เนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ 1 พฤษภาคม 2569 เครือข่ายแรงงานหลายภาคส่วนได้รวมตัวจัดกิจกรรมเพื่อสะท้อนปัญหาและยื่นข้อเสนอต่อภาครัฐ โดยมุ่งเน้นประเด็นที่มีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตโดยตรง ทั้งการเรียกร้องให้ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 712 บาท การกำหนดให้สภาพอากาศร้อนจัดเป็นภัยพิบัติสาธารณะ และการผลักดันร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อากาศสะอาด เพื่อยกระดับสวัสดิภาพของแรงงานในทุกมิติ
กิจกรรมการชุมนุมในครั้งนี้เป็นการรวมตัวกันของเครือข่ายสมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ และสหภาพแรงงานจากหลายภาคส่วน ซึ่งประกอบด้วยแรงงานภาคอุตสาหกรรม แรงงานนอกระบบ และแรงงานข้ามชาติ
กลุ่มผู้ชุมนุมได้เริ่มต้นรวมตัวบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ก่อนเคลื่อนขบวนตามถนนราชดำเนินไปยังบริเวณฝั่งตรงข้ามประตู 5 ของทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นข้อเสนอและเรียกร้องให้ภาครัฐพิจารณาปรับปรุงนโยบายที่เกี่ยวข้อง
สำหรับข้อเรียกร้องหลักจำนวน 9 ข้อที่นำเสนอต่อรัฐบาลนั้น ครอบคลุมทั้งด้านเศรษฐกิจ สิทธิแรงงาน และสิ่งแวดล้อม โดยมีประเด็นสำคัญคือการขอให้พิจารณาปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 712 บาท ควบคู่ไปกับการขอให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาพลังงานเพื่อลดค่าครองชีพ
นอกจากนี้ ยังมีการเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งให้สัตยาบันต่อองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ตามที่เครือข่ายแรงงานได้ผลักดันมาอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงการยุติแนวนโยบายการแปรรูปรัฐวิสาหกิจในทุกรูปแบบ การปฏิรูประบบประกันสังคม และการยกเลิกรูปแบบการจ้างงานระยะสั้นที่ส่งผลต่อความมั่นคงในอาชีพ
ในด้านสุขภาพและสภาพแวดล้อมในการทำงาน เครือข่ายแรงงานได้เน้นย้ำถึงสภาวะทางภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบต่อวัยทำงาน โดยเรียกร้องให้รัฐบาลกำหนดให้ความร้อนเป็นภัยพิบัติสาธารณะ พร้อมทั้งจัดให้มีมาตรการคุ้มครองสุขภาพและความปลอดภัยอย่างเป็นรูปธรรม
เครือข่ายฯ ยังจี้ให้รัฐบาลแสดงความชัดเจนในการแก้ปัญหาฝุ่นควันพิษ โดยคณะรัฐมนตรีต้องยืนยันให้รัฐสภาพิจารณาร่าง พ.ร.บ. การบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. …. และต้องดำเนินการยกเลิกการใช้แร่ใยหินในทุกผลิตภัณฑ์ทันที
สำหรับประเด็นที่เกี่ยวข้องกับแรงงานข้ามชาตินั้น ทางกลุ่มผู้ชุมนุมได้เสนอให้รัฐเร่งกำหนดนโยบายและมาตรการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติให้เป็นระบบ ถูกต้องตามกฎหมาย มีความโปร่งใส และมีประสิทธิภาพ เพื่อแก้ไขปัญหาแรงงานอย่างยั่งยืน
ภายในกิจกรรมเดียวกันนี้ สมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทยยังได้ทำการเปิดตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมจำนวน 7 คน โดยนำเสนอนโยบายที่มุ่งเน้นการปฏิรูปสำนักงานประกันสังคม และการจัดทำสูตรคำนวณบำนาญชราภาพที่เป็นธรรม เพื่อปกป้องสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39 ไม่ให้เสียผลประโยชน์
ช่วงท้ายของการจัดกิจกรรม นพพร บุญแก้ว รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และ ประสิทธิ์ ปาตังคะโร ผู้ตรวจราชการกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ได้เป็นผู้แทนฝ่ายรัฐบาลเข้ารับเอกสารข้อเรียกร้องจาก สาวิทย์ ตัวแทนเครือข่ายแรงงาน ที่บริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อนำประเด็นทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป



