จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมสัมมนาร่วมภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อการขยายตลาดแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศ พร้อมมอบนโยบายการยกระดับทักษะฝีมือแรงงานให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดโลก ซึ่งมี พ.ต.ท. วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงแรงงาน ร่วมเป็นเกียรติ
สมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวรายงาน และมีผู้แทนกรมการกงสุลร่วมเป็นวิทยากร หัวข้อ ‘การคุ้มครองแรงงานไทยในต่างประเทศ’ ในงานมีนายกสมาคมการจัดหางานไทยไปต่างประเทศ ประธานสมาคมนายจ้างส่งเสริมแรงงานไทย
จุลพันธ์กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพแรงงานไทยควบคู่กับการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน โดยมุ่งผลักดันตลาดแรงงานต่างประเทศให้เป็นกลไกสำคัญในการสร้างรายได้แก่แรงงานและครอบครัว ซึ่งการขยายตลาดแรงงานจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
โดยเฉพาะภาคเอกชนในการค้นหาตลาดใหม่และตำแหน่งงานที่มีคุณภาพ รายได้สูง ดำเนินงานด้วยความโปร่งใส คำนึงถึงประโยชน์ของแรงงานเป็นสำคัญ ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง เป็นธรรม และดูแลแรงงานไทยอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ก่อนเดินทาง ระหว่างทำงาน และเมื่อเดินทางกลับถึงประเทศ รวมทั้งให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิทธิ ความปลอดภัย และสวัสดิการของแรงงานไทยในต่างประเทศ
นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานยังเร่งพัฒนากำลังคนผ่านการ Upskill, Reskill และ New Skill เพื่อให้แรงงานไทยมีความพร้อมด้านทักษะการทำงานที่ตอบโจทย์ตรงกับความต้องการของนายจ้างต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพและความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา ในการเตรียมกำลังคนตั้งแต่ต้นทางเพื่อเสริมทักษะภาษา วิชาชีพ และทักษะแห่งอนาคต รองรับความต้องการของนายจ้างทั่วโลก และยกระดับศักยภาพแรงงานไทยสู่มาตรฐานสากล
ด้าน สมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า กรมการจัดหางานได้ขับเคลื่อนนโยบายผ่านความร่วมมือด้านแรงงานกับประเทศคู่ภาคีภายใต้กรอบบันทึกความเข้าใจ (MOU) ตลอดจนบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน บริษัทจัดหางาน สถาบันการศึกษา และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาแรงงานไทยให้มีทักษะตรงตามความต้องการของตลาดแรงงานต่างประเทศ
โดยปีงบประมาณ 2569 มีการจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศแล้วกว่า 85,000 คน จากเป้าหมาย 130,000 คน โดยประเทศปลายทางสำคัญ 5 อันดับแรก ได้แก่ ไต้หวัน อิสราเอล สาธารณรัฐเกาหลี มาเลเซีย และญี่ปุ่น ซึ่งสร้างรายได้ส่งกลับประเทศรวมไม่น้อยกว่าปีละ 200,000 ล้านบาท และยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานไทยที่มีคุณค่า สู่เป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจในระยะยาว
ผู้สนใจเดินทางไปทำงานต่างประเทศสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1–10 หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน โทร. 1506 กด 2


