‘แบงก์กรุงศรี’ คาดหุ้นไอพีโอจะเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้งในปี 2570 หลังหลายบริษัทเริ่มกลับมารื้อแผนระดมทุนอีกครั้ง แต่คาดมูลค่าระดมทุนปีนี้อาจยังใกล้เคียงกับปีก่อนที่ซบเซาอย่างหนัก
ประเด็นสำคัญ
จากข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มูลค่าระดมทุนของหลักทรัพย์ไอพีโอ ทั้ง SET, mai และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (IFF) และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ทั้งในส่วนของ PFUND และ REIT เมื่อปี 2568 รวมกันเหลือเพียง 8.1 พันล้านบาท ลดลงจากช่วงพีคที่เคยสูงถึงประมาณ 1 แสนล้านบาท
ประกอบ เพียรเจริญ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และวาณิชธนกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า มูลค่าระดมทุนของหลักทรัพย์ไอพีโอในปีนี้น่าจะใกล้เคียงกับปีก่อน แต่เชื่อว่าน่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว โดยธนาคารเริ่มเห็นสัญญาณบวกจากหลายบริษัทที่เริ่มกลับมาเดินหน้าแผนระดมทุนอีกครั้ง จากก่อนหน้าที่ชะลอแผนไปตามภาวะตลาด ขณะที่บริษัทอื่นๆ ที่ยังไม่ได้มีแผนจะระดมทุนก็เริ่มเดินหน้าแผนมากขึ้น
“สำหรับหุ้นไอพีโอ ลูกค้ากลับมาอัปเดตเอกสารเตรียมเข้าตลาดอีกครั้ง แต่อาจต้องใช้เวลา 6 เดือน ถึง 1 ปี ในการเตรียมตัว ทำให้จะเริ่มเห็นไอพีโอกลับมาคึกคักในปีหน้า ส่วนกองรีทที่ซบเซามาพอสมควรจะเริ่มกลับมามากขึ้น เพราะนักลงทุนเริ่มหันมามอง yield product มากขึ้น ทำให้กองรีทกลับมาน่าสนใจ”
สำหรับปีนี้กองรีทน่าจะกลับมาคึกคักมากขึ้นเทียบกับหลายปีที่ผ่านมา จากกองรีทเดิมที่จดทะเบียนอยู่ก่อนแล้ว และต้องการขยายการลงทุน ขณะที่นักลงทุนก็มองหาการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่สม่ำเสมอมากขึ้น
ทั้งนี้ ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ระหว่างปี 2564 – 2568 สถิติการระดมทุนของหลักทรัพย์ไอพีโอในตลาดหุ้นไทยเป็นดังนี้
- ปี 2568 หุ้นไอพีโอรวม 18 บริษัท ระดมทุนรวม 8,151.70 ล้านบาท
- ปี 2567 หุ้นไอพีโอรวม 32 บริษัท ระดมทุนรวม 20,450.89 ล้านบาท
- ปี 2566 หุ้นไอพีโอรวม 40 บริษัท ระดมทุนรวม 38,259.50 ล้านบาท
- ปี 2565 หุ้นไอพีโอรวม 42 บริษัท ระดมทุนรวม 97,852.50 ล้านบาท
- ปี 2564 หุ้นไอพีโอรวม 41 บริษัท ระดมทุนรวม 98,125.09 ล้านบาท
- ปี 2563 หุ้นไอพีโอรวม 28 บริษัท ระดมทุนรวม 136,043.88 ล้านบาท
- ปี 2562 หุ้นไอพีโอรวม 32 บริษัท ระดมทุนรวม 90,838.78 ล้านบาท
- ปี 2561 หุ้นไอพีโอรวม 22 บริษัท ระดมทุนรวม 81,572.53 ล้านบาท
- ปี 2560 หุ้นไอพีโอรวม 42 บริษัท ระดมทุนรวม 106,279.62 ล้านบาท
- ปี 2559 หุ้นไอพีโอรวม 27 บริษัท ระดมทุนรวม 52,657.53 ล้านบาท
หวั่นสงครามยืดเยื้อกระทบสินเชื่อ
การปล่อยสินเชื่อในกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา ช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา ต่ำกว่าเป้าหมายการเติบโตที่วางไว้ 2-4% อย่างไรก็ตาม ประกอบเชื่อว่า ยอดการปล่อยสินเชื่อในกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ในไตรมาส 2 – 4 จะค่อยๆ ฟื้นตัว และทำให้การเติบโตทั้งปีทำได้ตามเป้าหมาย
ปัจจุบันเริ่มเห็นการฟื้นตัวของยอดปล่อยสินเชื่อในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม เช่น เฮลธ์แคร์ พลังงาน อาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงดาต้าเซ็นเตอร์ แต่ขณะเดียวกันก็เห็นความท้าทายเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้บางอุตสาหกรรมชะลอลง
“เราไม่อยากให้สงครามยืดเยื้อนาน ยิ่งนานจะทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้ช้า” ประกอบกล่าว “โดยภาพรวมคุณภาพสินเชื่อยังอยู่ในระดับที่ดี แต่ต้องติดตามใกล้ชิด หากสงครามยืดเยื้อ ในไตรมาส 2 – 4 ต้องดูว่าผลกระทบจะมาในรูปแบบใด”
ส่วนสินเชื่อยั่งยืนที่ธนาคารปรับเพิ่มเป้าหมายจาก 2.5 แสนล้านบาท เป็น 3.5 แสนล้านบาท เพราะลูกค้าขนาดใหญ่พยายามปรับการกู้เงินหรือระดมทุนเป็น Green Finance มากขึ้น ไม่ว่าจะกลุ่มพลังงานหรือโครงสร้างพื้นฐาน แต่ลูกค้าระดับกลางยังขอเวลาใช้แก้ปัญหาธุรกิจก่อน แต่ก็เห็นการสนับสนุนจากภาครัฐมากขึ้น

