×

ก.ต. มีมติลงโทษ 3 ข้าราชการตุลาการไล่ออก-ให้ออก ฐานทุจริตต่อหน้าที่และประพฤติมิชอบ พร้อมงดโทษอดีตผู้พิพากษาเหตุพ้นวาระ

โดย THE STANDARD TEAM
20.05.2026
  • LOADING...
ป้ายศาลยุติธรรม

วานนี้ 19 พฤษภาคม ที่ ห้องประชุมราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ชั้น 3 อาคารศาลยุติธรรม ถนนราชดำเนินใน อดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ครั้งที่ 13/2569 โดยที่ประชุมได้มีการพิจารณาและมีมติในวาระสำคัญเกี่ยวกับการพิจารณารายงานผลการสอบสวนวินัยข้าราชการตุลาการที่ประพฤติมิชอบจำนวน 3 ราย

 

สำหรับมติที่ประชุมในกรณีแรก เป็นการพิจารณาผลการสอบสวนข้าราชการตุลาการ 1 ราย ในกรณีให้คำปรึกษาด้านคดีความแก่บุคคลอื่นซึ่งเป็นคู่ความในคดี อันเป็นการกระทำที่กระทบกระเทือนต่อการปฏิบัติหน้าที่ ทำให้เสียเกียรติศักดิ์แห่งตำแหน่งหน้าที่ราชการ และไม่ถือปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนประเพณีปฏิบัติของทางราชการ โดย ก.ต. มีมติว่าการกระทำดังกล่าวเป็น ความผิดวินัยไม่ร้ายแรง เห็นควรลงโทษงดเลื่อนตำแหน่งหรืองดเลื่อนเงินเดือนเป็นเวลา 3 ปี

 

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาได้พ้นจากตำแหน่งข้าราชการตุลาการไปแล้ว จึงเห็นสมควรให้ งดโทษ ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 มาตรา 75 วรรคสอง ทั้งนี้ มีรายงานเพิ่มเติมว่า ผู้พิพากษารายดังกล่าวเคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ และมีข้อพิพาทเรื่องการให้คำปรึกษาด้านการลงทุนจนถูกร้องเรียน เป็นเหตุให้ไม่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งขึ้นสู่ศาลฎีกา และไม่อนุญาตให้ต่ออายุเป็นผู้พิพากษาอาวุโสเมื่ออายุครบ 65 ปี

 

กรณีที่สอง ที่ประชุมได้พิจารณารายงานการสอบสวนข้าราชการตุลาการ 1 ราย กรณีถูกกล่าวหาว่าละทิ้งหน้าที่ราชการ โดยไม่มาปฏิบัติงานนอกเวลาราชการเพื่อพิจารณาออกหมายค้นและหมายจับ แต่กลับลงลายมือชื่อในบัญชีลงเวลาเพื่อรับเงินค่าตอบแทน อันเป็นการไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ทุจริตต่อหน้าที่ และขัดต่อระเบียบของทางราชการ ที่ประชุม ก.ต. จึงมีมติชี้มูลความผิดว่าเป็น ความผิดวินัยร้ายแรง และมีคำสั่งลงโทษ ให้ออกจากราชการ

 

โดยมีรายงานว่าในขณะเกิดเหตุ ผู้พิพากษารายนี้ดำรงตำแหน่งระดับหัวหน้าศาลจังหวัดบนเกาะแห่งหนึ่งในพื้นที่ภาคใต้ และได้แอบเดินทางออกนอกพื้นที่ในเรื่องส่วนตัวในระหว่างที่มีการเซ็นชื่อเข้าเวรปฏิบัติหน้าที่

 

และกรณีสุดท้าย เป็นการพิจารณารายงานผลการสอบสวนวินัยอดีตข้าราชการตุลาการ 1 ราย ซึ่งมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมอย่างร้ายแรง โดยเข้าไปมีส่วนร่วมเป็นผู้จัดหาทนายความให้แก่จำเลยในคดีของศาลแห่งหนึ่ง ตลอดจนมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการทำสัญญาปกป้องทรัพย์สินและการดำเนินคดี โดยมีการเรียกรับค่าดำเนินการจากผู้ร้องเรียน พฤติกรรมดังกล่าวถือเป็นการทำลายความน่าเชื่อถือ ทำให้ประชาชนทั่วไปเสื่อมศรัทธาต่อความบริสุทธิ์ยุติธรรมของสถาบันศาลยุติธรรม และก่อให้เกิดความเสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง

 

ที่ประชุม ก.ต. จึงมีมติเอกฉันท์ว่าเป็น ความผิดวินัยอย่างร้ายแรง และมีคำสั่งลงโทษขั้นเด็ดขาดให้ ไล่ออกจากราชการ โดยอดีตข้าราชการตุลาการรายนี้ เคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะในศาลชั้นต้นในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และถูกสั่งพักราชการมาเป็นเวลาหลายปีจนไม่ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นหัวหน้าศาลจังหวัด ก่อนที่ ก.ต. จะมีมติลงโทษไล่ออกในวันนี้

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising