Menu
80142

รถบันดาลใจกับไฟที่ยังลุกโชนของ ลูอิส แฮมิลตัน

27.03.2018
  • LOADING...

HIGHLIGHTS

6 Mins. Read
  • ลูอิส แฮมิลตัน ยอดนักขับชาวอังกฤษ เจ้าของตำแหน่งแชมป์โลกฟอร์มูลา วัน เมื่อปีกลาย ผู้ครองตำแหน่งนักขับรถที่เก่งที่สุดโลก ลงสนามแข่งอีกครั้งในนามทีมเมอร์เซเดส-เบนซ์ นับเป็นรายการที่ 209 ในชีวิตของเขา
  • “ผมรักการแข่ง” แฮมิลตันยืนยันในความรู้สึกของเขา “ผมยังรักการแข่งในทุกวันนี้ ผมยังรักความท้าทายที่ผมจะต้องพยายามทำตัวให้พร้อมสำหรับการแข่งในทุกปี”
  • อีกหนึ่งความฝันที่แฮมิลตันยังทำไม่สำเร็จคือการได้ลงแข่งให้กับทีม ‘ม้าลำพอง’ เฟอร์รารี ทีมรถแข่งฟอร์มูลา วัน ที่ประสบความสำเร็จสูงสุดตลอดกาล

ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (25 มี.ค.) ลูอิส แฮมิลตัน ยอดนักขับชาวอังกฤษ เจ้าของตำแหน่งแชมป์โลกฟอร์มูลา วัน เมื่อปีกลาย ผู้ครองตำแหน่งนักขับรถที่เก่งที่สุดโลกมากว่า 4 สมัย เพิ่งลงสนามแข่งอีกครั้งในนามของทีมเมอร์เซเดส-เบนซ์

 

‘ออสเตรเลียน กรังด์ปรีซ์’ เป็นการแข่งสนามแรกจากทั้งหมด 21 สนาม ที่เหล่าบรรดาสุดยอดนักขับจะลงชิงชัยกันตลอดทั้งปีนี้

 

แต่สำหรับแฮมิลตัน นี่เป็นรายการที่ 209 แล้วในชีวิตของเขา

 

จำนวนดังกล่าวเป็นประสบการณ์ที่ถือว่ามากมายล้นพ้นสำหรับนักขับมืออาชีพสักคน และมันน่าจะมากพอที่สมองและร่างกายของเขาจะจดจำทุกสิ่งทุกอย่างของการแข่งขันเอาไว้ได้ลึกถึงระดับความทรงจำในดีเอ็นเอ

 

เหมือนพ่อครัวที่ผัดข้าวมากระทะแล้วกระทะเล่าจนสามารถคำนวณจำนวนวัตถุดิบที่ใช้ แรงที่ใช้สะบัดกระทะ ไปจนถึงไฟที่ใช้ในการผัดข้าวว่าจะอ่อนหรือแก่แค่ไหน เพื่อให้ได้ข้าวผัดที่ออกมาสุกสวย เงางาม เรียงเม็ดกำลังดี

 

ต่อให้เพียงหลับตา เขาก็รู้ว่าเขาควรจะออกตัวอย่างไร เข้าโค้งด้วยความเร็วแค่ไหน แตะเบรกเมื่อไร เมื่อไรที่ควรจะดื้อดึง และเมื่อไรที่ควรจะเชื่อฟังทีมเทคนิคที่คอยสั่งการผ่านสองหูอยู่ข้างสนาม

 

แต่เชื่อไหมครับว่าจนถึงทุกวันนี้ คนอย่างแฮมิลตันเองยัง ‘ตื่นเต้น’​ และ ‘ตื่นตัว’ กับการลงสนามในทุกครั้ง

 

วันเวลายาวนานที่ใช้จ่ายไปกับการขับรถในสนามแข่งไม่ได้ลดทอนความกระหายในตัวของเขาลงแม้แต่น้อย

 

เขายังรักการแข่งรถเหมือนในวันนั้น…

 

 

รถบันดาลใจในวัย 8 ขวบ

บนโลกใบนี้มีบางสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้โดยที่เราไม่รู้ตัว บางสิ่งที่ว่านั้นเรียกว่าความรักครับ

 

ไอ้หนูลูอิส แฮมิลตัน เองก็ไม่รู้ตัวเหมือนกันครับว่าเขามอบหัวใจให้กับเหล็กสี่ล้อที่วิ่งไปมาบนสนามแข่งตั้งแต่เมื่อไรกันแน่

 

แต่ที่รู้คือรถโกคาร์ตมือสองคันนั้นที่คุณพ่อของเขากัดฟันซื้อมาให้เป็นของขวัญในวันคริสต์มาสก่อนหน้าที่จะถึงวันเกิดอายุครบ 8 ขวบของเขา เป็นความทรงจำที่ยังชัดเจนอยู่ในใจเสมอ

 

รถคันนั้นคือรถบันดาลใจที่เป็นแรงบันดาลใจคอยเติมไฟแห่งความฝันให้แก่เขาเสมอ

 

แต่ชีวิตของแฮมิลตันไม่ได้งดงามถึงเพียงนั้นในวันแห่งการเริ่มต้น

 

ศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดของเขาและครอบครัวคือฐานะ เพราะการจะสนับสนุนให้ลูกชายได้เป็นนักแข่งรถนั้นต้องใช้เงินจำนวนไม่ใช่น้อย และนั่นทำให้พ่อของเขาจำเป็นที่จะต้องทำงานมากถึง 3 งานในเวลาเดียวกัน เพื่อให้มีรายได้มากพอที่จะเป็นน้ำมันตะเกียงเติมไฟฝันของลูก

 

นอกจากการดิ้นรนที่หนักหนา แฮมิลตันและครอบครัวยังต้องสู้กับสิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือคำเหยียดหยันนินทาจากผู้คนรอบกายที่ไม่มีใครเชื่อว่าไอ้หนูจากสตีฟเนจ (Stevenage) จะกลายเป็นสุดยอดนักขับของโลกในอีกหลายปีข้างหน้า

 

“ทุกอย่างยังชัดเจนในใจเสมอเวลาที่ผมนั่งอยู่ในรถ” แฮมิลตันเปิดประตูหัวใจให้เราได้รู้ “ผมไม่เคยลืมเลยว่าครอบครัวของผมต้องเสียสละทุกสิ่งทุกอย่างและพยายามมากแค่ไหนในการที่จะทำให้ผมได้รับโอกาสแบบที่ผมได้รับในทุกวันนี้

 

“ความกระหายที่ผมมีมาตั้งแต่อายุ 8 ขวบ ในวันที่คุณครูบอกว่าไม่มีวันที่ผมจะมีค่าอะไร เวลาที่พ่อของนักขับคนอื่นๆ พูดว่าไม่มีทางที่ผมจะเป็นอะไรได้ เวลาที่เด็กคนอื่นๆ โห่ฮาในสนามแข่งใส่ผมและครอบครัว”

 

โชคดีที่แฮมิลตันเลือกจะเปลี่ยนพลังงานลบเหล่านี้ให้กลายเป็นพลังงานบวก มากกว่าจะจมปลักไปกับความต่ำตมของจิตใจคน

 

“สิ่งเหล่านี้นี่แหละคือที่มาของพลังที่ผมใช้ในการแข่งขัน” แชมป์โลก 4 สมัยให้คำตอบ

 

 

การแข่งขันที่ไม่มีวันสิ้นสุด

สำหรับบางคน การใช้ชีวิตเพื่อทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งมาเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน บางครั้งมันเกิดความชินชาและเบื่อหน่ายกันได้

 

โดยเฉพาะสำหรับชีวิตนักกีฬาที่มีการแข่งขันรุนแรงอย่างรถแข่งฟอร์มูลา วัน ซึ่งใช้พลังงานชีวิตและจิตใจสูงจนคาดไม่ถึงนั้น มันอาจนำไปสู่การ ‘เบิร์นเอาต์’ ได้ไม่ยาก

 

นิโก รอสเบิร์ก อดีตแชมป์โลก เป็นคนหนึ่งที่เคยประกาศอำลาวงการทันทีหลังคว้าแชมป์โลกได้เมื่อปี 2016 เพราะทนต่อการขับเคี่ยวกับอดีตเพื่อนรักที่กลายเป็นศัตรูคู่แค้นกันอย่างลูอิส แฮมิลตัน ไม่ไหวอีกต่อไป (แต่ปัจจุบันรอสเบิร์กได้ประกาศหวนคืนวงการอีกครั้งแล้ว)

 

แต่สำหรับแฮมิลตัน เขาแตกต่างออกไป

 

สำหรับเขา ชีวิตที่ไม่ได้แข่งรถนั้นคือการไม่มีชีวิต และความรักที่เขามีต่อการแข่งรถนั้นไม่มีอะไรต้องสงสัย

 

“ผมรักการแข่ง” แฮมิลตันยืนยันในความรู้สึกของเขา “ผมยังรักการแข่งในทุกวันนี้ ผมยังรักความท้าทายที่ผมจะต้องพยายามทำตัวให้พร้อมสำหรับการแข่งในทุกปี”

 

นอกจากความรักที่มีต่อการแข่งรถแล้ว แฮมิลตันยังหลงเสน่ห์ของการแข่งฟอร์มูลา วัน ที่ความจริงแล้วไม่ใช่แค่เรื่องของความสามารถในการขับขี่และการตัดสินใจในเสี้ยววินาที ความกล้าหาญที่จะรุกหรือความชาญฉลาดที่จะเป็นฝ่ายรับของนักแข่ง

 

ฟอร์มูลา วัน มีอะไรมากกว่านั้นมาก โดยเฉพาะเสน่ห์ของการทำงานร่วมกันเป็นทีม ซึ่งหากใครได้เคยดูการแข่งจะทราบดีว่าทีมรถแข่งคือสุดยอดของศาสตร์แห่งการทำงานร่วมกันเป็นทีม ตั้งแต่ทีมงานที่คอยมอนิเตอร์สถานการณ์การแข่ง ทีมงานที่พิตที่คอยเปลี่ยนชิ้นส่วนรถยนต์ภายในระยะเวลาไม่กี่วินาที ไปจนถึง The Engineer ผู้ที่คอยสั่งการนักขับจากข้างสนาม ไปจนถึงฝ่ายออกแบบและฝ่ายที่ทำหน้าที่ผลิตชิ้นส่วนรถที่โรงงาน

 

ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่แฮมิลตันหลงรัก

 

ในวัย 33 ปี และผ่านการแข่งขันมาแล้วกว่า 12 ฤดูกาล แต่เขายังคงเดินทางไปที่โรงงานเพื่อเฝ้าดูการผลิตชิ้นส่วนต่างๆ

 

เขารักที่ได้เห็นชิ้นส่วนต่างๆ ที่ผลิตขึ้นค่อยๆ ถูกประกอบรวมเข้าเป็นหนึ่งเดียวกัน จากชิ้นสู่ชิ้น และกลายเป็นหนึ่งเดียวกัน

 

ก่อนจะหลอมรวมเข้ากับตัวและหัวใจที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณนักแข่งของเขา

 

อย่างไรก็ดี นักขับที่ดูแข็งกร้าวในท่าทีและวาจาที่เข้าขั้นปากร้ายเองก็มีบางสิ่งที่เขา ‘สงสัย’ อยู่เหมือนกัน

 

หนึ่งในนั้นคือเขามักจะตั้งคำถามกับตัวเองเสมอว่าเขาจะยังสามารถแข่งรถได้ไหม เขาจะทำได้เหมือนเดิมหรือเปล่า

 

เพียงแต่สำหรับแฮมิลตัน คำถามนี้เป็นเรื่องที่เขารู้คำตอบดี

 

ไม่มีใครสู้เขาได้ อย่างน้อยก็ในเรื่องความชื่นชอบการแข่งขัน

 

 

ความฝันขั้นต่อไป

ตลอดชีวิตการแข่งของแฮมิลตัน เขาผ่านมาทั้งช่วงเวลาที่ดีและร้าย แต่สำหรับใครสักคนที่เคยคว้าแชมป์โลกมาแล้ว 4 สมัย และทำสถิติเทียบเท่ากับสุดยอดนักขับในตำนานผู้ล่วงลับอย่าง ไอร์ตัน เซนนา ก็ต้องบอกว่าเป็นชีวิตที่ประสบความสำเร็จยิ่งกว่าฝัน

 

แต่รู้ไหมครับว่ายังมีอีกหนึ่งความฝันที่แฮมิลตันยังทำไม่สำเร็จ เป็นความฝันที่ยังมาไม่ถึงในวันนี้

 

ความฝันนั้นคือการได้ลงแข่งให้กับทีม ‘ม้าลำพอง’ เฟอร์รารี ทีมรถแข่งฟอร์มูลา วัน ที่ประสบความสำเร็จสูงสุดตลอดกาล และเป็นทีมแห่งความฝันของเหล่านักแข่งทุกคน เหมือนที่นักฟุตบอลทั่วโลกต่างอยากจะมีโอกาสลงเล่นให้กับบาร์เซโลนา หรือเรอัล มาดริด

 

เรื่องนี้ก็ไม่เว้นแม้แต่นักขับผู้ทระนงอย่างแฮมิลตันด้วย เพียงแต่ด้วยความหยิ่งที่มีอยู่สูงในตัวทำให้เขาเองก็ไม่เคยบอกให้เฟอร์รารีรู้ด้วยเช่นกันว่าเขาฝันที่จะขับรถสีแดงเพลิงนั้นลงแข่งในแทร็ก และแน่นอนว่าเฟอร์รารีที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ก็ไม่เคยติดต่อมาเหมือนกัน (เอ้า!)

 

“ผมไม่เคยบอกให้เฟอร์รารีรู้ว่าผมอยากจะลงแข่งให้กับพวกเขา ดังนั้นมันการที่พวกเขาไม่เคยติดต่อมาหาผมเองก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าประหลาดใจเท่าไร แต่ผมก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรกับเรื่องนี้นัก ผมยังให้ความเคารพทีมเฟอร์รารีเหมือนเดิม”

 

อาจจะเป็นเพราะความฝันสูงสุดของเขาไม่ใช่การได้แข่งให้กับเฟอร์รารี แต่ความฝันของเขาคือการได้เป็นนักขับรถ ‘เอฟ-วัน’

 

มันเป็นความฝันที่เขาแลกมาด้วยชีวิตหลังพวงมาลัยถึง 26 ปี กับการแข่งขันรถทุกรูปแบบ

 

ทุกวันนี้นอกจากความสำเร็จในเส้นทางอาชีพ แฮมิลตันยังเป็นหนึ่งในนักกีฬาที่ทำรายได้สูงสุดของโลก โดย Forbes มีการประเมินรายได้ของแฮมิลตันว่าเวลานี้เขามีรายได้จากการเป็นนักแข่งปีละ 38 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1,186 ล้านบาท) และมีรายได้จากการเป็นพรีเซนเตอร์สินค้าอีก 8 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 250 ล้านบาท)

 

ถึงจะเป็นนักแข่งที่ดูมีความ ‘ร้ายกาจ’ และไม่ใช่ทุกคนที่จะชื่นชมเขา แต่แฮมิลตันก็มีแฟนคลับมากมายทั่วโลก ไม่เฉพาะในอังกฤษ บ้านเกิดของเขา ทุกวันนี้ไม่ว่าจะไปที่ไหน เขาจะมีแฟนคลับติดตามไปให้กำลังใจอย่างใกล้ชิดเสมอ และถึงเวลาทุกวินาทีของเขาจะมีค่าแค่ไหน แต่เขาก็พร้อมที่จะสละเวลานั้นเพื่อพบกับแฟนคลับเสมอเมื่อมีโอกาส

 

“มันเป็นการเดินทางที่ผมได้ร่วมเดินทางไปกับผู้คนมากมาย มันแทบเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยที่จะอธิบายถึงความพิเศษของการเดินทางในครั้งนี้ รวมถึงความสำคัญของมันที่มีต่อผม และความสำคัญของคนเหล่านี้ที่ร่วมเดินทางไปกับผม”

 

แต่ทุกการเดินทางย่อมมีจุดหมาย และตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ถึงจะยืนยันหนักแน่นว่ารักการแข่งขันแค่ไหน แต่แฮมิลตันเองก็เริ่มคิดถึงปลายทางที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

 

เพียงแต่ในเวลานี้เขาก็ยังตอบไม่ได้ว่าเขาจะแข่งไปถึงเมื่อไร

 

26 ปีกับการแข่งขันอาจยาวนานเกือบเท่าเวลาที่เขาใช้จ่ายในชีวิต แต่แฮมิลตันรู้ดีว่าวันใดที่ชีวิตการเป็นนักแข่งของเขาสิ้นสุดลง เขายังเหลือเวลาอีกมาก

 

ดังนั้นตราบใดที่เลือดลมสูบฉีด อะดรีนาลีนหลั่งไหล และตราบใดที่หัวใจยังคงเต้นระรัวไปกับทุกทางโค้งและทางตรงในสนามแข่ง

 

เขาจะยังลงแข่งต่อไป

 

ในฐานะคนที่เกิดมาเพื่อเป็นนักแข่งที่แท้จริง

 

Photo: AFP

อ้างอิง:

FYI
  • นอกจากการแข่งรถแล้ว แฮมิลตันเคยเปรยว่าเขาสนใจอยากจะทำงานด้านดนตรี รวมถึงยังอยากจะปีนเขาเอเวอเรสต์ เป็นเชฟที่ทำอาหารได้เก่งขึ้น และเรียนรู้หลายๆ ภาษา
  • ฮีโร่ในดวงใจของเขาคือ ไอร์ตัน เซนนา ตำนานนักขับชาวบราซิลผู้ล่วงลับ โดยเมื่อปีกลาย แฮมิลตันทำสถิติชนะรายการที่ 41 เทียบเท่ากับเซนนา ทำให้ครอบครัวของเซนนามอบหมวกนักขับให้เป็นที่ระลึกที่สามารถทำสถิติเทียบเท่าได้ ซึ่งสำหรับแฮมิลตันแล้ว นี่คือ ‘รางวัล’ ที่เหนือกว่ารางวัลใดๆ ที่เขาเคยได้รับมาตลอดชีวิต
  • ถึงแม้ นิโก รอสเบิร์ก จะกลับมาแข่งขันอีกครั้งในปีนี้ แต่เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดคนนี้ไม่ได้อยู่ในสายตาของแฮมิลตันอีกแล้ว คนที่ถูกมองว่าเป็นคู่แข่งตัวจริงในการแข่งฤดูกาล 2018 คือ เซบาสเตียน เวทเทล คู่ปรับเก่าจากทีมเฟอร์รารี
  • สิ่งที่ฟังดูเหลือเชื่อคือแฮมิลตันเลิกกินเนื้อสัตว์และหันมากินมังสวิรัติ เป้าหมายขั้นต่อไปของเขาคือการเลิกใช้สิ่งของที่ทำจากหนังทั้งหมดให้ได้ในชีวิต
  • LOADING...

READ MORE

FOLLOW US

MOST POPULAR