ปลายปีนี้ชื่อ The Langham น่าจะเริ่มคุ้นหูคนไทยมากขึ้น เพราะ The Langham, Custom House, Bangkok เตรียมเปิดให้เข้าพักในเดือนธันวาคม 2026 บริเวณอาคารศุลกสถานเก่าริมแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมห้องพักเพียง 75 ห้อง ซึ่งจะเป็นครั้งแรกที่แบรนด์โรงแรมเก่าแก่จากอังกฤษเข้ามาปักหมุดในกรุงเทพฯ อย่างเต็มตัว
แต่ก่อนจะไปดูว่า The Langham เวอร์ชันกรุงเทพฯ จะออกมาเป็นอย่างไร รอบนี้เราเดินทางจากกรุงเทพฯ สู่ฮ่องกงกับ Cathay Pacific ก่อนจะเข้าพักที่ The Langham, Hong Kong หนึ่งในโรงแรมของแบรนด์ในเอเชีย ซึ่งช่วงหลังได้ทยอยปรับปรุงห้องพักบางส่วน โดยห้องที่เราเข้าพักก็เป็นหนึ่งในห้องที่ได้รับการปรับโฉมใหม่ให้ทันสมัยและครบครันมากขึ้น

หลังจากใช้เวลาอยู่ที่นี่ สิ่งที่น่าสนใจจึงไม่ใช่คำถามว่าโรงแรมใหม่หรือสวยแค่ไหน แต่คือการได้เห็นว่าแบรนด์โรงแรมที่มีประวัติยาวนานกว่า 160 ปี มีอะไรที่ทำให้คนเลือกพัก ในวันที่ฮ่องกงมีโรงแรมใหม่เปิดทำการแทบทุกปี
Why here?
ถ้าจะรู้จัก The Langham ต้องย้อนกลับไปไกลถึงปี 1865 เมื่อ The Langham, London เปิดประตูบน Regent Street และได้รับการบันทึกว่าเป็น Grand Hotel แบบ purpose-built แห่งแรกของยุโรป ในช่วงเวลานั้นโรงแรมถือว่าล้ำมาก ตั้งแต่การนำระบบลิฟต์ไฮดรอลิก ไปจนถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่ต่างๆ มาใช้ ก่อนที่โรงแรมจะกลายเป็นหนึ่งในภาพจำของ luxury hospitality แบบอังกฤษในเวลาต่อมา

The Langham, Hong Kong
อีกหนึ่งสิ่งที่อยู่กับแบรนด์มาตลอดคือวัฒนธรรม Afternoon Tea ที่ Palm Court ของ The Langham, London ซึ่งผูกพันกับการเสิร์ฟ English Afternoon Tea มาตั้งแต่ปี 1865 และกลายเป็นหนึ่งใน signature experiences ที่ถูกนำไปตีความต่อในโรงแรม The Langham หลายแห่งทั่วโลก รวมถึง Hong Kong ด้วย

Palm Court
The Langham, Hong Kong ตั้งอยู่บน Peking Road ใจกลาง Tsim Sha Tsui ซึ่งถ้ามาฮ่องกงเพื่อกิน เที่ยว และช้อปปิ้ง ทำเลนี้แทบไม่ต้องอธิบายอะไรมาก เพราะโรงแรมอยู่ใกล้ Canton Road และ Victoria Harbour ในขณะที่ MTR อยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่นาที

ที่นี่มีห้องพักทั้งหมด 498 ห้อง รวม 27 Suites ห้องพักระดับเริ่มต้นของ The Langham, Hong Kong มีพื้นที่ตั้งแต่ 30 ตารางเมตร ส่วนห้องใหญ่สุดคือ Chairman Suite ที่เป็นเหมือนอพาร์เมนต์ขนาดย่อมๆ มีฟิตเนส และสระว่ายน้ำชั้นรูฟท็อป

Chairman Suite

The Langham Club
Worth it
- สิ่งที่เราชอบคือขนาดและ layout ของห้องที่กว้างขวางและเป็นสัดส่วน ทั้งพื้นที่นอน ทำงาน แต่งตัว และห้องน้ำ ทำให้ไม่ต้องใช้ทุกกิจกรรมในพื้นที่เดียวกัน บริเวณโซนแต่งตัวและห้องน้ำเชื่อมต่อกัน ทำให้ง่ายกับการใช้งาน

Superior room
- เราค่อนข้างชอบงานบริการที่ไม่ได้พยายามสร้างประสบการณ์เข้าพักด้วย เทคโนโลยีหรือดีไซน์หวือหวา ที่นี่ทุกอย่างค่อนข้างฟอร์มัลในระดับหนึ่ง แต่ไม่ได้เข้าถึงยาก ค่อนข้างเชื่อมือได้ว่า นี่คืองานบริการของระดับโรงแรมห้าดาว
- ที่น่าสนใจคือ Palm Court บริเวณล็อบบี้ ซึ่งนำต้นแบบมาจาก Palm Court ของ The Langham, London และยังคงออริจินัลของ Afternoon Tea เอาไว้ เสิร์ฟอาหารว่างขึ้นชื่ออย่าง สโคน ที่เราอยากแนะนำให้ลองชิมกัน

Palm Court
- โรงแรมมี T’ang Court ร้านอาหารจีนกวางตุ้ง (Cantonese) ที่ปัจจุบันครองสามดาวมิชลิน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 เสิร์ฟทั้งเมนู a la carte และ set menu เมนูห้ามพลาดได้แก่ Baked Stuffed Crab Shell

T’ang Court

Baked Stuffed Crab Shell
Good for

The Langham, Hong Kong เหมาะกับคนที่มาฮ่องกง แล้วอยากพักฝั่งเกาลูน โดยให้ความสำคัญกับโลเคชั่นและพื้นที่ห้องพักเป็นอันดับต้นๆ เพราะที่นี่แทบจะอยู่ศูนย์กลางของทุกอย่าง รวมถึงคนที่ไม่ได้มองหาความหวือหวาหรือโรงแรมใหม่ที่สุด แต่อยากได้โรงแรมที่ไว้ใจได้ในเรื่องงานบริการ และกลับมาแล้วรู้สึกสบายใจทุกครั้งที่ก้าวเข้าโรงแรม
The Langham, Hong Kong
Location: 8 Peking Road, Tsim Sha Tsui, Kowloon, Hong Kong
Budget: เริ่มต้น HKD 2,000–3,000+ ต่อคืน
Getting There: จาก MTR Tsim Sha Tsui East Station ทางออก L5 เดินประมาณ 2 นาที หรือประมาณ 35 นาทีโดยรถยนต์จาก Hong Kong International Airport
Website: www.langhamhotels.com/en/the-langham/hong-kong/
- สำหรับใครที่มีแพลนเดินทางต่อไปจีนแผ่นดินใหญ่ สามารถใช้ฮ่องกงเป็นจุด Stopover ได้ โดยปัจจุบัน Cathay Pacific และ HK Express มีเครือข่ายรวมกันมากกว่า 100 จุดหมายทั่วโลก รวมถึง 24 จุดหมายในจีนแผ่นดินใหญ่


