หากนึกย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นของ ‘ข้าวต้มกุ๊ย’ หรือข้าวต้มมื้อดึกที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี อันที่จริงมีรากฐานมาจากวัฒนธรรมการกินของชาวจีนที่เข้ามาตั้งรกรากในไทยฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน โดยนิยมต้มข้าวใส่น้ำเยอะๆ กินคู่กับกับข้าวรสเค็มจัดหลายๆ อย่างมา ‘แชร์ริ่ง (Sharing)’ กันในครอบครัว ซึ่งเป็นช่วงเวลาของการได้นั่งล้อมวง พูดคุย และใช้เวลาร่วมกัน
‘SASA Khaotom Bar’ จึงหยิบภาพจำของ ‘ข้าวต้มกุ๊ย’ มาเล่าใหม่ให้สนุกและครีเอทีฟเข้ากับยุค Gen Z มากขึ้น แต่ยังคงเสน่ห์ของวัฒนธรรมดั้งเดิมเอาไว้
สไตล์ของร้านมีความโมเดิร์น เน้นโทนสีแดง ซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนกำลังนั่งอยู่ในคาเฟ่เท่ๆ ผสมกับบาร์มู้ดดีที่สามารถนั่งแฮงก์เอาต์กับกลุ่มเพื่อนได้ยาวๆ จนร้านปิดเลยล่ะ



ความน่าสนใจของที่นี่คือมีเซ็ตอาหารให้เลือกได้แบบไม่ต้องคิดเยอะ ครบทั้งจานเรียกน้ำย่อย จานเครื่องเคียง จานหลัก และขนมหวาน ทำให้ในหนึ่งมื้อจะได้ลองหลากหลายเมนู เรียกได้ว่าอิ่มจบในมื้อเดียว
เริ่มด้วย APPETIZERS อย่าง ‘เห็ดไมทาเกะย่างน้ำมันงา’ และ ‘ปลาฮามาจิซอสเต้าเจี้ยวจีน’ คำนี้กินแล้วสดชื่น ตัวซอสมีรสชาติเปรี้ยวนำเค็มตาม แอบติดขมนิดๆ จากผัก แต่ถือเป็นคำเปิดที่ดีเตรียมพร้อมไปต่อสำหรับเมนูถัดไป



สำหรับจานเครื่องเคียง เราสามารถเลือกได้ 3 อย่างใน 1 เซ็ต แต่ที่อยากแนะนำเลยคือ ‘ยำไข่เป็ดดาวกรอบ (80 บาท)’ ไข่แดงเยิ้ม ไข่ขาวกรอบฟูทำให้ดูดน้ำยำไว้จนฉ่ำจุ๊ยซี่, ‘หมูอิโมบูตะหนำเลี๊ยบคั่วแห้ง (100 บาท)’ หมูสับคั่วมาแบบแห้งได้เท็กซ์เจอร์กรอบๆ และ ‘เกียมบ๊วยหมูเด้งไข่เค็มพริกนรก (80 บาท)’ เมนูซุปร้อนๆ แม้ว่าสีอาจจะดูชืด แต่ซดแล้วแซ่บสมชื่อแน่นอน เมนูนี้เราชอบที่สุดเลย
กินคู่กับข้าวต้มกุ๊ยชามใหญ่ร้อนๆ ที่เสิร์ฟให้แบบไม่อั้น ซึ่งสามารถเลือกได้ 3 รสชาติ แต่ที่เราอยากแนะนำให้ลองเลยคือ ‘ข้าวต้มหมึกดำ’ รสชาติกลมกล่อม หรือถ้าใครชอบความเบสิก ‘ข้าวต้มขาว’ ก็อร่อยไม่แพ้กัน



ส่วนจานกลางที่จะได้แชร์ริ่งกับคู่ของเราอย่าง ‘หนมปังหน้ากุ้งพันชั้น (280 บาท)’ ตัวขนมปังกรอบนอก ไส้แน่น กินคู่กับซอสวาซาบิช่วยตัดเลี่ยนได้ดีเลย ต่อด้วยอีกหนึ่งจานไฮไลต์ ‘ไข่เจียวออส่วนหอยนางรมฮิโรชิม่าดอง (420 บาท)’ ไข่เจียวกรอบฟูที่ความพิเศษคือท็อปปิ้งจะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล อย่างตอนที่เราไปก็จะได้กินเนื้อปูจักรพรรดิแทน เมนูนี้เราก็ชอบเหมือนกัน


ก่อนปิดท้ายมื้อด้วยของหวานอย่าง ‘โทสต์บริยอช & ซอสคัสตาร์ดไข่เค็ม (190 บาท)’ ขนมปังเนื้อนุ่มโรยด้วยมะพร้าวขูด ดิปกับซอสไข่เค็มหอมกลิ่นไข่เค็มชัดเจนมาก แนะนำให้กินตอนร้อนๆ จะฟินสุดๆ


Good for
สำหรับใครที่ชอบความหลากหลาย อยากลองหลายเมนูพร้อมกันในมื้อเดียว ‘SASA Khaotom Bar’ ถือว่าตอบโจทย์มาก ด้วยรูปแบบการเสิร์ฟเป็นเซ็ตทำให้ได้ลองครบทั้งจานเครื่องเคียงเล็กๆ และจานหลักแบบใหญ่ๆ รวมถึงสายแฮงก์เอาต์ที่กำลังมองหาบาร์ชิลๆ นั่งคุยกับเพื่อนต่อได้ยาวๆ โดยมีเมนูอุ่นท้องอย่างข้าวต้มคอยบาลานซ์มื้อ ไม่ว่าจะเป็นมื้อแก้แฮงก์หลังปาร์ตี้ หรือแค่อยากหาที่นั่งชิลยาวๆ แบบไม่ต้องย้ายร้าน บอกเลยว่าครบจบในที่เดียว


SASA Khaotom Bar
Open: เปิดทุกวันอาทิตย์ – พฤหัสบดี เวลา 11.00-23.00 น. (ออเดอร์สุดท้าย 22.00 น.) และวันศุกร์ – เสาร์ เวลา 11.00-04.00 น. (ออเดอร์สุดท้าย 03.00 น.)
Contact: SASA Khaotom Bar
Address: Market Place Thonglor ชั้น 2, ซอยสุขุมวิท 55 (ทองหล่อ ซอย 15), กรุงเทพฯ
Budget: 300-600++ บาท
ภาพ: ลักษณา บุญญาปฏิภา

