×

‘นายกฯ จีน’ เรียกประชุม 6 มณฑลหลัก สั่งกระตุ้นเศรษฐกิจเต็มกำลัง หลังพบ GDP เดือนกรกฎาคมโตต่ำสุดรอบ 2 ปี

17.08.2022
  • LOADING...
GDP

หลี่เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีน ร่วมประชุม 6 มณฑลเศรษฐกิจหลัก ซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจรวมกันเป็น 40% ของ GDP เพื่อขอให้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนผ่านการขายพันธบัตรรัฐบาล หวังกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจ หลังจากพบว่า GDP เดือนกรกฎาคมเติบโตต่ำสุดรอบ 2 ปี  

 

หลี่เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีของจีนแถลงการณ์เมื่อวันอังคารที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมาว่า จีนต้องเพิ่มการสนับสนุนนโยบายเศรษฐกิจมหภาค หลังข้อมูลแสดงให้เห็นว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจชะลอตัวมากกว่าที่คาดในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา 

 

ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีได้ประชุมผ่านทางวิดีโอร่วมกับเจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสจาก 6 มณฑลสำคัญของจีน ได้แก่ มณฑลกวางตุ้ง, เจียงซู, เจ้อเจียง, ชานตง, เหอหนาน และเสฉวน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 40% ของ GDP ให้ดำเนินการสนับสนุนมาตรการกระตุ้นการเติบโตด้านเศรษฐกิจ 

 

“เศรษฐกิจจีนฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องในเดือนกรกฎาคม แต่เกิดความผันผวนเล็กน้อย จีนต้องเร่งเสริมสร้างรากฐานให้แข็งแกร่ง เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ” นายกฯ หลี่กล่าวระหว่างการประชุมผ่านวิดีโอ

 

หลี่เค่อเฉียงกล่าวว่า ทางการจีนจะใช้มาตรการเชิงนโยบายที่เผยแพร่ในเดือนพฤษภาคมด้วยความละเอียดรอบคอบ และจะเพิ่มความเอาจริงเอาจังในการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจมหภาค เพื่อรักษากิจกรรมทางเศรษฐกิจไว้ในกรอบที่เหมาะสม

 

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2565 ธนาคารกลางจีน (PBOC) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายแบบไม่คาดคิด เพื่อฟื้นฟูอุปสงค์ภายในประเทศ หลังจากมีข้อมูลแสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจจีนชะลอตัวลงในเดือนกรกฎาคม โดยกิจกรรมภาคการผลิตและค้าปลีกถูกกดดันจากนโยบายโควิดเป็นศูนย์ของจีน และวิกฤตอสังหาริมทรัพย์

 

ทางด้าน CCTV ซึ่งเป็นสื่อของรัฐบาลจีน รายงานในช่วงเย็นวันที่ 16 สิงหาคมว่า หลี่เค่อเฉียงได้บอกกับเจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสทั้ง 6 มณฑลให้เป็นผู้นำในการช่วยเพิ่มการบริโภค และให้การสนับสนุนทางการเงินเพิ่มเติมผ่านการออกพันธบัตรรัฐบาลเพื่อการลงทุน

 

นอกจากนี้ เขายังให้คำมั่นว่าจะสนับสนุนนโยบายอย่างสมเหตุสมผล เพื่อรักษาเสถียรภาพการจ้างงาน ราคา และรับประกันการเติบโตทางเศรษฐกิจ

 

ทั้งนี้ เศรษฐกิจจีนชะลอตัวมากกว่าคาดในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นการขยายตัวที่น้อยที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2563 

 

โดยนายกฯ หลี่ยอมรับว่า เป็นเพราะแรงกดดันจากสถานการณ์โควิดที่แพร่ระบาดใหม่อย่างรุนแรงในไตรมาส 2 จนต้องล็อกดาวน์เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด ขณะเดียวกัน นายกฯ ได้ขอให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นช่วยสร้างสมดุลระหว่างมาตรการควบคุมโควิด กับความจำเป็นในการยกระดับเศรษฐกิจ 

 

การประชุมระหว่างนายกฯ และเจ้าหน้าที่อาวุโสจาก 6 มณฑลครั้งนี้ บ่งชี้ว่าจีนอาจหันไปใช้การออกตราสารหนี้ในท้องถิ่นมากขึ้นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยนายกฯ ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ยอดคงเหลือของพันธบัตรพิเศษในท้องถิ่นยังไม่ถึงเพดานหนี้ และประเทศควรอ้างอิงเพดานหนี้ตามที่กฎหมายกำหนด

 

ตามงบประมาณของรัฐบาล หน่วยงานท้องถิ่นอาจสามารถออกตราสารหนี้และพันธบัตรเพิ่มเติมได้ประมาณ 1.5 ล้านล้านหยวน (2.21 แสนล้านดอลลาร์) ในปีนี้ เพื่อสนับสนุนการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน หลังจากที่ผู้นำระดับสูงได้เรียกร้องให้ขยับเพดานหนี้ขึ้นในการประชุม Politburo เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งนักวิเคราะห์บางคนคาดการณ์ว่า ข้อเสนอดังกล่าวอาจได้รับการอนุมัติในเดือนสิงหาคม

 

ทางด้านอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลจีนอายุ 10 ปีเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในสัปดาห์นี้ โดยเพิ่มขึ้น 0.01% เป็น 2.64% จากระดับต่ำสุดในรอบกว่าสองปี

 

รายงานข่าวระบุเพิ่มว่า นายกฯ หลี่เรียกร้องให้รัฐบาลท้องถิ่นเร่งก่อสร้างโครงการต่างๆ ในไตรมาสที่ 3 เพื่อขับเคลื่อนการลงทุน และยังขอให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศ โดยเฉพาะพวกสินค้าราคาสูง เช่น รถยนต์ และสนับสนุนความต้องการที่อยู่อาศัย

 

นอกจากนี้ นายกฯ หลี่ยังเน้นถึงความสำคัญของการเปิดตลาดในประเทศแก่นักลงทุนต่างชาติ โดยตั้งข้อสังเกตว่า 6 มณฑลหลักนี้ คิดเป็นสัดส่วนเกือบ 60% ของการค้าต่างประเทศ และการลงทุนจากต่างประเทศทั้งหมดของจีน 

 

“การเปิดกว้างเป็นวิธีเดียวที่จะใช้ประโยชน์จากทั้ง 2 ตลาด และได้ใช้ทรัพยากรอย่างเต็มที่ และปรับปรุงความสามารถในการแข่งขันระหว่างประเทศ” นายกฯ หลี่กล่าว

 

อ้างอิง:

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising