×

Nestle ประเทศไทย รุกศึก Plant-based เต็มตัว ส่งแบรนด์ ‘Harvest Gourmet’ ปั้น 5 ผลิตภัณฑ์เนื้อจาก ‘ถั่วเหลือง’

23.02.2021
  • LOADING...
Nestle ประเทศไทย รุกศึก Plant-based เต็มตัว ส่งแบรนด์ ‘Harvest Gourmet’ ปั้น 5 ผลิตภัณฑ์เนื้อจาก ‘ถั่วเหลือง’

เห็นได้ชัดว่าเทรนด์พฤติกรรมการกินของผู้บริโภคในช่วงหลังๆ ค่อนข้างให้ความสนใจกับการดูแลรักษาสุขภาพเป็นอย่างมาก นั่นจึงทำให้เราเริ่มเห็นแบรนด์อาหารแต่ละเจ้าหันมารุกพัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการในส่วนนี้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะไลน์อัพผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม ‘Plant-based’ หรือ ‘เนื้อจากพืช’ ซึ่งเป็นหนึ่งในเทรนด์วัตถุดิบอาหารที่ได้รับความนิยมสุดๆ จนทำให้เชนร้านอาหารน้อยใหญ่พาตัวเองกันเข้ามาจับจองพื้นที่ว่างในตลาดนี้กันอย่างคึกคัก

 

ล่าสุด Nestle ประเทศไทย แบรนด์ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มยักษ์ใหญ่ระดับโลก ก็ขยับเข้ามาเล่นในตลาดนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยได้เปิดตัว ‘Harvest Gourmet’ แบรนด์ผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Plant-based ที่พัฒนาขึ้นจากพืชอย่าง ‘ถั่วเหลือง’ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป และหวังช่วงชิงโอกาสในตลาดอาหารสำหรับคนรักสุขภาพนี้ (ในอนาคตอาจจะใช้วัตถุดิบอื่นๆ ที่ไม่ใช่ถั่วเหลือง เพื่อเพิ่มทางเลือกสำหรับผู้แพ้อาหาร)

 

สำหรับ 5 ผลิตภัณฑ์เนื้อจากพืชที่ Harvest Gourmet เปิดตัวในช่วงแรกนี้ประกอบด้วย เนื้อเบอร์เกอร์, เนื้อบดละเอียด, ไก่ย่างรมควัน, ไก่ชุบเกล็ดขนมปัง และมีตบอล ซึ่ง Nestle จะชูจุดเด่นของการพัฒนาเนื้อสังเคราะห์จากถั่วเหลืองที่มีคุณค่าทางโภชนาการอาหารสูง มีโปรตีนสูง เป็นแหล่งของใยอาหาร ไม่ใส่วัตถุกันเสีย ไม่ใช้สีสังเคราะห์

 

แต่ยังคงไว้ซึ่งรสชาติและรสสัมผัสของความเป็น ‘เนื้อ’ ได้อย่างดีเยี่ยม โดยใช้ ‘น้ำมันมะพร้าว’ เข้ามาเป็นส่วนผสมเพื่อให้มีลักษณะคล้าย ‘ไขมันแทรก’ และเนื้อสัมผัสที่ชุ่มฉ่ำเหมือนเนื้อสัตว์จริง ใช้สีธรรมชาติจากบีตรูตและแครอตสกัดเข้มข้น

 

ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ Plant-based ภายใต้แบรนด์ Harvest Gourmet ทั้งหมดที่จำหน่ายในประเทศกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมถึงประเทศไทย จะผลิตขึ้นที่ฐานการผลิตของบริษัทในประเทศมาเลเซียเป็นหลัก ยังไม่มีแพลนจะผลิตในไทย

 

เครือวัลย์ วรุณไพจิตร ผู้อำนวยการบริหารหน่วยธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหาร และ เนสท์เล่ โพรเฟชชันนัล ประจำภูมิภาคอินโดไชน่า ให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนว่า Nestle ใช้เวลามากกว่า 30 ปี เพื่อวิจัยและพัฒนาเพื่อคิดค้นนวัตกรรม Plant-based Food ขึ้นมาตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในเอเชียที่มีต่อวัตถุดิบอาหารในกลุ่มนี้ เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

 

“เราพบว่าผู้บริโภคคนไทยในปัจจุบันหันมาให้ความสำคัญกับเทรนด์การรักสุขภาพมากขึ้นด้วยการลดการบริโภคเนื้อสัตว์ ซึ่งผู้บริโภคในกลุ่มนี้จะเรียกรวมว่า ‘Flexitarian’ มีอยู่ 2 กลุ่มหลักๆ คือ กลุ่มคนรักสุขภาพ (65%) และกลุ่มควบคุมน้ำหนัก (20%) โดย 1 ใน 4 ของประชากรไทยในวันนี้เป็น Flexitarian ซึ่งยังคงมีความต้องการในการทานเนื้อสัตว์อยู่ แต่ในหนึ่งสัปดาห์อาจจะอยากลดการบริโภคเนื้อสัตว์และหันมาทานเนื้อจากพืชลงที่ประมาณ 1-2 วัน แต่ก็ยังคงมีความต้องการจะได้บริโภคเนื้อจากพืชที่มีความอร่อยอยู่

 

“Nestle จึงได้ส่ง Harvest Gourmet เป็นแบรนด์แรกในการพัฒนาสินค้ากลุ่ม Plant-based เข้าสู่ตลาด เพื่อเป็นทางเลือกอาหารด้านสุขภาพที่มีรสชาติที่ดี ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ถูกปากผู้บริโภคคนไทย มีจุดเด่นสำคัญอยู่ที่การที่เราพัฒนาสินค้าจาก ‘ความเข้าใจ’ ที่เกิดขึ้นจากการศึกษาผู้บริโภคจริงๆ เพื่อส่งต่อรสชาติที่อร่อยเหมือนเนื้อสัตว์ นอกเหนือจากมุมมองเรื่องคุณค่าสารอาหารทางโภชนาการที่ดี”

 

ผู้บริหารหญิงของ Nestle ยืนยันว่า ในช่วงแรกของการทำตลาดในประเทศไทย Harvest Gourmet จะประเดิมรุกตลาดผ่านรูปแบบ B2B ด้วยการทำงานร่วมกับพาร์ตเนอร์ร้านอาหาร และจะเปิดตัวความร่วมมือที่เกิดขึ้นภายในเดือนมีนาคมนี้ ซึ่งพาร์ตเนอร์ดังกล่าวจะมีจำนวนสาขาไม่ต่ำกว่า 100 แห่งทั่วประเทศ แต่ยังคงไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้ เนื่องด้วยเหตุผลด้านการทำการตลาดและประชาสัมพันธ์

 

ส่วนเรนจ์ราคาจำหน่ายอาหารนั้นจะขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ของพาร์ตเนอร์แต่ละเจ้า แต่ยอมรับว่าราคา ‘อาจจะ’ สูงกว่าเนื้อสัตว์ทั่วไปเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับการออกแบบของพาร์ตเนอร์ร้านอาหารเจ้านั้นๆ

 

บิ๊กมูฟการขยับครั้งใหญ่ของแบรนด์ระดับ Nestle ที่ลงมาเล่นในสังเวียน Plant-based ในครั้งนี้ จึงฉายภาพของการที่แบรนด์ใหญ่ๆ ให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมอาหารที่กำลังเป็นเทรนด์ของผู้บริโภคในตลาดมากขึ้น (ก่อนหน้านี้แบรนด์อย่าง Minor ก็ลงมาชิมลางแล้ว) ซึ่งการที่พวกเขาบอกว่าจะทำตลาดในไทยในช่วงแรกผ่านการเป็นพาร์ตเนอร์กับร้านอาหารก็เป็นเพราะว่า ยังคงต้องเน้นการสร้าง Awareness ความเข้าใจให้กับผู้บริโภค ผ่านการสอดแทรกไปกับเมนูอาหารในเชนร้านอาหารพาร์ตเนอร์เป็นหลัก

 

เนื่องจากต้องยอมรับว่า Plant-based เป็น ‘เรื่องที่ใหม่’ และอยู่ในระยะแรกกับผู้บริโภคคนไทยอยู่พอสมควร จึงต้องอาศัยเครือข่ายที่พาร์ตเนอร์ร้านอาหารแต่ละเจ้ามีมาใช้เป็น ‘สนามทดลอง’ ให้ผู้คนได้ลิ้มรสกับวัตถุดิบชนิดนี้ ส่วนจะบุกตลาดรีเทล วางขายกับผู้บริโภคตามช่องทางค้าปลีกทั่วๆ ไปให้ซื้อกลับไปปรุงที่บ้านได้หรือไม่นั้น เครือวัลย์ยืนยันว่า Nestle มีความพร้อมอยู่แล้ว ดังนั้นจึงต้องมองที่ความพร้อมและการตอบรับของผู้บริโภคในตลาดมากกว่า

 

ทั้งนี้ เครือวัลย์ระบุว่า ตลาด Plant-based ในประเทศไทยจากผลการสำรวจ ณ วันนี้ มีมูลค่าอยู่ที่ราว 900 ล้านบาท โดยมีอัตราการเติบโตที่ราว 20% ต่อปี แม้จะยังเป็นเทรนด์ใหม่ของตลาดก็ตาม สอดคล้องกับภาพรวมการเติบโตของทั้งทวีปเอเชีย โอเชียเนีย ส่วนในสเกลตลาด Plant-based ระดับโลกมีสัดส่วนการเติบโตที่ประมาณ 30% ต่อปี

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories