หลังจากประสบความสำเร็จจากสาขาแรก จนกลายเป็นร้านโปรดของใครหลายคน วันนี้ Saole (ซาวเล) ขยับขยายมาเปิดสาขาที่ 2 อย่างเป็นทางการที่ชั้น 5 เซ็นทรัลเอ็มบาสซี โดยจับมือกับ Siwilai City Club เพื่อสร้างประสบการณ์อาหารที่ทลายขอบเขตภูมิประเทศ ภายใต้คอนเซปต์ ‘Beach in the Sky’ ที่หลอมรวมสองโลกที่แตกต่างอย่างโลกของอาหารทะเล และ อาหารทางภูเขาเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
หัวใจของสาขานี้ยังคงอยู่ที่การถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่ง ‘ยูนนาน’ ที่หมายถึงขุนเขา อันเป็นรากเหง้าของเชฟฮะนีฟ พิทยาสาร ที่นำเทคนิคการปรุงอาหารส่งต่อมาจากครอบครัวมาเป็นแกนหลัก ไม่ว่าจะเป็นความเข้มข้นของเครื่องเทศหรือกลิ่นควันไม้ มาผสานเข้ากับความสดใหม่ของวัตถุดิบจากท้องทะเลไทยและมหาสมุทรทั่วโลก เกิดเป็นมิติรสชาติที่ลุ่มลึกและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ซึ่งในสาขาที่ 2 นี้ เชฟยังนำเสนออาหารนำซีฟู้ดมาแพริงกับผลไม้ตามฤดูกาลได้อย่างน่าสนใจ พิสูจน์ให้เห็นว่าความเข้มข้นจากอาหารภูเขาและความสดจากท้องทะเลสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน



The Vibe
บรรยากาศของสาขานี้มีความเมืองที่ทันสมัยขึ้นมาหน่อย มีน้อง Frogfish สีชมพู ตัวเด่นอยู่กลางร้าน แทนที่ปลาตัวใหญ่ในสาขาสุขุมวิท ซึ่งเราชอบนะที่สาขานี้เน้นสีสันที่ดูมีความเป็นเมืองที่มีชีวิตมากขึ้น ให้ความรู้สึกสนุกสนานและจัดจ้านตามสไตล์ร้านในเซ็นทรัลเอ็มบาสซี
เมื่อบวกกับบรรยากาศผู้คนที่เข้ามาทาน รวมถึงดนตรีและแสงที่ปรับเปลี่ยนไปตามช่วงเวลา มันให้ฟีลเหมือนนั่งทานอาหารอยู่ในร้านเท่ๆ ที่นิวยอร์กเหมือนกัน เป็นความร่วมสมัยที่ทำให้รสชาติอาหารทะเลดูมีจังหวะชีวิตที่สดใสและเข้าถึงง่ายขึ้นกว่าเดิม


The Taste
รายการอาหารของ Saole ยังคงเน้นความเข้มข้นและถึงรสเฉกเช่นเดิม และโชว์ทักษะการปรุงที่ละเอียดอ่อน หอมกลิ่นกระทะ อาหารส่วนใหญ่เป็นคอมบิเนชั่นที่ Multicultural มากๆ เพราะมีทั้งอาหารอีสาน อาหารไทย อาหารจีน รวมถึงมีอาหารเมดิเตอร์เรเนียนด้วย รสชาติอาหารของที่นี่ มัน เลยไปสุด จัดจ้าน มีหลายเลเยอร์ เหมือนพาเราไปนั่งรถไฟเหาะเลยทีเดียว

เมนูแรกเราแนะนำให้สั่ง Snow Pear with Yuzu Burst Tomato & Gambero Rosso Sgusciato (680 บาท) กุ้งแดงที่หวานฉ่ำเข้ากันได้ดีกับความสดชื่นของลูกแพร์หิมะและยูซุที่ให้ความเปรี้ยวนิด สดชื่นหน่อย เรียกได้ว่าเป็นการเปิดมื้ออาหารได้ดีทีเดียว

จานถัดมา Lemon Butter Prawn (460 บาท) กุ้งแชบ๊วยที่นำมาปรุงด้วยซอสบัตเตอร์เลมอนรสเข้มข้น ให้รสชาติหอมมัน แต่แฝงด้วยความสดชื่น เสิร์ฟมาพร้อมกับขนมปังรูปปลาสุดน่ารักที่จุ่มซอส จานนี้เป็นจานที่เรากินแล้วหยุดไม่ได้

อีกจานฝั่งเมดิเตอเรเนียน Scalop Butter Garlic Sauce (380 บาท) หอยเชลล์อบเนยกระเทียม หอยที่มีความสดจากทะเลถูกเคลือบด้วยซอสกระเทียมสูตรเข้มข้น มอบรสสัมผัสที่ติดลิ้นถึงเครื่องในแบบฉบับ Saole

มาฝั่งไทยกันบ้าง Shrimps Clay Pot with Vermicelli (620 บาท) กุ้งอบวุ้นเส้น เมนูคลาสสิกของไทยที่ถูกตีความใหม่ ให้รสชาติลุ่มลึกและหอมกลิ่นเครื่องปรุงได้อย่างชัดเจน กินได้เพลินๆ

จานนี้เราเห็นสั่งเกือบทุกโต๊ะ Baytong Chicken (1,650 บาท) ไก่เบตง ที่มาจากเบตงจริงๆ ไม่ใช่แค่ชื่อ ส่วนเรื่องรสชาติก็เข้มข้นถึงรสที่ปรุงมาอย่างพิถีพิถันจนเข้าเนื้อ เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มซีอิ๊วรสเด็ด

Crab Fried Rice with Spicy Tomato (450 บาท) ข้าวผัดปูพริกมะเขือเทศ ที่ยกระดับข้าวผัดปูด้วยรสชาติเผ็ดร้อนและซอสมะเขือเทศปรุงพิเศษ ให้รสสัมผัสที่หนักแน่น หอมกลิ่นกระทะแบบจัดเต็ม

และเราสั่ง Taro Bua Loy (320 บาท) บัวลอยเผือก เป็นการปิดท้ายด้วยของหวานสุดประณีตที่แกะสลักเผือกเป็นรูปสัตว์ทะเล เป็นการล้างปากด้วยความหวานละมุนอย่างลงตัว

Good for
ใครที่กำลังมองหาสถานที่สำหรับการนัดรวมตัวในบรรยากาศร้านอาหารฟิวชันที่รสจัดและบรรยากาศดี ไม่ว่าจะเป็นมื้อกลางวันที่ต้องการหาอะไรทานเพิ่มความสดชื่น หรือการนัดสังสรรค์ในมื้อค่ำที่ยาวไปจนถึงเที่ยงคืน ท่ามกลางวิวเมืองและเสียงดนตรี Saole สาขาที่ 2 แห่งนี้คือคำตอบของคนที่โหยหารสชาติที่มีเอกลักษณ์และคุณภาพใจกลางเซ็นทรัลเอ็มบาสซี ที่สำคัญอิ่มแล้วยังนั่งจิบไวน์ต่อได้ยาวๆ เลย
Saole (ซาวเล) Siwilai City Club
Address: Saole at Siwilai City Club ชั้น 5 Central Embassy
Open: เปิดให้บริการทุกวัน 11.00-24.00 น.
Contact: Saole Bangkok
Budget: ราคา 700-2,500 บาท

