×

Netflix 2023 สัมภาษณ์พิเศษ ดอน คัง สรุปงานสร้างซีรีส์ ภาพยนตร์ วาไรตี้ และคอนเทนต์เกาหลีจะไปได้ไกลที่สุดตรงไหน

13.02.2023
  • LOADING...

HIGHLIGHTS

  • ปรากฏการณ์คอนเทนต์เกาหลีที่กลายเป็นกระแสไปทั่วโลกนี้ แสดงให้เห็นแล้วว่าไม่ใช่แค่ว่าคนดูภายในประเทศเกาหลีหรือเอเชียแปซิฟิกเท่านั้น Netflix ได้ทลายกำแพงซับไตเติลให้พังทลายลงอีกระดับ ด้วยการเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนและส่งเสริมอุตสาหกรรมความบันเทิงในเกาหลีใต้ไปสู่คนดูทั่วโลก
  • ตัวเลขอย่างเป็นทางการที่ ดอน คัง เปิดเผยเกี่ยวกับเงินลงทุนที่ Netflix ทุ่มทุนสร้างให้กับคอนเทนต์เกาหลีระหว่างปี 2016-2021 รวมมูลค่าราว 1 ล้านล้านวอน (ราว 801.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) 
  • “อย่างที่บอกไปครับว่าจักรวาล Squid Game เพิ่งเริ่มต้น และเราอยากทำให้มันออกมางดงามจริงๆ เราไม่อยากแค่ผลิตซ้ำความสำเร็จ แต่เพราะเราต้องการจะขยายขอบเขตเรื่องราวไปในทางที่จะช่วยยกระดับ Squid Game ต้นฉบับด้วยเช่นกัน” – ดอน คัง

ดอน คัง รองประธานฝ่ายคอนเทนต์เกาหลี Netflix ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนอย่างเป็นกันเองที่ออฟฟิศ Netflix Korea บนชั้น 22 สำนักงานย่านควังฮามุน โดยเป็นหนึ่งในกิจกรรมไฮไลต์ K-Immersion Event 2023 สรุปไลน์อัพคอนเทนต์เกาหลีที่จะเดินหน้ามาสร้างความบันเทิงในระดับที่ผู้ชมทั้งโลกจะต้องตั้งตารอคอย 

 

ความน่าสนใจของ K-Immersion Event 2023 กิจกรรมพิเศษที่ Netflix จัดในครั้งนี้ เราพบว่านอกจากสื่อเอเชียแปซิฟิกที่เป็นฐานคนดูคอนเทนต์เกาหลีส่วนใหญ่ ยังมีสื่อจากอเมริกาใต้ที่เดินทางมาร่วมงานด้วยในสัดส่วนครึ่งต่อครึ่ง ตามสถิติหลังบ้านของ Netflix ที่บอกไว้ว่า

 

  • ผู้ชมคอนเทนต์เกาหลีจากทั่วโลกสูงถึง 65% นั่นแปลว่าไม่ใช่การรับชมจากในประเทศเกาหลีหรือเอเชียแปซิฟิกเท่านั้น 
  • ผู้ชมคอนเทนต์เกาหลีในอเมริกาใต้เพิ่มสูงขึ้นถึง 85% ซึ่งตรงตามข้อมูลที่ว่าทั้ง K-Pop ศิลปิน ไอดอล และคอนเทนต์ความบันเทิงจากเกาหลีกำลังได้รับความนิยมไต่ระดับขึ้นไปเรื่อยๆ ในอเมริกาใต้

 

ปรากฏการณ์คอนเทนต์เกาหลีที่กลายเป็นกระแสไปทั่วโลกนี้ แสดงให้เห็นแล้วว่าไม่ใช่แค่ว่าคนดูภายในประเทศเกาหลีหรือเอเชียแปซิฟิกเท่านั้น Netflix ได้ทลายกำแพงซับไตเติลให้พังทลายลงอีกระดับ ด้วยการเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนและส่งเสริมอุตสาหกรรมความบันเทิงในเกาหลีใต้ ทั้งร่วมงานกับผู้สร้าง ทีมโปรดักชัน นักแสดง รวมถึงลงทุนเรื่องโรงถ่ายและค่ายโทรทัศน์ เช่นเดียวกับที่ทำในหลายๆ ประเทศทั่วโลก 

 

ดังนั้น ตัวเลขอย่างเป็นทางการที่ ดอน คัง เปิดเผยเกี่ยวกับเงินลงทุนที่ Netflix ทุ่มทุนสร้างให้กับคอนเทนต์เกาหลีระหว่างปี 2016-2021 รวมมูลค่าราว 1 ล้านล้านวอน (801.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เพราะยิ่งลงทุน สิ่งที่ได้กลับคืนมาสามารถนำไปต่อยอดสู่คอนเทนต์อื่นๆ ทั้งยังเปิดโอกาสให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ พลิกแพลงคอนเทนต์ที่มีคุณภาพให้ไปได้ไกลมากยิ่งกว่าเดิม

 

 

ขอบคุณสมาชิก Netflix ทั่วโลกที่กำลังรับชมและให้ความรักคอนเทนต์เกาหลี และด้วยความรักเหล่านั้น ทำให้ผมเองสนุกกับการทำงานร่วมกับผู้สร้างในการพัฒนา สร้างสรรค์ ค้นหา และส่งมอบเรื่องราวที่ดีจากเกาหลีสู่ผู้ชมทั่วโลก

ดอน คัง รองประธานฝ่ายคอนเทนต์เกาหลี Netflix เริ่มต้นงาน K-Immersion Event 2023 ด้วยคำขอบคุณ เพราะสำหรับใครที่ติดตามคอนเทนต์เกาหลีมาตลอด ก็น่าจะคุ้นเคยกับชื่อของเขาเป็นอย่างดี เพราะ ดอน คัง ร่วมอยู่ในทีมคอนเทนต์เกาหลีของ Netflix มาตั้งแต่ปี 2018 ปีที่เรียกว่าเป็นจุดเริ่มต้นในการส่งออกคอนเทนต์เกาหลีผ่านแพลตฟอร์มระดับโลก 

 

นอกจากไลน์อัพคอนเทนต์เกาหลีแน่นๆ ตลอดปี 2023 ทั้งภาพยนตร์ ซีรีส์ วาไรตี้ และสารคดี ดอน คัง ยังได้ตอบคำถามน่าสนใจที่ทำให้เรามองเห็นทิศทางและอนาคตที่ Netflix จะเดินหน้าลงทุนในอุตสาหกรรมบันเทิงเกาหลีต่อไป และทุ่มเงินทุนมากกว่าเดิม

 

“ในปี 2023 เป้าหมายอย่างหนึ่งของ Netflix คือการมอบคอนเทนต์เกาหลีที่ดีที่สุดอย่างน้อย 1-2 เรื่อง จากความหลากหลายของเรื่องราวและรูปแบบ ทั้งซีรีส์ ภาพยนตร์ และรายการโชว์ อย่างเช่นผลงานซีรีส์ในปีนี้ เรามี Black Knight ที่เป็นโปรเจกต์สุดทะเยอทะยาน เรื่องราวเกิดขึ้นในยุคหลังโลกล่มสลาย เราใช้เทคโนโลยี VFX ในการสร้างภาพเสมือนที่จำลองเหตุการณ์ในอนาคตขึ้นมา 

 

“เรายังมีซีรีส์ฟอร์มยักษ์ Gyeongseong Creature ที่จะย้อนเล่าเหตุการณ์ในปี 1945 ที่เกาหลีอยู่ในช่วงเวลามืดหม่นจากเหตุการณ์ทางการปกครอง ขณะเดียวกันก็เป็นช่วงเวลาที่งดงามและโรแมนติก และตามชื่อเรื่องก็จะมีการพลิกปมในเรื่องราว ซึ่งเราได้ร่วมงานกับทีมงานและนักแสดงที่มีความสามารถในการนำเรื่องราวเหล่านี้ให้กลายเป็นจริง”

 

 

นอกจากซีรีส์เรื่องเด่นประจำปี ดอน คัง ยังได้เล่าถึงซีรีส์โรแมนติกที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเรื่อง Doona! ที่ได้แบซูจีมารับบทไอดอลสาว และซีรีส์ภาคต่อที่เตรียมเข้าฉายอย่าง Sweet Home, D.P. หน่วยล่าทหารหนีทัพ และ The Glory โดยภาค 2 ของซีรีส์มหากาพย์การล้างแค้นอย่าง The Glory จะสตรีมให้รับชมในเดือนมีนาคมนี้ หลังภาคแรกทำสถิติอันดับ 1 ซีรีส์ภาษาต่างประเทศที่มีผู้ชมสูงสุดทั่วโลกระหว่างวันที่ 2-8 มกราคมที่ผ่านมา ด้วยยอดรับชมสูงถึง 82.48 ล้านชั่วโมง

 

สำหรับซีรีส์ใหม่จาก Netflix ในปีนี้ยังมีหลากหลายแนวและครบทุกรสชาติให้รอติดตามรับชม ทั้งแนวรักโรแมนติก เช่น เวลาเพรียกหาเธอ (A Time Called You), Behind Your Touch (ชื่ออย่างไม่เป็นทางการ), Destined with You, King the Land, ยี้ให้หนัก รักให้เข็ด (Love to Hate You) และ See You In My 19th Life แนวประเด็นสังคมและการสมคบคิดก็มีซีรีส์อย่าง Bloodhounds, Celebrity: คนเด่น คนดัง คนดับ และ Mask Girl แนวดราม่า เช่น รับแดดอุ่น กรุ่นไอรัก (Daily Dose of Sunshine), Queenmaker: ฉันจะปั้นราชินี และ The Good Bad Mother รวมถึงผลงานซีรีส์แนวโลกาวินาศ Goodbye Earth: ถึงเวลาต้องลาโลก

 

ดอน คัง รองประธานฝ่ายคอนเทนต์เกาหลี Netflix ได้พูดถึงงานสร้างซีรีส์เกาหลีที่ในช่วงไม่กี่ปีมานี้เริ่มมีแนวเรื่องที่แตกต่างไปจากที่เคยเน้นงานดราม่า โรแมนติก หรือแอ็กชัน ไปสู่งานไซไฟและสัตว์ประหลาด “เราโฟกัสงานที่สร้างสรรค์ มีความเฉพาะตัว และน่าตื่นเต้น ขณะเดียวกันเราพยายามบาลานซ์คอนเทนต์ให้หลากหลาย ในช่วงไม่กี่ปีนี้เรามีซีรีส์มากมายที่อยู่ในหมวดไซไฟ สยองขวัญ ทริลเลอร์

 

“แต่ถึงอย่างนั้น เรานึกถึงคนดูที่แต่ละวันก็มีความรู้สึกแตกต่างกันไป ในวันที่ยากๆ สักวันหนึ่ง คุณก็คงไม่ได้อยากดูซีรีส์เลือดสาด หรือซีรีส์เศร้าจนต้องเสียน้ำตา เราทำงานเพื่อให้คนดูทุกประเภท ทุกรสนิยม ได้ดูในสิ่งที่พวกเขาต้องการในแต่ละวัน ซึ่งก็คือความแตกต่างหลากหลายเท่าที่คอนเทนต์เกาหลีจะทำให้ได้ครบในทุกมิติ”

 

 

สำหรับรายการวาไรตี้และเรียลิตี้ ก็ต้องนับว่า Netflix กำลังมาถูกทาง เพราะจากความสำเร็จของ Physical: 100 (ร้อยแกร่งแข่งอึด) ในปีนี้เราจะได้ชม The Devil’s Plan รายการวาไรตี้ในการใช้สมองเอาชีวิตรอด, Nineteen to Twenty รายการที่จะตามติดชีวิตคนเจน Z ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของอายุ 19 ปี ก่อนที่พวกเขาจะก้าวเป็นผู้ใหญ่ในวัย 20, Zombieverse รายการเรียลิตี้เอาชีวิตรอดที่ทำการเปลี่ยนกรุงโซลให้กลายเป็นเมืองที่ล่มสลายหลังจากยุคซอมบี้ ผู้เข้าแข่งขันต้องร่วมมือกันในการต่อสู้เพื่อเอาตัวรอด ทั้งการหาน้ำ อาหาร และที่หลบภัย ใครโดนซอมบี้กัดเป็นอันจบ และ Siren: Survive the Island รายการเรียลิตี้ที่จะพาเราไปพบกับกลุ่มหญิงสาว 24 คน ที่ต้องจับมือร่วมทีมในการแข่งขันเอาชีวิตรอดบนเกาะอันห่างไกลผู้คน

 

สำหรับภาพยนตร์ที่ใกล้จะออกอากาศในเดือนมีนาคมนี้และทรงดีมากก็คือ Kill Boksoon ผลงานผู้กำกับบยอนซังฮยุน ที่ได้นักแสดงจอนโดยอนมารับบทนักฆ่าที่ต้องปกปิดอาชีพของเธอกับลูกสาวเพียงคนเดียว ซึ่ง Kill Boksoon ได้รับเชิญไปฉายในงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเบอร์ลินปีนี้ด้วยเช่นกัน

 

ดอน คัง ได้เล่าถึงการทำงานด้านภาพยนตร์เกาหลีไว้ว่า “ภาพยนตร์เกาหลีใน Netflix ได้รับความสนใจมาก อย่างต้นปีเรามี Jung_E ของผู้กำกับยอนซังโฮ ซึ่งเป็นงานแอ็กชันไซไฟที่น่าสนใจ แล้วเรายังร่วมงานกับผู้สร้างเกาหลีเพื่อเปิดโอกาสให้บุคลากรหน้าใหม่ในอุตสาหกรรม ทั้งนักแสดง ผู้กำกับ นักเขียน อย่างที่ผมอยากยกตัวอย่างก็คือ ผู้กำกับบังอูรี ที่กำกับภาพยนตร์ 20th Century Girl เมื่อปีที่ผ่านมา และประสบความสำเร็จโดยที่ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นผลงานแรกด้วยซ้ำ”

 

นอกจากนี้ ดอน คัง ยังกล่าวถึงงานเปิดตัวไลน์อัพเมื่อช่วงต้นปีที่ทาง Netflix ได้แนะนำคอนเทนต์ใหม่จากเกาหลีจำนวน 34 รายการนั้น ก็ดูเหมือนว่ายิ่งเวลาผ่านไปก็ยิ่งมีคอนเทนต์เกาหลีสดใหม่เพิ่มจากเดิมไม่หยุด สะท้อนให้เห็นว่า Netflix ลงทุนในอุตสาหกรรมและเป็นอีกหนึ่งแรงสนับสนุนคอนเทนต์เกาหลีในทุกรูปแบบ 

 

 

ดอน คัง ตอบคำถามเกี่ยวกับคอนเทนต์เกาหลี Netflix ที่เดินทางไปยังผู้ชมทั่วโลก

 

อย่างหนึ่งที่แฟนคอนเทนต์เกาหลีน่าจะสังเกตได้ ตั้งแต่ Netflix เริ่มเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์คอนเทนต์เกาหลี ด้วยแพลตฟอร์มสตรีมมิงได้สร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับอุตสาหกรรมบันเทิงเกาหลี โดยเฉพาะซีรีส์ที่มีการลดจำนวนตอนจากมาตรฐาน 16 ตอนที่ฉายทางโทรทัศน์เป็นจำนวนตอนที่น้อยลง มีการสร้างเป็นหลายซีซัน รวมถึงการแบ่งพาร์ต เพื่อสร้างการติดตามให้มากยิ่งขึ้น 

 

ดอน คัง รองประธานฝ่ายคอนเทนต์เกาหลี Netflix ได้ตอบคำถามถึงการจัดการหรือวิธีในการปรับเปลี่ยนคอนเทนต์เพื่อให้เข้ากับการรับชมผ่านแพลตฟอร์ม Netflix ไว้ว่า

 

“อย่างแรกเลย ผมต้องบอกว่าผมเป็นคนที่ชอบรายการทางโทรทัศน์มากๆ ขณะเดียวกัน Netflix เรามีการร่วมมือกับช่องโทรทัศน์ และมีการตกลงทางธุรกิจที่แตกต่างกันไป สำหรับซีรีส์ทางโทรทัศน์เองก็มีเรื่องราวที่เหมาะกับการออกอากาศในลักษณะนั้น ซึ่งตามฟอร์แมตจะมี 16 เอพิโสด ฉากจูบแรกมักจะมาในเอพิโสดที่ 4 อะไรแบบนั้นครับ แล้วมันก็ได้รับการพิสูจน์มาแล้วว่าเวิร์ก 

 

“แต่กับคอนเทนต์ที่ออกอากาศทาง Netflix เรามีจังหวะที่แตกต่างไป เรามักจะพยายามทำอะไรให้แตกต่างไปจากเดิม และการร่วมงานกับผู้สร้าง ในฐานะผู้สนับสนุนและมอบความยืดหยุ่นให้กับพวกเขา ทั้งในเรื่องของแพตเทิร์น และที่สำคัญ ไม่ปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์ นี่เป็นสิ่งที่เราช่วยเหลือให้ผู้สร้างได้ทำงานออกมาให้ดีที่สุด”

 

คำถามหนึ่งที่ผู้ชมคอนเทนต์เกาหลีทั่วโลกคงสงสัยก็คือ หลังจากความสำเร็จที่สุดของที่สุดจาก Squid Game เป้าหมายในการทำงานของ Netflix Korea จะตั้งเป้าหมายเพื่อผู้ชมทั่วโลก หรือว่ายังคงเน้นการรับชมในประเทศเกาหลี ซึ่ง ดอน คัง ได้เปิดเผยถึงประเด็นนี้อย่างน่าสนใจ

 

“ผมยังคงเชื่อจากใจครับว่าเรื่องราวจะต้องเกี่ยวข้องกับคนในประเทศก่อน เพราะเท่าที่ผมใช้เวลาส่วนใหญ่ในการทำงานที่เกาหลี ผู้คนที่ผมได้ร่วมงานด้วยที่ Netflix รวมถึงคนในอุตสาหกรรมก็ล้วนเป็นคนเกาหลี เรารู้จักเรื่องราวของเรา และรู้ว่าอะไรเวิร์กกับผู้ชมของเรา ถ้าเราพยายามจะสร้างสรรค์โชว์โดยที่คนดูเป็นคนที่อยู่คนละประเทศ คนละวัฒนธรรม มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะทำออกมาได้โดนใจพวกเขา 

“เพราะฉะนั้น โฟกัสหลักของเราก็จะยังเป็นคนในเกาหลีก่อน และถ้าเรื่องราวมันเดินทางออกไปนอกประเทศได้มากเท่าไร ก็เป็นสิ่งที่บอกได้ว่าเรากำลังแชร์อะไรบางอย่างร่วมกันกับคนทั้งโลก และมันคงเป็นอะไรที่ดีมากๆ ครับ 

 

“อย่างซีรีส์ Squid Game เอง ผมคิดว่ามันได้กระตุ้นเตือนไม่ใช่แค่พวกเรา Netflix แต่เป็นทั้งอุตสาหกรรมในเกาหลีเลย เพราะนี่คือเรื่องราวที่เรามีอยู่ในความคิดอยู่แล้ว เพียงแต่มันไม่เคยมีใครมองเห็น หรือไม่มีใครยอมลงทุน ผมเชื่อว่าเรื่องราวเหล่านี้จะถูกค้นพบมากยิ่งขึ้น เพราะการที่ Squid Game กลายเป็นอันดับ 1 ของ Netflix ก็เท่ากับเป็นการเปิดขอบฟ้าใหม่ให้กับผู้คนจำนวนมากมายเลยครับ”

 

 

เมื่อพูดถึง Squid Game แล้ว ดอน คัง ก็ได้เล่าถึงจักรวาล Squid Game รวมถึงความคืบหน้าในซีซัน 2 ให้ฟังว่า

 

“เป็นเรื่องน่าตื่นเต้นมากครับจักรวาล Squid Game กำลังเริ่มต้น อย่างตอนนี้เราก็ตื่นเต้นกับโชว์ที่สร้างในอังกฤษ และสำหรับ Squid Game ซีซัน 2 ผู้กำกับฮวังดงฮยอกเขียนบทดราฟต์แรกเสร็จแล้ว และเรากำลังอยู่ในช่วงของการเตรียมพร้อมก่อนการถ่ายทำ ซึ่งบอกได้เลยว่ามันยิ่งใหญ่ขึ้น และยอดเยี่ยมขึ้นด้วย 

 

“เราต้องการทำให้มันถูกต้อง ถูกที่ถูกเวลา เพราะฉะนั้นเราเลยยังไม่ได้กำหนดวันออกอากาศ หรือไทม์ไลน์ไว้แน่นอนขนาดนั้น ผมเลยยังบอกอะไรมากไม่ได้ และอย่างที่บอกไปครับว่าจักรวาล Squid Game เพิ่งเริ่มต้น และเราอยากทำให้มันออกมางดงามจริงๆ เราไม่อยากแค่ผลิตซ้ำความสำเร็จ แต่เพราะเราต้องการจะขยายขอบเขตเรื่องราวไปในทางที่จะช่วยยกระดับ Squid Game ต้นฉบับด้วยเช่นกัน”

 

Squid Game เป็นเหมือนคอนเทนต์เกาหลีที่เปิดประตูสู่โลกระดับสากลอย่างแท้จริง และขณะเดียวกันก็อาจเป็นแรงกดดันให้กับผู้สร้างคอนเทนต์เกาหลีในการผลักดันให้เกิดปรากฏการณ์เช่นเดียวกันกับ Squid Game อีกครั้ง 

 

Squid Game เองเป็นตัวอย่างที่ทำให้เห็นว่าประตูบานใหญ่เปิดออก ทั้งตัวผู้สร้าง และความคิดในการสร้างเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่ต่อจากนี้ นี่คือการทำให้ทั้งประเทศเกาหลีและวงจรนักคิดนักสร้างสรรค์พยายามมากยิ่งขึ้นไปอีก แน่นอนครับว่ามันเต็มไปด้วยแรงกดดันอย่างช่วยไม่ได้ แต่กลับกลายเป็นสภาพแวดล้อมที่ทำให้เราต้องเปลี่ยนเอาแรงกดดันนั้นให้เป็นแรงผลักดันที่เป็นพลังงานด้านบวก

 

“ส่วนตัวผมคิดว่าผู้สร้างชาวเกาหลีมีไอเดียบรรเจิดมาก โปรเจกต์ที่พวกเขาคิดจริงๆ แล้วสามารถนำไปสร้างที่ฮอลลีวูดก็ได้ ที่ผ่านมาเรื่องราวบางเรื่องสร้างในเกาหลีได้ดีมากก็เรื่องหนึ่ง เรื่องราวบางเรื่องที่ถ้าเกิดสร้างในฮอลลีวูดแล้วจะดียิ่งขึ้น เป็นเวอร์ชันที่ดีขึ้นได้ Netflix ก็จะไม่ปฏิเสธที่จะทำ ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับแต่ละโปรเจกต์ด้วยครับ เพราะเราไม่จำเป็นต้องสร้างคอนเทนต์ที่ฮอลลีวูดมากๆ เพื่อให้ได้รับความนิยมจากผู้ชมทั่วโลก และอย่างหนึ่งที่ผมเชื่อว่าเราทำได้ดีมากๆ คือการทำคอนเทนต์ในอุตสาหกรรมของเกาหลีเอง แล้วแสดงให้คนดูทั่วโลกได้เห็น โดยใช้ซับไตเติลหรือพากย์เสียงภาษานั้นๆ ในการสื่อสารออกไป”

 

 

ทำความรู้จัก ดอน คัง VP of Content (Korea)

 

ดอน คัง ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองประธานฝ่ายคอนเทนต์เกาหลีของ Netflix และผู้นำทีมคอนเทนต์ของ Netflix ประจำสำนักงานที่กรุงโซล เกาหลีใต้ ดอน คัง เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ Netflix ในปี 2018 ตั้งแต่เริ่มจัดตั้งทีมผู้บริหารฝ่ายคอนเทนต์ในเกาหลี เขาได้บุกเบิกความร่วมมือครั้งสำคัญจำนวนมาก รวมถึงการทำสัญญาคอนเทนต์กับบริษัทผู้ผลิตคอนเทนต์ระดับแนวหน้าของเกาหลีอย่าง CJ ENM และ Studio Dragon

 

นอกจากนี้ยังเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการทำสัญญาของซีรีส์เกาหลียอดฮิตอีกมากมาย เช่น เรื่องหัวใจ ไม่ไหวอย่าฝืน (It’s Okay to Not Be Okay), ธุรกิจปิดเกมแค้น

(Itaewon Class) และ ปักหมุดรักฉุกเฉิน (Crash Landing on You)

 

ก่อนเข้าทำงานที่ Netflix ดอนดำรงตำแหน่งเป็นประธานฝ่ายขายตลาดต่างประเทศ (Head of International Sales) ที่บริษัท CJ E&M และเขายังเคยได้รับรางวัล Prime Minister’s Award ในงาน Korea Contents Awards ปี 2017 จากความทุ่มเทของเขาในการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและการขยับขยายคอนเทนต์เกาหลีสู่ตลาดต่างประเทศขณะทำงานที่ CJ E&M อีกด้วย

 

“ทุกคนใน Netflix Korea เป็นคนทำงานในอุตสาหกรรมนี้ เรามีชีวิตและหายใจร่วมกับผู้สร้าง ผู้กำกับ นักแสดง และผู้เกี่ยวข้องมากมาย เรายืนยันได้ว่าจะยังคงทำงานเพื่อส่งมอบคอนเทนต์ที่หลากหลายและคู่ควรการรับชมให้กับผู้ชมทั่วโลก

 

“มีข้อมูลหนึ่งที่ผมอยากเล่าให้ฟัง 60% ของสมาชิก Netflix ทั่วโลก เคยได้รับชมคอนเทนต์เกาหลีอย่างน้อยหนึ่งเรื่อง และตัวเลขในอเมริกาใต้ตอนนี้สูงถึง 85% เลยครับ 

 

“ตัวเลขนี้ทำให้ผมมองย้อนกลับไป มันไม่เคยมีปรากฏการณ์นี้ในประวัติศาสตร์โทรทัศน์ของเกาหลีเลยครับ ปรากฏการณ์ที่เรื่องราวมากมายจากเกาหลีไปเข้าถึงหัวใจของผู้คนได้ทั่วโลก ตอนที่ผมได้เห็นหรือได้ยินผู้คนที่อยู่อีกฝั่งของโลกหัวเราะและร้องไห้ จากการได้ดูคอนเทนต์เกาหลีเรื่องเดียวกัน นั่นทำให้ผมรู้สึกถึงความเกี่ยวข้องกันบางอย่างระหว่างเรา ผมคิดว่านี่คือสิ่งที่พิสูจน์อันจริงแท้ว่าถึงแม้เราจะอยู่ห่างไกลกันนับพันๆ ไมล์ แต่เราใกล้กันได้ด้วยเรื่องราวเหล่านี้ เป็นความรู้สึกที่ทำให้ผมอบอุ่นมากๆ ครับ” 

 

ภาพ: Netflix

อ่านต่อ:

  • คุยกับทีมสร้างซีรีส์ All of Us Are Dead และทุกสิ่งเท่าที่รู้ในซีซัน 2: https://thestandard.co/all-of-us-are-dead-interview/ 
  • Netflix 2022 บทสัมภาษณ์พิเศษ ดอน คัง ทำไมคอนเทนต์เกาหลีจึงกลายเป็นหนึ่งในเสาหลักความบันเทิงระดับโลก: https://thestandard.co/netflix-2022-don-kang-interview/ 
  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

X
Close Advertising