×
11066

จะแต่งบ้านอย่างไร สไตล์ไหนดี? เมื่อการออกแบบไร้ขอบเขต

30.06.2017
  • LOADING...

HIGHLIGHTS

4 Mins. Read
  • ในวันที่ทุกอย่างเบลนด์เข้าหากัน เส้นแบ่งของสไตล์ต่างๆ เริ่มไม่ชัดเจน บางทีคำถามที่ว่า ‘จะแต่งบ้านสไตล์ไหนดี?’ อาจจะไม่สำคัญที่สุดอีกต่อไป เพราะทุกวันนี้ดีไซน์เป็นเรื่องที่ไร้ขอบเขต
  • กฎ กติกา และความรู้พื้นฐาน คือแพตเทิร์นที่พิสูจน์มาแล้วว่าดี ทำตามแล้วรอดชัวร์ แต่ควรถือเป็นไกด์ไลน์มากกว่าที่จะยึดถือปฏิบัติแบบห้ามผิดเพี้ยนแม้แต่นิด สิ่งที่ต้องทำคือค้นหาความต้องการและแรงบันดาลใจ แล้วหยิบจับนำมาปรับใช้
  • วิธีที่ง่ายที่สุดคือลิสต์ออกมาเป็นข้อๆ ว่าในแต่ละวันคุณทำอะไรบ้าง แบ่งสัดส่วนว่าคุณใช้สเปซในบ้านอย่างไร (circulation) ลำดับความสำคัญของสิ่งที่จำเป็นต้องมี (need) กับสิ่งที่คุณอยากมี (want) ที่สำคัญก็คืองบประมาณ (budget) ในมือที่มีอยู่คือเท่าไร

     โมเดิร์น วินเทจ อาร์ตเดโค* มินิมัลลิสต์** และอื่นๆ คงเป็นแค่คำนิยามถึงงานออกแบบตกแต่งภายใน แต่ในวันที่ทุกอย่างเบลนด์เข้าหากัน เส้นแบ่งของสไตล์ต่างๆ เริ่มไม่ชัดเจน มันกลายเป็นเรื่องของความสนุกที่ผสมผสานสไตล์ต่างๆ เพื่อตอบสนองรสนิยมและการใช้งานของผู้อยู่อาศัยในเวลาเดียวกัน

 

 

แต่งบ้านก็เหมือนแฟชั่น

     แต่งบ้านก็เหมือนแต่งตัว สมัยก่อนเรามักเลือกเสื้อผ้าตามเทรนด์ใช่ไหมล่ะ แฟชั่นขณะนั้นเป็นอย่างไร คุณก็แต่งตามๆ กันไป เหมือนกับการเลือกเฟอร์นิเจอร์นั่นล่ะ คุณใช้สไตล์เป็นตัวกำหนด โมเดิร์นต้องขาว-ดำ วินเทจต้องหวาน สแกนดิเนเวียนต้องไม้ เป็นเรื่องปฏิบัติตามๆ กันมาจนกลายเป็นแพตเทิร์น

     แต่เมื่อ ‘Lifestyle’ เปลี่ยน ‘Another Style’ ก็เปลี่ยนตาม คนเห็นข้อดีของการอยู่ห้องสตูดิโอไม่แพ้การมีบ้านขนาดใหญ่ แต่การจับโซฟาตอกหมุดแบบอเมริกันคลาสสิกไซส์จัมโบ้เข้าไปอยู่ในคอนโดฯ ขนาดกะทัดรัดคงจะยาก การทำทุกอย่างเป็นแพตเทิร์นจึงอาจไม่ใช่คำตอบอีกต่อไป

     ถ้าคุณเลือกสวมเสื้อผ้าเครื่องประดับเพื่อแสดงออกถึงตัวตน การแต่งบ้านก็ไม่ต่างกัน มันควรสื่อถึงและสอดคล้องกับการใช้งานของตัวคุณ ไม่ใช่แค่สื่อถึงสไตล์หรือดูสวยงามตามแพตเทิร์นแบบที่เห็นได้ในหนังสือออกแบบ การจับคู่ที่น่าจะมาเป็นอันดับแรกจึงเป็นการแมตช์ฟังก์ชันกับดีไซน์ให้ไปด้วยกัน

 

 

จะแต่งบ้านอย่างไร สไตล์ไหนดี

     ในประเด็นคำถามนี้ เรามีเหตุการณ์สมมติมาให้ลองนึกภาพตามสนุกๆ

     มิสเตอร์ A. ทำงานตอกบัตรแบบมนุษย์ออฟฟิศ เขาใช้เวลาในวันธรรมดาที่บ้านน้อยกว่าที่ทำงาน แต่เมื่อกลับถึงบ้าน เขาก็อยากนอนพักผ่อนให้สบายที่สุด ดังนั้นเตียงแบบคิงไซส์ที่ใหญ่ขนาดกลิ้งไปมาได้จึงเป็นตัวเลือกที่เขาชอบ โต๊ะทำงานน่ะเหรอ ไม่จำเป็น เพราะเขาพยายามจัดสรรงานที่ต้องเอากลับมาทำต่อให้น้อยที่สุดยังไงล่ะ

     มิสเตอร์ B. คือฟรีแลนซ์ เขาทำงานที่บ้าน และให้ความสำคัญกับโต๊ะทำงานมาก มันจะต้องไม่กว้าง แต่ยาวขนานไปกับห้องสตูดิโอของเขาบนคอนโดมิเนียม ซึ่งจะทำให้เหลือที่มากพอสำหรับวางเตียงเดี่ยวง่ายๆ ที่จะกลายเป็นโซฟาในเวลาที่เขาต้องการเอนหลังบ้าง

     มิสเตอร์ C. ชอบดื่มกาแฟมากเสียจนมีเครื่องบด เครื่องชงแบบโปรไว้ในบ้าน เขาเลือกจะเปลี่ยนห้องครัวให้เป็นคาเฟ่ เคาน์เตอร์ไม้กว้างๆ ใช้วางอุปกรณ์เกี่ยวกับการชงกาแฟ เปิดโอกาสให้เขาได้ดื่มด่ำกับเครื่องดื่มที่ชอบ สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจคิดค้นสูตรใหม่ๆ และแชร์กับคนที่สนใจผ่านยูทูบ สร้างรายได้ให้กับตัวเอง

     จะเห็นได้ว่าทั้ง 3 คาแรกเตอร์มีทั้งส่วนที่ทำตามแบบแผน และส่วนที่คิดนอกกรอบจนนำไปสู่ผลลัพธ์ใหม่ๆ

     ดังนั้นทิปส์ที่อยากแนะนำคือไม่ควรปฏิเสธกฎ กติกา และความรู้พื้นฐาน เพราะสิ่งเหล่านั้นคือแพตเทิร์นที่พิสูจน์มาแล้วว่าดี ทำตามแล้วรอดชัวร์ เพียงแค่อยากให้มองเป็นไกด์ไลน์มากกว่าที่จะยึดถือปฏิบัติแบบห้ามผิดเพี้ยนแม้แต่นิด สิ่งที่ต้องทำต่อจากนั้นคือค้นหาความต้องการและแรงบันดาลใจ แล้วหยิบจับนำมาปรับใช้ให้เหมาะกับตัวคุณเอง

 

 

หลักพื้นฐานในการคิด

     ง่ายที่สุดคือลิสต์ออกมาเป็นข้อๆ ว่าในแต่ละวันคุณทำอะไรบ้าง แบ่งสัดส่วนว่าคุณใช้สเปซในบ้านอย่างไร (circulation) ลำดับความสำคัญของสิ่งที่จำเป็นต้องมี (need) กับสิ่งที่คุณอยากมี (want) ที่สำคัญก็คืองบประมาณ (budget) ในมือที่มีอยู่คือเท่าไร นี่เป็นเคล็ดลับพื้นฐานที่ยังใช้ได้ แถมยังสามารถเอาไปใช้คุยกับสถาปนิก ผู้รับเหมา หรือมัณฑนากรด้วยก็ได้เหมือนกัน    

     เรื่องที่ดีและถือเป็นกำไรสำหรับเราๆ ก็คือ เฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านในตลาดตอนนี้มีให้เลือกเยอะมาก ทั้งดีไซน์ ฟังก์ชัน แถมราคายังไม่แพงเท่ากับเมื่อก่อน เรียกว่าช้อปกันเพลินเลยล่ะ บางอย่างซื้อออนไลน์ได้ด้วยซ้ำ หรือถ้าที่มียังไม่ถูกใจ คุณก็มีซัพพลายเออร์เจ้าใหม่ๆ ที่พร้อมจะสนุกไปกับออร์เดอร์แบบ tailor-made ของคุณ (เสื้อผ้ายังสั่งตัดได้ แล้วทำไมโต๊ะ ตู้ เตียง จะสั่งทำเป็นแบบพิเศษเฉพาะคุณบ้างไม่ได้)

 

 

จงอย่ารู้สึกผิดหรือกลัว

     อย่ารู้สึกผิดถ้าคุณนึกอยากเปลี่ยนโซฟาหุ้มหนังตัวเก่า เพราะมันมาเป็นชุดกับโต๊ะกลาง แต่หากมันถูกแทนที่ด้วยโซฟาแบบโปร่งแล้วทำให้ห้องนั่งเล่นของคุณกว้างขึ้นอีกสองเท่า การเปิดฝ้าเพดานสูงแนวอินดัสเทรียลก็ไม่ควรจำกัดว่าคุณจะต้องใช้สตูลเหล็กทรงสูงเท่านั้น ถ้าคุณชอบงานหวายเก๋ๆ ที่ดูรีแลกซ์และนั่งสบายกว่า หรือถ้าคุณเป็นแฟนคลับของสีเขียวและแดง ก็อย่ากลัวที่จะทดลองจับมันมาอยู่ในสเปซเดียวกัน   

     แล้วคุณจะแปลกใจว่าพื้นที่ที่คุณได้คิดและลงมือจัดการมันจะสวย ใช้งานได้ดี และบ่งบอกความเป็นตัวคุณอย่างที่สุดโดยไม่ต้องมีนิยามหรือสไตล์ใดๆ มาจำกัดความทั้งสิ้น ของแบบนี้ไม่มีถูกผิด เพราะสิ่งที่ถูกจริตกับคุณมันอาจผิดแบบแผนไปบ้าง แต่อย่าลืมว่ามันเป็นสเปซของคุณ ดังนั้นสนุกกับมันไว้ดีกว่านะ

 

Photo: ShutterStock

FYI
  • มินิมัลลิสต์ (Minimalist) คือสไตล์การตกแต่งที่เน้นความเรียบ ความน้อย ลดฟอร์มให้ดูเบาบาง สบายตา แต่ประโยชน์ใช้งานยังเท่าเดิมหรืออาจเพิ่มมากขึ้น เช่น การออกแบบตู้บิลด์อินให้กลืนไปกับผนังเพื่อไม่ให้กวนสายตา หรือใช้ราวแขวนแทนตู้เสื้อผ้าเพื่อพรางตาให้ห้องดูกว้างขึ้นได้ด้วย
  • อาร์ตเดโค (Art Deco) คือรูปแบบของศิลปะที่เกิดในยุค 1920 เน้นฟอร์มแบบเรขาคณิต มีเหลี่ยม มีมุม ตัวอย่างที่ชัดที่สุดคือตึกเอ็มไพร์สเตทที่นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ซึ่งเมื่อนำมาใช้ในงานอินทีเรียร์จึงมักใช้วัสดุที่หรูหราเพื่อสะท้อนภาพของความอลังการ เฟอร์นิเจอร์เน้นโทนสี neutral แต่เสริมด้วยพื้นผิวที่สะท้อนแสงและไฟอย่างกระจก หรือกระเบื้อง      
  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories