×

เมเจอร์ฯ พร้อมเปิดเฟส 3 ลดที่นั่งเหลือ 25% แต่ไม่ขึ้นค่าตั๋ว ยืนยันธุรกิจโรงภาพยนตร์ยังแข็งแรง

26.05.2020
  • LOADING...

โรงภาพยนตร์เป็นหนึ่งในธุรกิจที่ลุ้นว่าจะสามารถกลับมาเปิดในเฟส 3 ได้หรือไม่ แน่นอนว่าเมื่อต้องปิดชั่วคราวนานถึง 2 เดือนกว่าๆ ธุรกิจย่อมได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน ทว่า วิชา พูลวรลักษณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จํากัด (มหาชน) ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD ว่า ไม่ปฏิเสธที่ธุรกิจได้รับผลกระทบ แต่ก็ไม่ได้รับผลกระทบมากขนาดนั้น เพราะธุรกิจโรงภาพยนตร์มีรายจ่ายประจำไม่สูง และเป็นธุรกิจที่แข็งแรงในตัวเองอยู่แล้ว

 

“การระบาดของโควิด-19 เป็นสิ่งที่ไม่มีใครทันตั้งตัว อย่างที่จีนต้องปิดโรงภาพยนตร์ไป 70,000 จอ เราเองในช่วงแรกพูดเล่นๆ ว่าอาจต้องปิดตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ด้วยซ้ำ สำหรับเราแล้ว โมเดลธุรกิจไม่ได้ถูกกระทบมากนัก แม้ภาพยนตร์ใหม่ๆ ยังไม่ได้ถูกฉาย แต่เป็นของไม่เน่า ไม่เสีย ตอนนี้ทุกคนรอวันที่จะกลับมาฉาย ซึ่งโปรแกรมจะแน่นทั้งของไทยและต่างประเทศแน่นอน”

 

สำหรับการแก้วิกฤต สิ่งแรกที่ต้องประเมินว่า จะกระทบกับธุรกิจระยะสั้นและอนาคตอย่างไร ในช่วงแรกต้องดูกระแสเงินสดในมือ รายจ่ายที่มี หลายคนอาจมองว่า ช่วงที่ปิดจะอยู่แบบสบายๆ เพราะไม่มีงาน แต่จริงๆ แล้วทุกคนทำงานหนักขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมว่าอะไรคือจุดแข็ง-จุดอ่อนที่ต้องเปลี่ยน โดยสิ่งที่ชัดเจนที่สุดคือทุกอย่างไปดิจิทัลกันหมดแล้ว และเมเจอร์ฯ เองก็ไปในทิศทางนั้น

 

ทั้งนี้ จากกระแสที่โรงภาพยนตร์มีลุ้นจะคลายล็อกในเฟส 3 วิชาย้ำว่า เมเจอร์ฯ ได้เตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว วันนี้สิ่งที่ผู้บริโภคกังวลมากที่สุดคือเรื่องความปลอดภัย ดังนั้น ผู้ที่จะเข้ามาดูภาพยนตร์จะต้องใส่หน้ากากอนามัย มีการวัดอุณหภูมิ ส่วนระบบปรับอากาศมีการฆ่าด้วยด้วย UVC และโอโซน ที่สำคัญตาม Social Distancing จึงเตรียมเก้าอี้ 1 ตัว เว้น 2 ตัว และเว้นระยะแถวด้วย 

 

“เทียบให้เห็นภาพชัดขึ้นคือ สมมติโรงภาพยนตร์มี 100 ที่นั่ง การทำ Social Distancing ทำให้ที่นั่งลดลง 75% เหลือ 25% เท่านั้น แต่เราไม่ได้ปรับค่าตั๋วขึ้น ยังคงยืนพื้นเท่าเดิม” 

 

ขณะเดียวกัน โควิด-19 ได้เร่งพฤติกรรมของผู้บริโภคให้เข้าสู่ดิจิทัลมากขึ้น เมเจอร์ฯ จึงเตรียมพร้อมพัฒนาวอลเล็ต เพื่อให้ลูกค้าสามารถนำมาใช้จ่ายโดยไม่ต้องสัมผัสเงินสด นอกจากนี้เมเจอร์ยังเตรียมปรับระบบการทำตลาดใหม่ แยกไปแต่ละกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น 

 

อย่างไรก็ตาม หนึ่งในประเด็นที่วิชากล่าวในระหว่างการให้สัมภาษณ์คือ อยากให้รัฐบาลสนับสนุนอุตสาหกรรมภาพยนตร์มากขึ้น โดยใช้ ‘กลยุทธ์ซอฟต์พาวเวอร์’ เหมือนกับเกาหลีใต้ ที่นอกจากจะหารายได้เข้าประเทศแล้ว ยังเป็นการส่งออกทางวัฒนธรรม ซึ่งสามารถหวังผลด้านการท่องเที่ยวได้ด้วย

 

วิชาย้ำว่า ภาพยนตร์ไทยเป็นที่ยอมรับของประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งกัมพูชา ลาว มาเลเซีย และอินโดนีเซีย โดยแต่ละปีเราส่งออกภาพยนตร์ปีละประมาณ 20 เรื่อง แต่จริงๆ แล้วเรายังมีศักยภาพมากกว่านี้อีก

 

“ผมอยากให้รัฐตั้งกองทุนที่จะเข้ามาสนับสนุนภาพยนตร์ไทยประมาณ 3,000 ล้านบาท เพื่อเข้ามาเป็นสปอนเซอร์ ซึ่งจะดึงดูดให้มีคนใหม่ๆ เข้า และทำให้ภาพยนตร์ไทยสามารถเป็นสินค้าส่งออกได้”

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

 


 

ห้ามพลาด! ฟอรัมที่เจาะลึก New Normal ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย จากวิทยากรระดับประเทศ 40 คน ซื้อบัตรงาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM ที่ https://www.eventpop.me/e/8705-economic-forum

 

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories