×

ไทยรั้งเบอร์ 3 ดัชนี ‘เศรษฐกิจที่มีความทุกข์ยากน้อยที่สุดในโลก’ ตามหลังไต้หวันและสิงคโปร์ ผลจากเงินเฟ้อต่ำ, ว่างงานต่ำ และราคาสินค้านิ่ง

03.05.2026
  • LOADING...
ภาพรถเข็นผลไม้และผู้คนรอรถเมล์ สื่อถึงเศรษฐกิจและชีวิตประจำวันของคนไทย

สิงคโปร์และไทยติดอันดับเศรษฐกิจที่มี ‘ความทุกข์ยากน้อยที่สุด’ (Least Miserable) ของโลก จากการจัดอันดับประจำปีโดยนักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอปกินส์ พร้อมระบุว่าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คือหนึ่งในภูมิภาคที่เศรษฐกิจมีสุขภาพดีที่สุดของโลก

 

ดัชนี Hanke’s Annual Misery Index (HAMI) ปี 2025 จัดทำโดย สตีฟ แฮงคี (Steve Hanke) ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ประยุกต์ มีจุดประสงค์เพื่อวัด ‘อุณหภูมิเศรษฐกิจ’ ของแต่ละประเทศ และประเมินว่าประชาชนทั่วไปรับรู้สภาพเศรษฐกิจในชีวิตประจำวันอย่างไร

 

รายงานปีนี้ระบุว่า เศรษฐกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หลายประเทศมีอัตราเงินเฟ้อต่ำ, การจ้างงานมั่นคง, ต้นทุนการกู้ยืมอยู่ในระดับที่จัดการได้ และรายได้เติบโต ส่งผลให้ภาคครัวเรือนเผชิญแรงกดดันทางเศรษฐกิจน้อยลง

 

“ลองนึกภาพว่า HAMI เป็นเหมือนเทอร์โมมิเตอร์ที่ใช้วัดร่างกายของระบบเศรษฐกิจ” แฮงคีกล่าว

 

ดัชนีนี้พิจารณา 4 องค์ประกอบ คือ การนำอัตราว่างงาน, อัตราเงินเฟ้อ และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคาร มารวมกัน แล้วลบด้วยอัตราการเติบโตของ GDP ที่แท้จริง

 

คะแนน HAMI ยิ่งต่ำเท่าไหร่ เศรษฐกิจของประเทศนั้นยิ่ง ‘แข็งแรง’ มากเท่านั้น หมายถึงตลาดงานสมบูรณ์, ราคาสินค้ามั่นคง, สินเชื่อจ่ายไหว และรายได้กำลังเพิ่มขึ้น ในทางกลับกัน “คะแนน HAMI ที่สูงหมายความว่าเศรษฐกิจกำลังเป็นไข้ และผู้คนกำลังทุกข์ทรมาน” แฮงคีระบุ

 

อย่างไรก็ตาม ดัชนีนี้ไม่ได้คำนึงถึงขนาดของประเทศ, น้ำหนักทางภูมิรัฐศาสตร์ หรือรายได้ต่อหัว

 

ไต้หวันครองแชมป์ ส่วนเวเนซุเอลารั้งท้าย ไทยขึ้นอันดับ 3 ของโลก

 

ปีนี้มีเศรษฐกิจที่ถูกจัดอันดับทั้งหมด 178 ประเทศ โดยเวเนซุเอลาขึ้นนำที่อันดับ 1 ด้วยคะแนน 556.5 ซึ่งแฮงคีอธิบายว่าเป็นผลจากมาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศ หลัง นิโคลัส มาดูโร ได้รับเลือกตั้งกลับมาเป็นประธานาธิบดีอีกครั้งในเดือนกรกฎาคม 2024 ส่งผลให้รายได้จากน้ำมันถูกจำกัด และค่าเงินดิ่งลง

 

ประเทศจากอเมริกาใต้แห่งนี้มีอัตราเงินเฟ้อสูงสุดในโลกที่ 475% ขณะที่อัตราว่างงานพุ่งแตะ 35%

 

ในทางกลับกัน อันดับ 178 ซึ่งเป็นเศรษฐกิจที่มีความสุขที่สุดในโลก ตกเป็นของไต้หวัน ด้วยคะแนน 2.1 จากความต้องการเซมิคอนดักเตอร์และฮาร์ดแวร์ AI ทั่วโลก ที่ดัน GDP ที่แท้จริงต่อหัวให้เติบโตถึง 9.2% ควบคู่กับอัตราว่างงาน, เงินเฟ้อ และดอกเบี้ยเงินกู้ที่ต่ำ

 

สิงคโปร์ตามมาเป็นอันดับ 2 ด้วยคะแนน 2.6 จากตลาดแรงงานที่ตึงตัวด้วยอัตราว่างงานเพียง 2.0%, อัตราเงินเฟ้อที่ควบคุมได้ดีที่ 1.2% และ GDP เติบโตแข็งแกร่งที่ 4.3% ต่อหัว

 

ส่วนไทยอยู่อันดับ 3 ด้วยคะแนน 3.1 ซึ่งเป็นผลจากการรักษาระดับเงินเฟ้อต่ำและการจ้างงานที่มั่นคงมายาวนานกว่า 1 ทศวรรษ โดยราคาสินค้าผู้บริโภคลดลง 0.3%, อัตราว่างงานอยู่ที่ 0.8% และ GDP ที่แท้จริงต่อหัวเติบโต 2.5%

 

ประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทำคะแนนดีกว่าเศรษฐกิจขนาดใหญ่หลายแห่ง โดยมาเลเซีย (อันดับ 167), กัมพูชา (163) และเวียดนาม (156) ติดอยู่ในกลุ่ม 1 ใน 5 ที่มีคะแนนต่ำสุด ขณะที่ฟิลิปปินส์ (131), ลาว (129) และอินโดนีเซีย (123) ก็ทำผลงานได้ดี ส่วนเมียนมาที่ยังอยู่ในภาวะสงครามกลางเมืองเป็นข้อยกเว้น โดยอยู่ที่อันดับ 14 ด้วยคะแนน 66

 

‘ภูมิภาคเศรษฐกิจสุขภาพดี’ กับโจทย์ที่ยังต้องจับตา

 

“แต่ละประเทศเหล่านี้ทำผลงานได้น่าพอใจในทั้ง 4 ตัวแปร นั่นคือเหตุผลที่พวกเขายืนอยู่ในตำแหน่งที่ดีกว่าสหรัฐฯ, สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศส” แฮงคีกล่าว ขณะที่ทั้ง 3 ประเทศนี้อยู่อันดับ 119, 103 และ 115 ตามลำดับ

 

แฮงคี ผู้เคยเป็นที่ปรึกษาเศรษฐกิจหลักของอดีตประธานาธิบดี ซูฮาร์โต (Suharto) ของอินโดนีเซีย ในช่วงวิกฤตการเงินเอเชีย และมีบทบาทสำคัญในการแนะนำรัฐบาล โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ไม่ให้ใช้มาตรการคว่ำบาตรทางการเงินกับฮ่องกงในปี 2020 เรียกเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ว่าเป็น “ภูมิภาคที่เศรษฐกิจมีสุขภาพดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก”

 

เขาระบุว่า การบริหารจัดการปริมาณเงินในระบบอย่างรอบคอบ ช่วยให้สิงคโปร์และไทยรักษาระดับเงินเฟ้อให้มั่นคง พร้อมต้นทุนการกู้ยืมที่ค่อนข้างต่ำ

 

แม้ GDP ของไทยจะเติบโตช้า แต่ราคาสินค้าผู้บริโภคที่ลดลงและอัตราว่างงานที่ต่ำ บ่งชี้ว่า “คนไทยไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในเศรษฐกิจที่ซบเซา ในมุมที่สัมผัสได้กับชีวิตประจำวัน” แฮงคีกล่าว

 

“การที่ค่าเงินมีเสถียรภาพ ส่งผลให้ราคาสินค้ามีเสถียรภาพ เมื่อราคาสินค้ามีเสถียรภาพ ดอกเบี้ยเงินกู้ก็อยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ และเมื่อดอกเบี้ยอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ ก็จะนำไปสู่เศรษฐกิจที่มีอัตราว่างงานต่ำและเติบโตในระดับพอประมาณ ซึ่งคือสิ่งที่ไทยทำได้มากว่า 1 ทศวรรษ” แฮงคีกล่าวเสริม

 

ไมเคิล ริคาฟอร์ต หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Rizal Commercial Banking Corporation มองสอดคล้องว่า นโยบายการเงินที่ยืดหยุ่นและเสถียรภาพทางการเงินของภูมิภาค ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว

 

อย่างไรก็ตาม เขาเตือนว่าหากบางประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้รับผลกระทบหนักจากความขัดแย้งในอ่าวเปอร์เซีย เงินเฟ้ออาจกลับมาเร่งตัวขึ้นในเดือนข้างหน้า โดยเฉพาะหากช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิดกั้น

 

รายงานของ Institute of International Finance เมื่อเดือนมีนาคมระบุว่า ไทยและฟิลิปปินส์ ร่วมกับอินเดีย เป็นกลุ่มประเทศที่เปราะบางที่สุดต่อการเพิ่มขึ้นของราคาอาหารและพลังงาน อันเป็นผลจากสงครามอิหร่าน เนื่องจากต้องนำเข้าพลังงานสุทธิจากตะวันออกกลางในระดับสูง

 

ขณะที่ปรากฏการณ์เอลนีโญที่คาดว่าจะทำให้ภูมิภาคร้อนและแห้งขึ้น อาจส่งผลให้ราคาข้าวและอาหารสูงขึ้น และเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อในช่วงปลายปี 2026 ถึงต้นปี 2027

 

อ้างอิง:

 

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories