×

กำไรหุ้นกลุ่มธนาคาร 4Q63 หดตัว 25%YoY คาดเป็นจุดต่ำสุดแล้ว ก่อนฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป

26.01.2021
  • LOADING...
กำไรหุ้นกลุ่มธนาคาร 4Q63 หดตัว 25%YoY คาดเป็นจุดต่ำสุดแล้ว ก่อนฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป

เกิดอะไรขึ้น :

 

SCBS ได้รวบรวมข้อมูลกำไรสุทธิ 4Q63 ของกลุ่มธนาคาร ซึ่งประกาศออกมาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยภาพรวมกำไรสุทธิของกลุ่มธนาคารลดลง 25%YoY แต่เพิ่มขึ้น 8%QoQ โดยธนาคารส่วนใหญ่ (ยกเว้น KBANK และ KTB) รายงานกำไรสุทธิต่ำกว่าที่ตลาดคาด ซึ่งหลักๆ เกิดจากการตั้งสำรองที่สูงกว่าคาด นอกจากนี้ สินเชื่อภายใต้มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ปรับตัวลดลงอย่างมาก

 

ทั้งนี้ กำไรก่อนการตั้งสำรองของกลุ่มธนาคารลดลง 12%YoY และลดลง 2%QoQ ซึ่งสะท้อนถึงสินเชื่อที่เติบโต 8%YoY และเติบโต 2%QoQ ขณะที่ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) หดตัว 8 bps QoQ ซึ่งเกิดจากผลตอบแทนจากสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้ลดลง สำหรับรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (non-NII) เพิ่มขึ้น 19%QoQ ซึ่งมาจากรายได้ค่าธรรมเนียมฟื้นตัวดีขึ้น 12%QoQ แต่ non-NII ยังลดลง 26%YoY 

 

 

กลุ่มที่รายงานกำไรสุทธิดีกว่าตลาดคาด :

 

  • KTB รายงานกำไรสุทธิ 4Q63 ที่ 3.8 พันล้านบาท ลดลง 48%YoY และเพิ่มขึ้น 26%QoQ ดีกว่าตลาดคาด 9%

 

  • KBANK รายงานกำไรสุทธิ 4Q63 ที่ 1.3 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 51%YoY และเพิ่มขึ้น 99%QoQ ดีกว่าตลาดคาด 116%

 

 

กลุ่มที่รายงานกำไรสุทธิต่ำกว่าตลาดคาด :

 

  • BBL รายงานกำไรสุทธิ 4Q63 ที่ 2.4 พันล้านบาท ลดลง 70%YoY และลดลง 40%QoQ แย่กว่าตลาดคาด 56%

 

  • SCB รายงานกำไรสุทธิ 4Q63 ที่ 4.9 พันล้านบาท ลดลง 13%YoY และเพิ่มขึ้น 4%QoQ แย่กว่าตลาดคาด 11%

 

  • BAY รายงานกำไรสุทธิ 4Q63 ที่ 3.4 พันล้านบาท ลดลง 47%YoY และลดลง 45%QoQ แย่กว่าตลาดคาด 41%

 

  • TMB รายงานกำไรสุทธิ 4Q63 ที่ 1.2 พันล้านบาท ลดลง 24%YoY และลดลง 24%QoQ แย่กว่าตลาดคาด 26%

 

  • KKP รายงานกำไรสุทธิ 4Q63 ที่ 1.1 พันล้านบาท ลดลง 34%YoY และลดลง 18%QoQ แย่กว่าตลาดคาด 5%

 

  • LHFG รายงานกำไรสุทธิ 4Q63 ที่ 204 ล้านบาท ลดลง 77%YoY และลดลง 61%QoQ แย่กว่าตลาดคาด 50%

 

  • ขณะที่ TISCO รายงานกำไรสุทธิ 4Q63 ที่ 1.6 พันล้านบาท ลดลง 12%YoY และเพิ่มขึ้น 1%QoQ ใกล้เคียงกับที่ตลาดคาด

 

 

กระทบอย่างไร : 

 

นับตั้งแต่เริ่มประกาศผลประกอบการ (19 มกราคม) จนถึงวันนี้ (26 มกราคม) ราคาหุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวขึ้น 2% โดย KBANK ปรับตัวขึ้นโดดเด่นสุดในกลุ่มถึง 10.9% และมีเพียงแค่ KTB, BAY และ TMB ที่ปรับตัวลง 0.8%, 5.2% และ 1.7% ตามลำดับ

 

 

มุมมองระยะสั้น :

 

SCBS คาดว่า แนวโน้มผลประกอบการของธนาคารส่วนใหญ่ผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้วใน 4Q63 หลังจากตั้งสำรองเพิ่มมากกว่าที่คาดเพื่อเพิ่ม LLR Coverage โดย LLR ของกลุ่มธนาคารเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 150% จาก 146% ณ 3Q63 และอัตราส่วน NPL อยู่ในระดับที่ 3.97% นอกจากนี้ SCBS เชื่อว่า Credit Cost ได้ทำจุดสูงสุดแล้วในปี 2563 และจะลดลงเล็กน้อยในปี 2564 แต่ยังอยู่ในระดับสูงกว่าปกติค่อนข้างมาก เนื่องจากธนาคารยังตั้งสำรองเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับ NPL ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ภายหลังจากมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ระยะที่ 1 สิ้นสุดลงใน 4Q63 คุณภาพของสินเชื่อภายใต้มาตรการช่วยเหลือฯ ดีกว่าที่คาด เนื่องจากสินเชื่อดังกล่าวลดลงมากกว่าครึ่งหนึ่งจากจุดสูงสุดใน 2Q63

 

 

มุมมองระยะยาว :

 

สำหรับทิศทางกำไรปี 2564 ของกลุ่มธนาคาร SCBS คาดว่าจะฟื้นตัว 10%YoY โดยการตั้งสำรองยังอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับ NPL ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และการเติบโตของสินเชื่อยังคงชะลอตัว ขณะที่ NIM ยังมีแนวโน้มลดลง เพราะผลตอบแทนจากการให้สินเชื่อลดลง โดยได้รับผลกระทบจากการลดอัตราดอกเบี้ยเต็มปีและการปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 

 

สำหรับปี 2565 คาดว่าทิศทางกำไรจะเติบโต 11%YoY โดยได้รับการสนับสนุนจากการตั้งสำรองลดลง เพราะความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ลดลง แม้ว่าจะถูกฉุดรั้งจาก NIM ที่ลดลงอย่างมาก เพราะอัตรานำส่งเงินสมทบกองทุนฟื้นฟูฯ จะปรับตัวขึ้น 23 bps สู่ระดับปกติที่ 0.46%

 

ทั้งนี้ SCBS คาดว่า กำไรของกลุ่มธนาคารจะปรับตัวขึ้นสู่ระดับก่อนโควิด-19 ในปี 2566 โดยกำไรจะเติบโต 19%YoY เมื่อ Credit Cost กลับคืนสู่ระดับปกติ และโครงสร้างต้นทุนปรับลดลง หลังจากลงทุนครั้งใหญ่ในระบบดิจิทัลแบงกิ้งเป็นเวลาหลายปี

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories