Kering Group บริษัทลักชัวรีจากเจ้าของแบรนด์แฟชั่นอย่าง Gucci, Saint Laurent, Bottega Veneta และ Balenciaga รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2026 มีรายได้รวม 3,345 ล้านยูโร หรือ 1.26 แสนล้านบาท ขณะที่รายได้รวมในช่วง 9 เดือนแรกของปีอยู่ที่ 10,565 ล้านยูโร
โดยตัวเลขนี้ถือว่าทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อนในแง่ตัวเลขรายงาน แต่ลดลง 1% เมื่อคำนวณตามเกณฑ์เปรียบเทียบที่ไม่รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนและปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง แต่ทรงตัวเมื่อคำนวณตามเกณฑ์เปรียบเทียบของบริษัท
Gucci ยังคงเป็นโจทย์สำคัญของกลุ่ม โดยมีรายได้ในไตรมาส 3 อยู่ที่ 1,291 ล้านยูโร ลดลง 6% เมื่อเทียบตามเกณฑ์เปรียบเทียบ และลดลง 4% เมื่อคำนวณตามตัวเลขรายงาน ยอดขายผ่านร้านค้าของแบรนด์ลดลง 9% โดยเฉพาะในเอเชียแปซิฟิก ซึ่งได้รับแรงกดดันจากจำนวนผู้เข้าร้านที่ลดลงในจีนแผ่นดินใหญ่และญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม บริษัทระบุว่าอัตราการเปลี่ยนผู้เข้าชมเป็นผู้ซื้อและยอดใช้จ่ายเฉลี่ยปรับตัวดีขึ้น โดย Gucci ยังคงปรับกลยุทธ์สินค้าและโครงสร้างราคา พร้อมให้ความสำคัญกับกระเป๋า รวมถึงการพัฒนาสินค้าหมวดเสื้อผ้าสำเร็จรูปและรองเท้า
ในทางกลับกัน หากไม่นับ Gucci ยอดขายผ่านร้านค้าของกลุ่ม Fashion & Leather Goods เพิ่มขึ้น 2% โดยมี Saint Laurent, Bottega Veneta และ Brioni เป็นแรงสนับสนุน ขณะที่รายได้รวมของกลุ่มธุรกิจนี้อยู่ที่ 2,743 ล้านยูโร ลดลง 3% เมื่อเทียบตามเกณฑ์เปรียบเทียบ
ด้าน Bottega Veneta ยังคงได้รับแรงหนุนจากความต้องการสินค้าเครื่องหนังและการเปิดตัวสินค้าใหม่ ส่วน Saint Laurent เติบโตจากตลาดอเมริกาเหนือและยุโรปตะวันตก ขณะที่ Brioni ได้รับประโยชน์จากบริการลูกค้าแบบเฉพาะบุคคลและสินค้าสั่งตัด
ด้านธุรกิจเครื่องประดับ Kering Jewelry มีรายได้ 239 ล้านยูโร เพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบตามเกณฑ์เปรียบเทียบ โดย Boucheron และ Pomellato ยังคงมีโมเมนตัมที่ดี ส่วน Kering Eyewear ทำรายได้ 373 ล้านยูโร เพิ่มขึ้น 4% จากการพัฒนาสินค้าและการทำตลาดในหลายภูมิภาค ขณะที่บริษัทเดินหน้าปรับทิศทาง Balenciaga และ Alexander McQueen เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ในระยะยาว
สำหรับแผนธุรกิจต่อไป Kering ระบุว่าจะให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูความต้องการของ Gucci การพัฒนาคุณภาพสินค้า และการดำเนินแผนธุรกิจในจีน พร้อมตั้งเป้าปรับเพิ่มอัตรากำไรจากการดำเนินงานประจำในปี 2026 โดยยังคงลงทุนเพื่อสร้างความน่าสนใจให้กับแบรนด์ต่างๆ ของกลุ่ม
อีกประเด็นที่ต้องจับตาคือทิศทางของ Saint Laurent และ Alexander McQueen หลัง Anthony Vaccarello และ Seán McGirr ประกาศอำลาตำแหน่งครีเอทีฟไดเรกเตอร์ในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งอาจส่งผลต่อการพัฒนาสินค้า ภาพลักษณ์ และความต้องการของลูกค้าในระยะต่อไป รวมไปถึง Balenciaga หลังมีรายงานข่าวว่า Pierpaolo Piccioli อาจอำลาตำแหน่งครีเอทีฟไดเรกเตอร์ โดยมีชื่อของ Martine Rose ดีไซเนอร์ชาวอังกฤษเป็นหนึ่งในตัวเต็งที่จะเข้ามารับช่วงต่อ
ภาพ: Gucci
อ้างอิง:


