×

แวะคุยกับ Tom Dixon ในรอบ 13 ปี จากแรงบันดาลใจช่วงโควิดสู่ Groove คอลเล็กชันกลางแจ้งตัวแรก

09.03.2025
Tom Dixon ดีไซเนอร์ชื่อดังชาวอังกฤษเปิดตัวคอลเล็กชัน Groove เฟอร์นิเจอร์กลางแจ้งที่กรุงเทพฯ เป็นครั้งแรกในรอบ 13 ปี

เป็นเวลากว่า 13 ปีที่เราได้เห็นผลงานของดีไซเนอร์ชื่อดังอย่าง Tom Dixon วางจำหน่ายที่ร้าน MOTIF แต่ไม่เคยได้เจอตัวจริงของเขาในเมืองไทยสักที จนล่าสุด Tom Dixon ได้เดินทางมาเยือนกรุงเทพฯ ในฐานะจุดแรกของงาน ‘Tom Dixon’s 48 Hours in Bangkok’ ทัวร์เอเชียที่จะพาเขาไปเยือน 5 ประเทศ ใน 9 วัน ทั้งไทย ไต้หวัน เกาหลี ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ 

 

วันนี้เราเลยได้พบกับเขาที่ Tom Dixon Experience แห่งใหม่ในเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ซึ่งนับเป็นแห่งที่ 2 ในทวีปเอเชีย 

 

ครั้งนี้นอกจากเราจะได้คุยกับเขาเรื่องอีเวนต์ที่เกิดขึ้นแล้ว เรายังถามถึงคอลเล็กชันเฟอร์นิเจอร์กลางแจ้งอย่าง Groove ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปลายปี 2024 ซึ่งเขาใช้เวลาพัฒนายาวนานถึง 10 ปี

 

บทสนทนาครั้งนี้จะพาเราไปค้นพบแนวคิด Expressive Minimalism ที่ซ่อนอยู่ในคอลเล็กชัน Groove ความท้าทายในการออกแบบที่ใช้เวลาถึง 10 ปี และเหตุใดดีไซเนอร์ชื่อดังถึงมองข้ามเมืองแฟชั่นอย่างมิลานและลอนดอน เพื่อเลือกเปิดตัวในเมืองร้อนๆ อย่างกรุงเทพฯ 

 

ช่วยเล่าให้ฟังถึงงาน Tom Dixon’s 48 Hours in Bangkok หน่อยว่ามันคืออะไร

 

Tom Dixon: ไอเดียคือผมมีแผนเดินทางไปทั่วเอเชีย อย่างเช่น พรุ่งนี้เราจะอยู่ที่ไต้หวัน เราเลยอยากจัดงานที่มีรูปแบบคล้ายกันในหลายๆ ที่ เลยเป็นที่มาของงานนี้ หรือเช่น เมื่อคืนเรามีงานเลี้ยงดื่มสำหรับเพื่อนและอินฟลูเอ็นเซอร์ วันนี้เป็นการสัมภาษณ์สื่อ ช่วงเย็นจะมีทอล์กในโรงภาพยนตร์ที่มีนักออกแบบภายใน สถาปนิก และลูกค้า VIP จากนั้นก็จะมีปาร์ตี้กันต่อ เราอยากให้งานนี้มันพิเศษมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ภายในระยะเวลาสองวันก่อนเดินทางไปไต้หวัน เกาหลี ญี่ปุ่น และสิงคโปร์

 

แล้วทำไมคุณถึงเลือกกรุงเทพฯ เป็นสถานที่แรกของอีเวนต์นี้ในเอเชีย

 

Tom Dixon: อันนี้ต้องถามคริสเตียน เขาเป็นผู้จัดการของเราในเอเชีย เขาเข้าใจเรื่องนี้ดีกว่าผม (ยิ้ม) ผมคิดว่ามีปัจจัย ทั้งเรื่องเส้นทางการเดินทาง จังหวะเวลา และใครพร้อมที่จะโชว์ผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดของเรา ซึ่งผมต้องบอกว่าทาง MOTIF มีความกระตือรือร้นมากที่สุดอย่างเห็นได้ชัด

 

 

ล่าสุด MOTIF เปิด Tom Dixon Experience ที่เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ด้วย มันต่างจากปกติอย่างไร

 

Tom Dixon: ตอนนี้ทุกแบรนด์พยายามสร้างพื้นที่เล็กๆ ของตัวเองที่สามารถสร้างจักรวาลของแบรนด์ สำหรับเรามันง่ายกว่าแบรนด์อื่นๆ เพราะเรามีสไตล์ที่คนจดจำได้ง่าย พื้นที่แห่งนี้เป็นเหมือนชุดส่วนประกอบเลโก้ที่ยืดหยุ่น ทำให้เราสามารถเปลี่ยนแปลงสินค้าได้บ่อย เพราะเรามีแนวคิดใหม่ๆ ตลอดเวลา มันเลยเป็นเรื่องสำคัญที่ร้านจะต้องยืดหยุ่นมากพอสำหรับการปรับเปลี่ยนสินค้า เราตั้งใจทำให้มันเป็นโมดูลาร์ เพื่อให้เราสามารถปรับและพัฒนาพื้นที่ได้บ่อยๆ เพราะคนเราเบื่อเร็วมาก รวมถึงตัวผมเองด้วย แถมเรายังมีสินค้าที่หลากหลาย ทั้งเฟอร์นิเจอร์ โคมไฟ และอุปกรณ์เสริมต่างๆ ที่พร้อมจัดวาง

 

Tom Dixon ดีไซเนอร์ชื่อดังชาวอังกฤษเปิดตัวคอลเล็กชัน Groove เฟอร์นิเจอร์กลางแจ้งที่กรุงเทพฯ เป็นครั้งแรกในรอบ 13 ปี

 Tom Dixon Experience

 

และที่นี่ยังมี Groove เฟอร์นิเจอร์กลางแจ้งคอลเล็กชันแรกของแบรนด์ วางโชว์ด้วย ซึ่งเรากำลังนั่งมองมันอยู่เลย ช่วยเล่าให้ฟังถึงคอลเล็กชันนี้หน่อย 

 

Tom Dixon: เรื่องยาวมาก ผมเริ่มจากงานโลหะ เก้าอี้โลหะคือจุดเริ่มต้นของผมก่อนที่จะพัฒนาเป็นสินค้าอื่นๆ อาทิ โคมไฟ แต่ตอนนี้ผมได้กลับมาทำงานโลหะอีกครั้ง เพราะช่วงโควิดทำให้ร้านอาหารทั้งหมดย้ายโต๊ะออกไปข้างนอก ผมเลยได้ไอเดียเรื่องการดีไซน์ที่มีความยืดหยุ่นและการย้ายสิ่งต่างๆ ออกไปข้างนอก ผมอยากให้เรามีเฟอร์นิเจอร์ที่ตอบโจทย์สิ่งนั้น ผมคิดว่าการออกแบบจะน่าสนใจยิ่งขึ้นเมื่อคนเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม หรือเมื่อเทคโนโลยีเข้าสู่การเปลี่ยนแปลง

 

ผมพยายามทำเฟอร์นิเจอร์โลหะมาหลายครั้งแล้ว ครั้งนี้ผมได้เรียนรู้วิธีเสริมความแข็งแรงให้กับโลหะที่บางมากๆ โดยใช้ร่องและลอน และสุดท้ายผมปรับแต่งดีไซน์เพื่อให้แน่ใจว่าเราสามารถผลิตสินค้าเหล่านี้ได้ในราคาที่เหมาะสม สิ่งที่ยากจึงไม่ใช่การออกแบบ แต่เป็นการนำบางสิ่งบางอย่างเข้าสู่การผลิตที่ยังคงรักษาแนวคิดแบบดั้งเดิมไว้ ในขณะที่ราคายังจับต้องได้และใช้งานได้จริง

 

 

คุณใช้เวลาถึง 10 ปีในการสร้างคอลเล็กชันนี้ อยากรู้ว่าอะไรคืออุปสรรคที่ใหญ่ที่สุด

 

Tom Dixon: อุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดคือการทำให้ราคาเหมาะสำหรับคนที่ซื้อหลายๆ ชิ้น ผมอยากเห็นมันในคาเฟ่ ร้านอาหาร ลานเบียร์ และในที่อยู่อาศัย การทำสิ่งที่ดูน่าทึ่งบนปกนิตยสารแต่ไม่มีใครซื้อเป็นเรื่องง่าย ความยากคือการทำให้สิ่งนั้นน่าสนใจและขายได้ การหาจุดสมดุลนี้ค่อนข้างยาก 

 

บางครั้งคนคิดว่าเฟอร์นิเจอร์ภายนอกควรมีราคาที่ถูกกว่าภายในอาคาร แต่ความจริงคือภายนอกมีสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายกว่า นอกจากนี้อะลูมิเนียมยังแตกต่างจากเหล็ก มันเลยเป็นความท้าทายที่ต่างจากงานชิ้นก่อนๆ อย่างสิ้นเชิง

 

แต่เราจะยังคงเห็นลายเซ็นของ Tom Dixon ในคอลเล็กชัน Groove บ้างไหม

 

Tom Dixon: มันมีสิ่งที่ผมเรียกว่า Expressive Minimalism (ความเรียบง่ายที่แสดงออก) ผมไม่ใส่การตกแต่งอะไรเพิ่มเติม ถ้าคุณดูงานของ Dolce & Gabbana จะเห็นว่ามีรายละเอียดตกแต่งบนพื้นผิวมากมาย แต่ผมชอบให้วัสดุโดดเด่นและให้โครงสร้างเป็นตัวตกแต่ง คุณจะเห็นรูปทรงที่ไม่ซับซ้อนและมอบฟังก์ชันไปพร้อมๆ กัน ผมพยายามทำให้สิ่งต่างๆ ให้เรียบง่ายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

 

Groove 

 

ทำไมคุณถึงเลือกใช้สี Moss และ Putty สำหรับคอลเล็กชันนี้

 

Tom Dixon: เราคุยกันหนักเรื่องสี เพราะคนเรามักจะมีอารมณ์ที่เกี่ยวข้องกับสี เมื่อทำเฟอร์นิเจอร์กลางแจ้ง ผมคิดว่ามันควรมีสีหนึ่งที่กลมกลืนกับธรรมชาติ และอีกสีหนึ่งที่กลมกลืนกับพื้นที่กลางแจ้งในเมือง

 

สี Moss มีจุดประสงค์เพื่อใช้เป็นสีที่กลมกลืนกับหญ้าและต้นไม้ สีเขียวอ่อนนี้ใช้งานได้ดีมากกับพื้นที่นอกอาคารทั้งในฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว ส่วนสี Putty เหมาะกับคอนกรีตมากกว่า เช่น คาเฟ่ในพิพิธภัณฑ์ ลานกว้าง หรือระเบียง ผมต้องการหนึ่งสีสำหรับเมืองและอีกหนึ่งสีสำหรับธรรมชาติ

 

ในอนาคตผมอยากทำอะลูมิเนียมสีธรรมชาติ เพราะมันสวยมากเมื่อเป็นโลหะล้วนๆ และเราจะมีสีเข้มออกมาด้วย ซึ่งยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเป็นสีอะไร

 

Tom Dixon ดีไซเนอร์ชื่อดังชาวอังกฤษเปิดตัวคอลเล็กชัน Groove เฟอร์นิเจอร์กลางแจ้งที่กรุงเทพฯ เป็นครั้งแรกในรอบ 13 ปี

 

ตื่นเต้นไหมกับการเปิดตัวคอลเล็กชัน Groove ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะประเทศไทย

 

Tom Dixon: ผมคิดมาตลอดว่าแทนที่จะเปิดตัวในลอนดอนช่วงเดือนกันยายนหรือในมิลานเดือนเมษายน มันจะดีกว่าถ้าเราจะเปิดตัวในเมืองร้อนและไม่ใช่ศูนย์กลางการออกแบบ ดังนั้นเราจึงเปิดตัวในซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย และคาซาบลังกาในโมร็อกโก หลังจากนี้เราจะไปลอสแอนเจลิสด้วย ผมว่าการเปิดตัวในเมืองที่ร้อนตลอดเวลาเป็นวิธีที่ดีกว่าในการทำคอลเล็กชันนี้

 

 

คุณมีแผนจะร่วมงานกับนักออกแบบจากเมืองไทยบ้างไหม

 

Tom Dixon: สิ่งที่น่าสนใจของเมืองไทยคือมีวัฒนธรรมด้านงานคราฟต์ที่เข้มแข็งมาก ผมสนใจที่จะทำงานร่วมกับช่างฝีมือมากกว่านักออกแบบ เช่น เซรามิกหรือสิ่งทอ ฯลฯ มันเป็นทักษะที่กำลังจะหายไปอย่างรวดเร็วในโลกสมัยใหม่ และเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องอนุรักษ์เอาไว้ ดังนั้นแนวคิดในการทำงานกับช่างฝีมือไทยเป็นสิ่งที่น่าสนใจมากสำหรับผมในฐานะนักออกแบบ

 

 

ภาพ: MOTIF


READ MORE





Latest Stories