×

มือเหี่ยว มือแก่ แก้อย่างไรดีโดยไม่พึ่งเข็ม?

06.01.2024
  • LOADING...

“ใบหน้าดูเต่งตึงดี พอมองดูมืออีกทีทำไมดูแห้ง เหี่ยวย่น แก่กว่าหน้า?” นี่อาจเป็นความรู้สึกของใครหลายคนเมื่อเดินทางมาถึงจุดหนึ่งของชีวิต ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรกับร่างกายที่ร่วงโรยตามวัย และก็เป็นธรรมดาอีกเช่นกันที่เราจะโฟกัสกับการดูแลผิวหน้าจนมองข้ามการดูแลผิวมือไป 

 

สำหรับใครที่กังวลและไม่มั่นใจกับผิวมือของตัวเอง วันนี้ THE STANDARD LIFE รวบตึงวิธีการดูแลผิวมือให้กระชับ อ่อนเยาว์ ดูสมวัยขึ้นโดยไม่พึ่งเข็มมาฝาก อันที่จริงการพึ่งเข็มหรือการฉีดสารเติมเต็มที่มือนั้นไม่ใช่เรื่องผิดอะไร แถมยังเป็นวิธีที่เห็นผลไวทันตาอีกด้วย แต่เราเข้าใจดีว่าเข็มอาจเป็นหัตถการที่ชวนใจตุ๊มต่อมสำหรับใครหลายคนไม่น้อย ว่าแต่วิธีไหนที่จะพอช่วยได้บ้าง ก่อนอื่นเราต้องมาทำความเข้าใจสาเหตุของความเหี่ยวที่ว่าก่อน

 

อายุที่มากขึ้น 

มือเหี่ยวแบบแรกเกิดจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น อันส่งผลให้ร่างกายสูญเสียคอลลาเจน ขาดความชุ่มชื้น เกิดการยุบตัวของไขมันใต้ชั้นผิว สิ่งที่ตามมาคือหลังมือที่ดูเหี่ยวแฟบ เห็นเส้นเอ็นและเส้นเลือดชัดเจนขึ้น บ้างอาจมีกระแดดขึ้นที่มือ

 

การใช้ชีวิตประจำวัน

การทำกิจวัตรประจำวันส่งผลให้มือดูแก่ก่อนวัยได้ ไม่ว่าจะเป็นการล้างมือด้วยสบู่ที่ให้ความรู้สึกตึงเอี๊ยด การสัมผัสน้ำยาล้างจานและซักผ้าโดยตรงบ่อยๆ การใช้ชีวิตกลางแจ้งหรือขับรถเป็นประจำโดยไม่ทาครีมกันแดด ใช่แล้ว ต่อให้อยู่ในรถคุณก็ไม่อาจหลบเลี่ยงรังสียูวีได้ ตลอดจนการใช้ชีวิตในห้องแอร์เย็นทั้งวัน  

 

วิธีกู้มือเหี่ยวให้ดูอ่อนเยาว์

1. ล้างมือให้ถูกวิธี

ความรู้สึกตึงเอี๊ยดเวลาล้างมือมักจะทำให้เรารู้สึกว่าสะอาด แต่ความจริงแล้วทำให้ผิวเสียสมดุล เนื่องจากชั้นฟิล์มที่อยู่บนผิวโดนทำลาย และควรล้างด้วยน้ำธรรมดา เพราะน้ำร้อนจะส่งผลให้ผิวแห้งกร้าน หากล้างด้วยน้ำเย็นก็จะส่งผลให้ผิวเกิดรอยแดงจากเส้นเลือดฝอยหดตัวได้อีก

 

วิธีการดูแลผิวมือ

 

SiriThai Forest For Love Artisan Liquid Soap (1,290 บาท)  

สบู่น้ำมันรำข้าวพรีเมียมออร์แกนิกที่รังสรรค์ขึ้นด้วยหัวใจของ เชอรี่ เข็มอัปสร ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ลดการอักเสบของผิว ปลอบประโลมผิว เติมความชุ่มชื้นอย่างล้ำลึก พร้อมทั้งช่วยเสริมสร้างปราการให้ผิวแข็งแรงขึ้น  

 

2. หลีกเลี่ยงการสัมผัสสารเคมีโดยตรง 

แน่นอนว่าเราหลีกเลี่ยงงานบ้านประจำวันไม่ได้ แต่เราสามารถป้องกันการสัมผัสโดยตรงได้ด้วยการสวมถุงมือ แรกๆ อาจรู้สึกว่ายุ่งยากมากขั้นตอน ไม่ทันใจ แต่เทียบกับผลลัพธ์ในระยะยาวแล้วคุณจะรู้สึกขอบคุณตัวเอง

 

3. สครับมือ

สำหรับใครที่มือหยาบแห้งกร้านลูบไล้แล้วไม่เนียนลื่น ลองสครับผิวหลังมือสัก 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ แนะนำให้ใช้สครับที่เนื้ออ่อนโยนเพื่อลดการบาดผิวและระคายเคือง เชื่อเถอะว่าคุณจะสัมผัสได้ถึงผิวที่แตกต่างจริงๆ 

 

 

 

L:A BRUKET 226 Sea Salt Scrub Spruce (2,100 บาท)   

 

เกลือทะเลขัดผิวสูตรธรรมชาติตำรับสวีเดนที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วอย่างล้ำลึก พร้อมบำรุงด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและวิตามินอี พร้อมมอบกลิ่นหอมผ่อนคลายของซิตรัส สมุนไพร และไม้ หลังสครับแล้วล้างน้ำจะสัมผัสได้ถึงผิวที่ชุ่มชื้นและเนียนนุ่มขึ้นทันที

 

4. บำรุงมือเป็นประจำ 

ผิวมือก็ต้องได้รับความชุ่มชื้นไม่ต่างจากผิวหน้า ดังนั้นผลิตภัณฑ์บำรุงมือจึงเป็นสิ่งที่คุณไม่ควรขาด โดยเฉพาะในยุคที่เรายังต้องพึ่งแอลกอฮอล์ล้างมือเพื่อป้องกันเชื้อโควิดแบบเลี่ยงไม่ได้  

 

 

Karmakamet Original Moisturizing Hand Cream (590 บาท) 

 

แฮนด์ครีมผสมน้ำมันหอมกลิ่นเดี่ยวบริสุทธิ์จากดอกไม้และพืชพรรณ ช่วยให้ผิวเนียนนุ่มด้วยสารสกัดผลทับทิม วิตามิน E และ B3 ตอบโจทย์ใครที่ใช้ชีวิตในห้องแอร์นานๆ

 

5. ปกป้องผิวด้วยครีมกันแดดทุกวัน

เราต่างรู้ดีว่าครีมกันแดดเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการใช้ชีวิตในทุกวันนี้ โดยเฉพาะกับสภาพอากาศประเทศไทย แต่คำถามคือทุกวันนี้คุณทากันแดดเวลาไหนบ้าง เฉพาะเวลาออกจากบ้านหรือเปล่า คำตอบคือ ตราบใดที่คุณยังเผชิญกับแสงแดด ไม่ว่าจะทางหน้าต่างหรือประตูในตัวบ้านหรืออาคาร คุณก็ควรจะต้องทากันแดดอยู่ดี เพราะอนุภาคของรังสียูวีสามารถทะลุผ่านสิ่งเหล่านี้ไปได้ และรังสียูวีนี่แหละคือศัตรูตัวฉกาจที่ทำร้ายผิวได้ลึกถึงชั้นหนังแท้ ยิ่งปล่อยให้ผิวรับรังสีนานวันเข้า ความหมองคล้ำก็จะถามหา ความยืดหยุ่นของเซลล์ถูกทำลาย ส่งผลให้ผิวหนังเหี่ยวย่นและเกิดริ้วรอยในที่สุด

 

 

Everyday Humans Oh My Bod! SPF50 Body Sunscreen (740 บาท) 

 

โลชันกันแดดสำหรับผิวกายในแพ็กเกจจิ้งสีสันสดใส ผสาน SPF50 พร้อมปกป้องผิวจาก UVA/UVB กันน้ำ กันเหงื่อ และยังมีไฮยาลูรอนิกแอซิดที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นขึ้นอีกด้วย

 

6. พึ่งเครื่องยกกระชับ

หน้ายังยกกระชับได้ มือก็เช่นกัน ปัจจุบันนวัตกรรมเครื่องที่นิยมนำมายกกระชับผิวบริเวณหลังมือนั้นมีทั้ง Ulthera และ Thermage ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและดุลพินิจของแพทย์ ซึ่งผลลัพธ์โดยเฉลี่ยจะอยู่ได้นานถึง 1 ปีเลยทีเดียว ถือเป็นอีกวิธีที่ค่อนข้างเห็นผลลัพธ์ชัดเจนเช่นกัน

 

อ้างอิง: 

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

X
Close Advertising