เกมกับอียิปต์คือข้อพิสูจน์ชั้นดีว่า ทำไมในวัย 39 ปี ลิโอเนล เมสซี ถึงยังคงเป็นลมหายใจและทุกสิ่งทุกอย่างของอาร์เจนตินา
ครึ่งแรก เมสซีพลาดจุดโทษในเกมที่เต็มไปด้วยความกดดัน แต่หลังจากนั้นเขาไม่ปล่อยให้ตัวเองหายไปจากเกม
เมื่อทีมตามหลัง เมสซีเริ่มร่ายมนตร์อีกครั้งในนาที 79 ด้วยการตักบอลอย่างแม่นยำให้ คริสเตียน โรเมโร โหม่งขยับสกอร์เป็น 1-2 จุดประกายความหวังให้ทัพฟ้าขาว
ก่อนที่อีกเพียง 4 นาทีถัดมา เขาจะลบฝันร้ายจากลูกจุดโทษด้วยตัวเอง เมสซีตะบันด้วยซ้ายเต็มข้อ บอลพุ่งเช็ดคานเข้าไปอย่างเด็ดขาด เป็นประตูตีเสมอ 2-2 ที่ปลุกพลังใจให้เพื่อนร่วมทีมทั้งสนามฮึดสู้ จนพลิกสถานการณ์กลับมาแซงชนะ 3-2 ได้อย่างเหลือเชื่อ
ในวัยใกล้เลขสี่ เมสซีปรับเปลี่ยนวิธีการเล่นไปตามสภาพร่างกายอย่างชาญฉลาด เขาไม่จำเป็นต้องวิ่งสปรินต์ตลอด 90 นาที แต่เลือกที่จะเยื้องย่างหาพื้นที่ว่าง ชั่งตวงจังหวะ และรอเวลาสร้างความแตกต่างเมื่อโอกาสมาถึง
ทุกคนในทีมช่วยให้เมสซีเล่นได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกัน เมสซีก็ยังตอบแทนทีมด้วยประตู แอสซิสต์ และการตัดสินใจในจังหวะสำคัญเหมือนที่ทำมาตลอด
ความมหัศจรรย์นี้ทำให้เขายืดสถิติถล่มประตูในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายออกไปเป็น 21 ประตู และเป็นการสอยตาข่ายได้ 9 นัดติดต่อกันในทัวร์นาเมนต์นี้ ย้อนกลับไปตั้งแต่รอบ 16 ทีมสุดท้ายปี 2022 ที่พบกับออสเตรเลีย จนกระทั่งเวียนกลับมาที่รอบ 16 ทีมสุดท้ายกับอียิปต์ในวันนี้
ค่ำคืนที่ยากลำบากของอาร์เจนตินา จบลงด้วยอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ของ “King Leo” ชายที่ยังสร้างความแตกต่างบนเวทีฟุตบอลโลกได้ในวัย 39 ปี
หลังจบเกม เมสซีมีน้ำตาให้เห็น
มันคือหยาดน้ำตาของชายที่ผ่านความสำเร็จมาแล้วทุกอย่างบนโลกฟุตบอล แต่หัวใจยังคงอัดแน่นด้วยแพสชันอันพลุ่งพล่าน เขายังเจ็บปวดกับความผิดพลาด และปลดปล่อยอารมณ์ออกมาเต็มที่เมื่อทีมเอาตัวรอดจากคืนที่ยากที่สุดคืนหนึ่งได้สำเร็จ






