทัพเรือ แต่เป็นของพี่น้องประชาชนทุกคน โดยตั้งใจจัดหาและพัฒนาอุปกรณ์ให้พร้อมที่สุดเพื่อปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มภาคภูมิ
สำหรับการช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดภัยพิบัติ พล.ร.อ. นเรศ ย้ำว่า ความเดือดร้อนของประชาชนรอไม่ได้ จึงสั่งการให้กำลังพลเข้าช่วยเหลือทันทีทั้งทางทะเลและบนบก ทั้งในพื้นที่รับผิดชอบหรือพื้นที่ร้องขอหากอยู่ในขีดความสามารถ ซึ่งเป็นภารกิจที่ทำมาต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังพร้อมรับฟังข้อเสนอแนะจากสื่อมวลชนและประชาชนเพื่อนำมาปรับปรุงการทำงาน โดยย้ำว่าจะทำทุกวิถีทางให้กองทัพเรือมีความเข้มแข็ง มีศักดิ์ศรี และได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชนรวมถึงผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด
ส่วนแนวทางการทำงานในช่วง 2 ปีของการดำรงตำแหน่ง พล.ร.อ. นเรศ กล่าวถึงโครงการเรือดำน้ำและเรือฟริเกตว่าเป็นยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้แล้ว จึงต้องดำเนินการต่อเนื่องจนกว่าจะสำเร็จ สำหรับโครงการเรือฟริเกตที่ ผบ.ทร. ท่านเก่ายังไม่ได้ลงนามสัญญา ขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณา โดยจะดำเนินการให้ดีที่สุดและเรียบร้อยที่สุดเพื่อสานต่องานเดิม
ด้านปัญหาเรือรบที่มีอายุการใช้งานยาวนาน พล.ร.อ. นเรศ กล่าวว่า จะดำเนินการในทุกส่วนเพราะเป็นปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไข ยุทโธปกรณ์ที่ใช้นานย่อมไม่เต็มประสิทธิภาพเหมือนของใหม่ จึงต้องซ่อมบำรุงหากจำเป็นต้องเร่งใช้งาน หรือจัดหาทดแทนสิ่งที่ไม่สามารถใช้งานได้ตามยุทธศาสตร์ ส่วนกรณีเรือหลวงภูมิพลที่มีรายงานปัญหาระบบอาวุธป้องกันตัวและเครื่องยนต์ ขณะนี้อยู่ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา และจะเร่งรัดให้เร็วที่สุดเพื่อความพร้อมสูงสุดในการปฏิบัติการ
สำหรับโครงการจัดหาเรือดำน้ำจากจีน พล.ร.อ. นเรศ กล่าวว่า หลังแก้ไขและลงนามข้อตกลงในสมัย พล.ร.อ. จิรพล ว่องวิทย์ อดีต ผบ.ทร. การก่อสร้างได้ดำเนินมาตามลำดับ ขณะนี้อยู่ระหว่างประกอบส่วนต่างๆ ภายในเรือและรอการทดสอบ โดยมีกำหนดส่งมอบตามแผนในเดือนมกราคม 2572
ทั้งนี้ ได้แจ้งทางจีนว่าต้องการให้สร้างเสร็จเร็วขึ้นเพื่อนำมาใช้งาน เนื่องจากต้องใช้ความชำนาญและความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ทางจีนยังไม่ได้รับปากว่าจะส่งมอบทันหรือไม่ แต่กำลังเร่งดำเนินการ ส่วนอุปกรณ์ที่จีนจะจัดหาเพิ่มเติมให้อยู่ภายใต้เงื่อนไขสัญญาที่ไม่สามารถเปิดเผยได้เนื่องจากเกี่ยวข้องกับความมั่นคง
สำหรับอนาคตเรือดำน้ำลำที่ 2 และ 3 พล.ร.อ. นเรศ ชี้ว่า ต้องประเมินผลการปฏิบัติงานและข้อบกพร่องของลำแรกก่อน เนื่องจากไทยเคยมีเรือดำน้ำเมื่อกว่า 80 ปีก่อน ทำให้ความรู้เลือนหายไป จึงเป็นการเริ่มต้นใหม่ที่ต้องเรียนรู้จากการปฏิบัติจริงก่อนพิจารณาขั้นต่อไป
นอกจากนี้ พล.ร.อ. นเรศ กล่าวถึงการพัฒนายานไร้คนขับว่า มีบทบาทสำคัญในสงครามปัจจุบัน ซึ่งมักใช้ยานขนาดเล็กหรือยานไร้คนขับมากกว่ายานขนาดใหญ่ ในอนาคต ทร. จึงต้องพัฒนาทั้งยานแม่และยานไร้คนขับควบคู่กันให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป ส่วนการปรับโครงสร้างอัตรากำลัง เป็นเรื่องปกติที่จะปรับลดหน่วยที่ไม่จำเป็น และตั้งหน่วยใหม่ที่จำเป็นสำหรับอนาคต พร้อมยืนยันว่าจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดและไม่มีความกังวลใดๆ








