×

ธนาคารทหารไทยธนชาต… Synergy เพื่ออนาคต

24.09.2019
  • LOADING...
TMB + TCAP

เกิดอะไรขึ้น:

ในที่สุดแล้วการควบรวมระหว่าง บมจ.ธนาคารทหารไทย (TMB) และ บมจ.ธนาคารธนชาต (TBANK) ก็ได้รับการอนุมัติจากผู้ถือหุ้นของทั้ง 2 ธนาคาร ในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นวานนี้ (23 กันยายน) โดยในส่วนของ TMB ที่ประชุมฯ มีมติเห็นชอบเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดของ TBANK เป็นมูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท ซึ่งการระดมทุนจะมาจาก

 

  1. การเสนอขายหุ้นเพิ่มทุน ด้วยการออกใบแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นเพิ่มทุนที่โอนสิทธิ์ได้ (TSR) มูลค่า 4.25 หมื่นล้านบาท
  2. การเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้กับบุคคลในวงจำกัด มูลค่า 6.4 พันล้านบาท
  3. การเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้กับผู้ถือหุ้นเดิมของ TBANK มูลค่า 5.76 หมื่นล้านบาท

 

โดยวันนี้ (24 กันยายน) TMB ได้ประกาศราคาใช้สิทธิ์ซื้อหุ้นเพิ่มทุนตาม TSR ที่ราคา 1.40 บาทต่อหุ้น อัตราส่วนการจัดสรร TSR คือ 1.444533 หุ้นเดิม ต่อ TSR 1 หน่วย พร้อมขึ้นเครื่องหมาย XT วันที่ 26 กันยายนนี้ ทั้งนี้หากผู้ถือหุ้นไม่มาใช้สิทธิ์ซื้อหุ้นเพิ่มทุนจนครบ กระทรวงการคลังมีความประสงค์จะซื้อหุ้นเพิ่มทุนส่วนที่เหลือเองทั้งหมด

 

ขณะที่ทางด้าน TBANK ที่มี บมจ.ทุนธนชาต (TCAP) เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน TBANK 50.96% จะทำการปรับโครงสร้างธุรกิจ โดย TBANK จะขายหุ้นในบริษัทย่อยที่ถืออยู่ให้กับ TCAP จากนั้น TMB จะเสนอซื้อหุ้นสามัญของ TBANK จากผู้ถือหุ้นของ TBANK ทุกราย โดยจะชำระค่าหุ้นเป็นเงินสด และ TCAP จะเข้าซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ TMB รวมถึงเข้าซื้อส่วนที่ TMB จะเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นรายย่อยของ TBANK เพื่อให้ TCAP เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนดังกล่าวให้แก่ผู้ถือหุ้นรายย่อยของ TBANK ต่อไปในภายหลัง

 

ทั้งนี้ในส่วนของโครงสร้าง​ธนาคาร​พาณิชย์​แห่งใหม่ที่จะใช้ชื่อว่า​ ‘ธนาคาร​ทหารไทย​ธนชาต’​ (TMB-THANACHART​ BANK) โดยภายหลังการควบรวมเสร็จสิ้น TCAP จะถือหุ้นราว 21% ในธนาคารพาณิชย์แห่งใหม่ และจะมีสภาพคล่องส่วนเกินจากการขายหุ้น TBANK มากกว่า 1 หมื่นล้านบาท โดย TCAP จะนำเงินส่วนนี้มาจ่ายปันผลพิเศษราว 5 พันล้านบาท หรือคิดเป็น 4 บาทต่อหุ้น ส่วนที่เหลืออีก 5,000 ล้านบาท จะใช้ในการซื้อหุ้นคืน ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปลายปีนี้

 

กระทบอย่างไร:

ช่วงเช้าวันนี้ราคาหุ้น TMB ขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 1.75 บาท เพิ่มขึ้นจากราคาปิดวันก่อนหน้าที่ 1.71 บาท หรือ 2.4 %DoD ส่วนราคาหุ้น TCAP ขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 56.75 บาท เพิ่มขึ้นจากราคาปิดวันก่อนหน้าที่ 56.25 หรือ 0.89%DoD โดยราคาหุ้นของทั้งบริษัทไม่ได้ตอบรับในเชิงบวกมากนักเนื่องจากข่าวที่ออกมาเป็นเพียงความคืบหน้าของการควบรวมกิจการซึ่งนักลงทุนรับทราบข้อมูลนี้กันไปในช่วงก่อนหน้านี้แล้ว

 

มุมมองระยะสั้น:

SCBS ประเมินว่าในระยะแรก TCAP จะได้ประโยชน์จากสภาพคล่องส่วนเกินในระดับสูง ขณะที่ TMB ถึงแม้จะมีการเพิ่มทุน แต่ผลกระทบของ Dilution Effect อาจไม่มาก เนื่องจากมีการใช้แหล่งเงินทุนส่วนหนึ่งจากการกู้ยืม และกำไรจาก TBANK มีจำนวนมากพอจะชดเชย Dilution Effect จากการเพิ่มทุนได้บ้าง

 

มุมมองระยะยาว:

SCBS ประเมินว่า การควบรวมกันของธนาคารทั้งสองแห่งเพื่อก่อให้เกิด Synergy ท่ามกลางภาวะ Disruption ในธุรกิจการเงิน ซึ่งธนาคารใหม่จะมีความสามารถในการทำกำไรที่ยั่งยืนมากขึ้นในระยะยาว เพราะเป็นการรวมจุดแข็งของทั้ง 2 ธนาคาร คือ สินเชื่อเช่าซื้อของ TBANK และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย, สินเชื่อเอสเอ็มอี ของ TMB โดย SCBS คาดว่าธนาคารทหารไทยธนชาตจะมีส่วนแบ่งตลาด 13% (อันดับ 1) ในการให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อ, ส่วนแบ่งตลาด 13% (อันดับ 4) ในการให้บริการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย และส่วนแบ่งตลาด 6.5% (อันดับ 5) ในการให้บริการสินเชื่อเอสเอ็มอี

 

ข้อมูลพื้นฐาน:

บมจ.ธนาคารทหารไทย (TMB) ดำเนินธุรกิจธนาคารพาณิชย์เต็มรูปแบบแก่ลูกค้า 3 กลุ่มหลักคือ กลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ ลูกค้าเอสเอ็มอี และลูกค้ารายย่อย โดยมีกลุ่มไอเอ็นจี สถาบันการเงินของประเทศเนเธอร์แลนด์ เป็นพันธมิตรทางธุรกิจและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ร่วมกับกระทรวงการคลัง

 

บมจ.ทุนธนชาต (TCAP) เป็นบริษัทแม่ของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ซึ่งบริษัทในกลุ่มธนชาตแบ่งประเภทการประกอบธุรกิจออกเป็น 2 กลุ่ม 1. ธุรกิจทางการเงิน ซึ่งประกอบด้วย ธุรกิจธนาคารพาณิชย์ ธุรกิจบริหารสินทรัพย์ ธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจประกัน ธุรกิจให้เช่าซื้อ และธุรกิจลิสซิ่ง 2. ธุรกิจสนับสนุน ซึ่งประกอบด้วยธุรกิจโบรกเกอร์ ธุรกิจบริการ และธุรกิจการพัฒนาฝึกอบรม

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories