×

‘กรณ์’ ผุดไอเดียใช้ NFT ช่วยสุนัขที่ได้รับผลกระทบจากโควิด แนะไทยสร้างแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลของตัวเองต่อยอดเศรษฐกิจ

13.08.2021
  • LOADING...
NFT

กรณ์ จาติกวณิช อดีตประธานสมาคมฟินเทคประเทศไทยและหัวหน้าพรรคกล้า ผุดไอเดียช่วยสุนัขที่ได้รับผลกระทบจากโควิดภายใต้โปรเจกต์ ‘Mission Pawsible’ ด้วยการสร้างสินทรัพย์ดิจิทัล หรือ NFT (Non-Fungible Token) จากภาพสุนัขพันธุ์เฟรนช์ บูลด็อก 20 ตัวที่เลี้ยงไว้ ขึ้นประมูลขายบน ‘โอเพ่นซี’ (opensea.io) แพลตฟอร์มซื้อ-ขายงานศิลปะระดับโลกเพื่อนำรายได้บริจาคช่วยเหลือมูลนิธิ Dog Trust ในประเทศอังกฤษ และ 2 มูลนิธิในประเทศไทย คือ มูลนิธิเดอะวอยซ์ (เสียงจากเรา) และเกาะสุนัข ซึ่งได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิดทำให้เงินบริจาคช่วยเหลือลดน้อยลงกว่าเดิมมากกว่าสภาวะปกติ โดยจะเปิดประมูลขายจนถึงเวลาเที่ยงคืนของวันที่ 26 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันสุนัขโลก (World Dog Day)

 

กรณ์ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการ Morning Wealth ของ THE STANDARD WEALTH ว่า “Mission Pawsible เป็นโปรเจกต์ทดลองที่จะนำรายได้จากการขายภาพ NFT ไปช่วยสุนัขที่อยู่ตามมูลนิธิต่างๆ ซึ่ง NFT เป็นเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นมาสักพักหนึ่งแล้ว แต่กำลังโด่งดังในช่วงเวลานี้เนื่องจากเป็นการผสานงานศิลปะและเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน ทำให้ตนมีความสนใจที่จะนำผลงานศิลปะไทยไปขายด้วยรูปแบบของ NFT ในมาร์เก็ตเพลสที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้าน NFT คือ แพลตฟอร์ม opensea.io

 

“โปรเจกต์ Mission Pawsible นี้ เรามี ปิยฉัตร สมไพศาล เป็นผู้ดูแลในเรื่องการออกแบบกราฟิก โดยได้นำสุนัข 20 ตัว สายพันธ์ุเฟรนช์ บูลด็อก มาออกแบบเป็นผลงานศิลปะแบบดิจิทัล จากนั้นนำขึ้นไปบนระบบบล็อกเชนเพื่อทำให้เป็น NFT และนำขึ้นประมูลขายผ่าน opensea ซึ่งได้ลงประมูลไปเป็นเวลา 24 ชั่วโมงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมประมูลได้ที่ https://opensea.io/collection/mission-pawsible โดยจะรับชำระด้วยเงินดิจิทัลสกุล Ethereum (ETH) จนถึงเวลาเที่ยงคืนของวันที่ 26 สิงหาคมนี้” กรณ์กล่าว

 

กรณ์เล่าว่า เหตุผลที่ทำให้ NFT เป็นที่สนใจขึ้นมาเนื่องมาจากในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีศิลปินที่เน้นการออกแบบบนแพลตฟอร์มดิจิทัลได้นำผลงาน NFT ไปประมูลบน Kristy Glas แพลตฟอร์มซื้อขายงานศิลปะชื่อดังและได้สร้างความฮือฮาเป็นอย่างมาก เพราะขายผลงานไปด้วยมูลค่ากว่า 70 ล้านดอลลาร์ หรือราวๆ 2 พันกว่าล้านบาท

 

นอกจากนี้ยังมี แจ็ค ดอร์ซีย์ ซีอีโอของ Twitter ได้นำข้อความแรกซึ่งเป็นข้อความของตัวเองบนทวิตเตอร์ไปขึ้นระบบ NFT แล้วประมูลขายไปได้ราคาเกือบ 3 ล้านดอลลาร์ หรือราวๆ 90 ล้านบาท ทำให้มองว่าเป็นพื้นที่ที่น่าสนใจที่จะสามารถนำไปต่อยอดในอนาคตได้หลายอุตสาหกรรม โดยการนำสินทรัพย์อื่นๆ ให้มาอยู่บนบล็อกเชนเพื่อการตรวจสอบที่มาที่ไปของสินทรัพย์เหล่านั้นได้ อาทิ การนำโฉนดที่ดินขึ้นระบบบล็อกเชน อาจจะสามารถนำไปอยู่บนระบบ NFT สามารถแลกเปลี่ยนกันด้วยความมั่นใจโดยที่ไม่ต้องผ่านตัวกลางอย่างระบบราชการ

 

เมื่อถูกถามว่า NFT ที่เข้าประมูลผ่านแพลตฟอร์มซื้อขายต่างๆ บนบล็อกเชนดีกว่ารูปแบบการประมูลแบบดั้งเดิมอย่างไร? กรณ์ได้ให้ความเห็นว่า ขณะนี้ยังไม่อาจสรุปถึงผลลัพธ์ว่า NFT ดีกว่าอย่างไร เพราะยังเป็นตลาดใหม่ และเป็นอีกประเภทของงานศิลปะ ซึ่งในปัจจุบันหลายคนก็กำลังตั้งคำถามเช่นเดียวกันว่าทำไม NFT ถึงมีราคา และควรซื้อขายกันในระดับราคานี้หรือไม่

 

อย่างไรก็ดี มองว่าเป็นเรื่องปกติสำหรับสินทรัพย์ประเภทใหม่ใดๆ ก็ตามที่ในการเริ่มต้นจะต้องถูกตั้งคำถามกับระดับราคาและต้องใช้เวลาเป็นตัวพิสูจน์ แต่โดยส่วนตัวมองว่าสินทรัพย์แบบ NFT นั้นมีข้อดีค่อนข้างมาก เช่น หากย้อนกลับไปในยุคของจิตรกรเอกชื่อดังของโลกอย่าง ปาโบล ปิกัสโซ แล้วในยุคนั้นขายผลงานผ่านรูปแบบของ NFT ได้ เราทุกคนก็จะสามารถตรวจสอบผลงานบนบล็อกเชนได้ว่าใครเป็นผู้ผลิตและผ่านมือใครมาบ้าง

 

“การเข้ามาศึกษาเรื่อง NFT ในครั้งนี้ของเราอาจนำไปสู่การนำร่องทำให้ในประเทศไทยสามารถมีแพลตฟอร์มในการซื้อขาย NFT ของตัวเองก็เป็นไปได้ เพราะตลาดด้านคริปโตเคอเรนซีในประเทศไทยก็มีขนาดใหญ่พอสมควร” กรณ์กล่าว

 

กรณ์กล่าวเสริมอีกว่า ปัจจุบันการนำผลงาน NFT ไปลงขายผ่านแพลตฟอร์มของต่างประเทศจะต้องเสียค่าธรรมเนียม อาทิ opensea ในการลงผลงานจะต้องเสียค่าธรรมเนียม (ค่าแก๊ส) ถึง 2,000 บาท ซึ่งก็นับว่าไม่น้อย และหากสามารถขายผลงานได้สำเร็จก็ต้องเสียค่าคอมมิชชันเพิ่มเติมอีก 2% ให้กับแพลตฟอร์ม ดังนั้นหากประเทศไทยมีแพลตฟอร์มของตัวเองและสร้างตลาดการซื้อขายผลงาน NFT ให้เกิดขึ้นได้ รายได้เหล่านี้ก็อาจสร้างนัยยะทางเศรษฐกิจหรือโอกาสให้กับประเทศไทยได้

 

เมื่อถูกถามว่าสภาวะตลาดของคริปโตเคอเรนซี หรือ NFT จะเป็นเพียงกระแสชั่วคราวหรือไม่ กรณ์ได้ให้ความเห็นว่า ถ้าหากเราเชื่อในคริปโตเคอเรนซีว่ามีอนาคต NFT ก็ย่อมมีอนาคต เพราะมีประโยชน์นอกเหนือจากแค่การซื้อขายผลงานศิลปะ แต่ก็ยังสามารถนำไปใช้ในเรื่องการซื้อขายโฉนดที่ดินได้ดังที่กล่าวไปข้างต้น และมองว่า NFT นั้นมีความเหมาะสมมากกับการจัดการเรื่องระบบที่ดินได้อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต ดังนั้นบล็อกเชนน่าจะอยู่กับเราแน่นอนเพราะทุกคนต่างยอมรับ ไม่ว่าจะในรูปแบบของสกุลเงิน หรือ NFT แต่จะไปในรูปแบบไหนมากที่สุดก็ต้องรอเวลาพิสูจน์

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

X
Close Advertising