วันนี้ (11 สิงหาคม) สุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) เปิดเผยถึงการขับเคลื่อนโครงการ ‘ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง’ โดยเตรียมเชิญชวนกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการ เพื่อนำเงินเพิ่มทุนจากรัฐบาลไปลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้แก่สมาชิกอย่างน้อย 50% ของอัตราตามสัญญาเดิม
โครงการดังกล่าวเปิดตัวเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยมี อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิด ภายใต้กรอบงบประมาณกว่า 4,452 ล้านบาท สำหรับจัดสรรเป็นเงินเพิ่มทุนให้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองทั่วประเทศกว่า 79,610 กองทุน
รัฐบาลระบุว่า เป้าหมายสำคัญคือให้กองทุนนำเงินเพิ่มทุนไปใช้ลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในบัญชีที่ 1 ให้สมาชิกอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของอัตราที่เรียกเก็บตามสัญญาเดิม โดยคาดว่าจะครอบคลุมสมาชิกกองทุนกว่า 12 ล้านคน เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่าย เพิ่มสภาพคล่อง และลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบ
อนุทินกล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากผ่านกลไกกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุน และมองว่าโครงการนี้จะเป็นอีกกลไกหนึ่งในการลดภาระค่าครองชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับชุมชน
ด้านสุขสมรวยกล่าวว่า ในภาวะที่ประชาชนต้องเผชิญกับความยากลำบากทางเศรษฐกิจ กลไกกองทุนหมู่บ้านยังมีบทบาทในการสร้างสภาพคล่องสำหรับการผลิต การประกอบอาชีพ และการสร้างรายได้ โดยเงินงบประมาณ 4,452 ล้านบาทที่รัฐบาลจัดสรรจะถูกนำไปใช้เป็นกลไกให้กองทุนสามารถลดดอกเบี้ยเงินกู้ในบัญชีที่ 1 สำหรับสัญญาที่เริ่มในปีบัญชีปัจจุบันได้อย่างน้อย 50%
สำหรับกองทุนหมู่บ้านที่ประสงค์เข้าร่วมโครงการ ต้องมีคุณสมบัติและดำเนินการตามหลักเกณฑ์ 3 ประการ ได้แก่
1.เป็นกองทุนหมู่บ้านที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล และมีคณะกรรมการตามระเบียบที่กำหนด
2.ส่งงบการเงินต่อเนื่องอย่างน้อย 2 ปี
3.จัดประชุมสมาชิกและมีมติลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้บัญชีที่ 1 ลง 50% สำหรับสัญญาในปีบัญชีปัจจุบัน พร้อมปรับปรุงสัญญาและจัดทำเอกสารแนบท้ายให้ชัดเจน
ทั้งนี้ หากกองทุนใดได้รับเงินเพิ่มทุนแล้ว แต่ไม่ดำเนินการลดดอกเบี้ยตามเงื่อนไข สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) สามารถเรียกคืนเงินเพิ่มทุนดังกล่าวได้
สุขสมรวยระบุว่า จะเร่งเชิญชวนกองทุนหมู่บ้านที่มีคุณสมบัติให้ดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณ โดยกองทุนที่สนใจสามารถติดต่อสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติทั้ง 14 สาขาเขตทั่วประเทศ


