×

ราคาหุ้น BJC พุ่ง สวนทางตลาดหุ้น หลังบริษัทแถลงแผนธุรกิจเตรียมทุ่มลงทุน 1 หมื่นล้าน ขยายสาขาเพิ่ม

06.03.2020
  • LOADING...

เกิดอะไรขึ้น:

วันนี้ (6 มีนาคม) บมจ.เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC) เปิดเผยผ่านงาน Opportunity Day ว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2563 เติบโต Single Digit เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยการเติบโตของรายได้ในปีนี้มาจากการขยายสาขาเป็นหลัก ประกอบด้วย การขยายสาขาไฮเปอร์มาร์เก็ตในประเทศเพิ่มอีก 3 แห่ง ไฮเปอร์มาร์เก็ตในต่างประเทศเพิ่มอีก 1 แห่ง ซูเปอร์มาร์เก็ตเพิ่มอีก 2 แห่ง และมินิบิ๊กซีเพิ่มอีก 300 แห่ง 

 

ทั้งนี้บริษัทได้ตั้งงบลงทุนไว้ประมาณ 8,000-10,000 ล้านบาทในการขยายสาขาและปรับปรุงสาขาเดิม บริษัทมีแผนที่จะออกหุ้นกู้วงเงิน 1.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลงเพื่อทดแทนหุ้นกู้เดิมที่กำลังจะครบกำหนดชำระในเดือนมีนาคม 2563

 

สำหรับผลกระทบของการแพร่ระบาดของโควิด-19 บริษัทเปิดเผยว่า มีบิ๊กซีจำนวน 4 สาขาที่ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลงคือ กระบี่ ราชดำริ ภูเก็ต และพัทยา เนื่องจากสาขาดังกล่าวมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก แต่อย่างไรก็ดี ผู้บริโภคในพื้นที่ได้เข้ามาซื้อสินค้าเพื่อกักตุนมากขึ้น ทำให้สามารถชดเชยรายได้ที่หายไปจากนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ในระดับหนึ่ง

 

กระทบอย่างไร:

วันนี้ราคาหุ้น BJC ปรับตัวขึ้นโดดเด่นอยู่ที่ระดับ 38.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.99%DoD จากระดับ 37.75 บาทในวันก่อนหน้า ซึ่งสวนทางตลาดหุ้นที่ลดลง 23.26 จุด โดยได้ปัจจัยลบจากความกังวลด้านการแพร่ระบาดของโควิด-19 นอกประเทศจีน

 

มุมมองระยะสั้น:

SCBS มองว่าการแถลงแผนธุรกิจครั้งนี้เป็นเพียง Sentiment บวกระยะสั้นต่อราคาหุ้นเท่านั้น ขณะที่ทิศทางผลประกอบการของบริษัทฯ ยังไม่ได้สดใสมากนัก เนื่องจากดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคมีแนวโน้มลดลง ซึ่งอาจส่งผลให้การใช้จ่ายภาคครัวเรือนชะลอลงและกระทบต่อรายได้ทั้งหมดของกลุ่มธุรกิจสินค้าและบริการทางการค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Retail Supply Chain: MCS) 

 

ขณะที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะยังคงเป็นปัจจัยกดดันต่อผลประกอบการของสาขาที่มีลูกค้าต่างชาติจำนวนมาก

 

ทั้งนี้ต้องตามดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภครายเดือนหากยังมีทิศทางที่อ่อนแอต่อเนื่องจะเป็น Sentiment เชิงลบต่อราคาหุ้น

 

มุมมองระยะยาว:

SCBS มองว่าปี 2563 ยังคงเป็นปีที่ท้าทายสำหรับ BJC เนื่องจากกำลังซื้อที่ในประเทศอ่อนแอตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว แม้จะได้อานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นของภาครัฐก็ตาม นอกจากนี้ในครึ่งปีหลังของปี 2563 จะมีการบันทึกค่าใช้จ่ายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกที่สูงขึ้นเนื่องจากการเปลี่ยนของการบันทึกบัญชีซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยกดดันต่อทิศทางผลประกอบการในปี 2563 นี้

 

ข้อมูลเพิ่มเติม:

หมายเหตุ %DoD คือ % การเปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับวันทำการก่อนหน้า

 

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories