×

จุรินทร์ ถกผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ขอปลดไทยจากบัญชี Watch List หนุนไทยเป็นแหล่งผลิต-ลงทุนผลิตวัตถุดิบป้อนสหรัฐฯ

โดย THE STANDARD TEAM
20.05.2022
จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์

วันนี้ (20 พฤษภาคม) จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงผลการหารือทวิภาคี (Bilateral Discussions) กับ แคทเธอรีน ไท ผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์

 

จุรินทร์กล่าวว่า มูลค่าการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ปี 2564 มีมูลค่าการค้าระหว่างกัน 5.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 1.77 ล้านล้านบาท ถือเป็นคู่ค้าสำคัญลำดับที่ 3 ของไทย รองจากจีนและญี่ปุ่น โดยไทยได้ดุลสหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกลำดับ 1 ของไทย โดยมีมูลค่าการส่งออกสินค้าไทยไปสหรัฐฯ 4.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 1.31 ล้านล้านบาท สินค้าส่วนใหญ่ที่ส่งไปสหรัฐฯ เช่น คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ผลิตภัณฑ์ยาง อัญมณี เครื่องประดับ รถยนต์และอุปกรณ์ยานยนต์ เป็นต้น

 

ประเด็นที่ตนหารือกับรัฐมนตรีผู้แทนการค้าของสหรัฐฯ มี 3 ประเด็นสำคัญ

 

ประเด็นที่ 1 คือ ขอให้สหรัฐฯ พิจารณาถอดไทยออกจากบัญชีจับตามอง (Watch List: WL) ด้านทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งจะมีการพิจารณาอีกครั้งหนึ่งในเดือนกันยายนปีนี้ เพราะที่ผ่านมาประเทศไทยถือว่ามีความคืบหน้าอย่างยิ่งในการดำเนินการจัดการการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเป็นระบบและเป็นรูปธรรม รวมทั้งมีกฎหมายทางด้านทรัพย์สินทางปัญญาที่มีความทันสมัย และมีรายงานจากผู้แทนของสหรัฐฯ ที่มาติดตามความคืบหน้าการดูแลด้านทรัพย์สินทางปัญญาของไทย โดยรายงานเป็นไปในทางบวกที่มีความชัดเจนและเป็นรูปธรรมแล้ว

 

ประการที่ 2 คือ ตนขอให้สหรัฐฯ สนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตวัตถุดิบ และแหล่งลงทุนด้านการผลิตวัตถุดิบทั้งขั้นต้นและขั้นกลางให้กับสหรัฐฯ ตามนโยบายของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ที่ชื่อว่า ‘Supply America’ ซึ่งได้รับการตอบรับจากผู้แทนการค้าของสหรัฐฯ โดยวัตถุดิบที่จะเป็นวัตถุดิบขั้นกลางในการสนับสนุนการผลิตขั้นต่อไปในสหรัฐฯ ตนได้เชิญชวนมาลงทุนที่เมืองไทย เช่น การผลิตแบตเตอรี่ที่ใช้ในรถยนต์ไฟฟ้า การลงทุนด้านวัตถุดิบเกี่ยวกับอาหาร ยา การลงทุนด้านเซมิคอนดักเตอร์ เป็นต้น

 

ประการที่ 3 เนื่องจากปีนี้เราเป็นเจ้าภาพการประชุม APEC และตนเป็นประธานการประชุมรัฐมนตรีเขตเศรษฐกิจการค้า 21 เขตเศรษฐกิจ ได้ขอให้สหรัฐฯ ช่วยสนับสนุนการออกแถลงการณ์ร่วมที่เป็นผลจากการประชุมครั้งนี้ ซึ่งสหรัฐฯ ไม่มีประเด็นขัดข้อง

 

ส่วนประเด็นที่สหรัฐฯ หยิบยกมาคุยกับตนมีด้วยกัน 3 ประเด็นหลัก ดังนี้

 

ประเด็นที่ 1 สหรัฐฯ แจ้งว่าจะสนับสนุนการเป็นเจ้าภาพ APEC ของประเทศไทยในปีนี้ และสนับสนุนการทำหน้าที่ประธานการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจการค้าของ APEC และที่สำคัญปีหน้าสหรัฐฯ จะเป็นเจ้าภาพการประชุม APEC ต่อจากประเทศไทย ซึ่งได้ขอให้ช่วยสนับสนุนด้วยเช่นเดียวกัน และขอเชิญผู้แทนจากประเทศไทยทั้งภาครัฐและเอกชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมกับสหรัฐฯ ต่อไปในปีหน้า

 

ประเด็นที่ 2 เรื่องการประชุมองค์การการค้าโลก (World Trade Organization: WTO) ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาหารือ โดยทั้งไทยและสหรัฐฯ มีความเห็นที่สอดคล้องกันในภาพรวม เพราะล้วนประสงค์ผลักดันให้มีการประชุมระดับรัฐมนตรี WTO หรือที่เรียกว่า MC12 (Ministerial Conference) เกิดขึ้น โดยมีประเด็นสำคัญ เช่น การปฏิรูป WTO การจัดตั้งองค์กรอุทธรณ์ของ WTO ให้เกิดขึ้นโดยเร็ว เพราะมีความสำคัญสำหรับกรณีข้อพิพาทที่เกิดขึ้น เนื่องจากเมื่อองค์กรพิจารณาข้อพิพาทขั้นต้นได้มีคำตัดสินแล้ว ยังสามารถอุทธรณ์ไปยังองค์กรอุทธรณ์ได้ แต่ขณะนี้องค์กรอุทธรณ์ยังไม่มีการจัดตั้งขึ้น ต้องรอผลการประชุมร่วม WTO ที่จะเกิดขึ้น ซึ่งมีความสำคัญในการช่วยยุติข้อพิพาทระหว่างสมาชิก เห็นควรให้จัดตั้งองค์กรนี้โดยเร็ว

 

ประเด็นที่ 3 เรื่องกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจอินโด-แปซิฟิก และแจ้งให้ประเทศไทยและตนรับทราบ และเชิญประเทศไทยเข้าร่วมในการประกาศเจตนารมณ์จัดตั้งกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจอินโด-แปซิฟิก ที่กรุงปารีสในช่วงประมาณวันที่ 11 มิถุนายน 2565 ซึ่งตนแจ้งว่าคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบแล้วเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยมอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้แจ้งความประสงค์ในการเข้าร่วมการแสดงเจตนารมณ์เจรจาต่อไป สำหรับการเชิญรัฐมนตรีพาณิชย์เข้าร่วมประชุมที่ปารีสนั้น ตนรับทราบเป็นการเบื้องต้นไปแล้ว 

 

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 21-22 พฤษภาคมนี้ จะมีการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจการค้า APEC ซึ่งสหรัฐฯ จะเข้าร่วมการประชุมด้วยตลอด 2 วัน ถ้ามีประเด็นอะไรเพิ่มเติมก็จะหยิบยกขึ้นมาหารือกันในที่ประชุมเพิ่มเติมอีกครั้ง


READ MORE






Latest Stories