×

สงครามทำพิษ เจาะลึกวิกฤต ‘ญี่ปุ่น’ ขาดแคลนถุงพลาสติก หลังร้านค้าขอลูกค้านำภาชนะมาเอง-งดขายบางเมนู

04.06.2026
  • LOADING...
ภาพถุงพลาสติกในร้านค้าแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นเผชิญวิกฤตขาดแคลนถุงพลาสติก หลังไม่สามารถนำเข้า ‘แนฟทา’ วัตถุดิบการผลิต เพราะสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางได้ โดยหลายร้านค้าเริ่มออกมาตรการชั่วคราว เช่น ให้สิทธิพิเศษกับลูกค้าที่พกถุงหรือภาชนะมาเอง รวมถึงงดจำหน่ายสินค้าที่ต้องใช้บรรจุภัณฑ์จำนวนมาก

 

 
 

เกิดอะไรขึ้นในญี่ปุ่น ทำไมถุงพลาสติกจึงขาดแคลน?

 

วันนี้ (4 มิถุนายน) The Guardian รายงานว่า ญี่ปุ่นกำลังเผชิญวิกฤตขาดแคลนถุงพลาสติกในภาคธุรกิจครั้งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านเบเกอรี่ หลังไม่สามารถนำเข้าแนฟทา เนื่องจากสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง

 

แนฟทาเป็นของเหลวผสมไวไฟสูงที่สกัดมาจากน้ำมัน ปกติมักใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตทั่วโลก เช่น หมึกพิมพ์ พลาสติก กาว และเวชภัณฑ์ อย่างไรก็ตาม การปิดช่องแคบฮอร์มุซทำให้เอเชียเผชิญความเปราะบางจากการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน เนื่องจากนำเข้าวัตถุดังกล่าวมากที่สุดจากตะวันออกกลาง โดยญี่ปุ่นเป็นชาติที่นำเข้าน้ำมันดิบถึง 90%

 

วิกฤตขาดแคลนแนฟทาได้รับความสนใจขึ้นมา เมื่อคาลบี้ (Calbee) ผู้ผลิตขนมขบเคี้ยวรายใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ประกาศในวันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมาว่า จะผลิตซองขนมรูปแบบใหม่เป็น ‘สีเทา’ หรือ ‘ขาว-ดำ’ ในผลิตภัณฑ์ 14 ชนิด โดยแจ้งว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดจากเหตุผลความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ เนื่องจากหมึกที่ใช้ผลิตถุงขนม ต้องพึ่งพาแนฟทาเป็นส่วนประกอบสำคัญ

 

นอกจากนี้ อัตราเงินเฟ้อค้าส่งของญี่ปุ่นพุ่งสูงขึ้นในรอบ 3 ปี โดยราคาของแนฟทาพุ่งขึ้นถึง 79.4% ในเดือนเมษายนอย่างรวดเร็ว ขณะที่สำนักข่าวเกียวโด (Kyodo News) เปิดเผยในเดือนพฤษภาคมว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมากกว่า 70% แสดงความกังวลถึงการขาดแคลนแนฟทา

 

ข้อมูลจากสมาคมอุตสาหกรรมปิโตรเคมีแห่งประเทศญี่ปุ่น (JPCA) ยังแสดงให้เห็นว่า การผลิตโพลีเอทิลีน (Polyethylene) ที่ใช้ผลิตถุงช้อปปิ้งและถุงขยะลดลงถึง 62% ในเดือนมีนาคม เมื่อเทียบกับปี 2025

 

ญี่ปุ่นรับมือวิกฤตขาดแคลนถุงพลาสติกอย่างไร

 

แม้ปกติ นโยบายการซื้อขายในญี่ปุ่น คือ การคิดค่าธรรมเนียมถุงพลาสติกตั้งแต่ปี 2020 แต่การใช้บรรจุภัณฑ์หรือพลาสติกยังแพร่หลายในกลุ่มประชาชนทั่วไป จนถูกเรียกว่าเป็นวัฒนธรรมการบริการของญี่ปุ่น

 

อย่างไรก็ตาม รายงานของ The Guardian และ Nikkei Asia ระบุว่า ร้านค้าหลายแห่งเริ่มออกมาตรการเข้มงวดในการใช้ถุงพลาสติก เช่น ซูเปอร์มาร์เก็ต ColekoVer ในชานเมืองคาวาซากิ ได้ออกนโยบายให้พนักงานหลีกเลี่ยงการใส่ผักและผลไม้ในถุงพลาสติกแยกชิ้น

 

ขณะที่ร้านเบเกอรี่ที่ชื่อ Le Main Qui Pense ติดป้ายหน้าร้านอธิบายว่า ร้านไม่มีถุงพลาสติกเก็บรักษาความสดใหม่ของบาแก็ต เพราะวิกฤตขาดแคลนสารแนฟทา ซึ่งมีสาเหตุมาจากสงครามในตะวันออกกลาง ส่วนร้านอาหารอย่าง Hinode Delica ในเมืองโคฟุ ออกนโยบายจูงใจ คือ การแถมเครื่องเคียงและท็อปปิ้งให้กับลูกค้าที่นำจานหรือภาชนะมาเอง

 

เช่นเดียวกับ Tabeena Foods Garage ร้านขายอาหารปรุงสำเร็จในเมืองซูชิ จังหวัดคานากาว่า ได้เสนอสิทธิพิเศษว่า หากลูกค้าคนใดนำภาชนะมาเอง จะเพิ่มคะแนนสะสมในบัตรสมาชิก

 

บางร้านอาหารอย่าง Hidakaya เครือร้านอาหารจีนชื่อดังในญี่ปุ่น ได้ระงับการขายเมนูบะหมี่บางรายการ เนื่องจากปัญหาขาดแคลนบรรจุภัณฑ์สำหรับสั่งกลับบ้าน ขณะที่บริษัทยังพยายามเปลี่ยนจากการใช้บรรจุภัณฑ์จากสีขาวเป็นสีดำ เพราะใช้วัสดุที่สกัดจากแนฟทาน้อยกว่า

 

รายงานของ Nikkei Asia ระบุว่า ต้นทุนผลิตภัณฑ์พลาสติกที่กำลังสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อผลกำไรของผู้ประกอบการร้านอาหารอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดย Zensho Holdings ผู้ดำเนินธุรกิจเครือร้านข้าวหน้าเนื้อ Sukiya ประเมินว่า ราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็น บรรจุภัณฑ์ ช้อน ถุงมือ และของใช้อื่นๆ จะส่งผลให้ต้นทุนรายปีเพิ่มขึ้นถึงหลายพันล้านเยน

 

รัฐบาลญี่ปุ่นทำอย่างไร

 

ในช่วงที่ผ่านมา ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ได้ออกแถลงการณ์หลายครั้งเพื่อยืนยันว่า ญี่ปุ่นกำลังจัดหาแหล่งน้ำมันทดแทน โดยปฏิเสธที่จะออกมาตรการเรียกร้องให้ประชาชนลดการบริโภค

 

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า การขาดแคลนแนฟทาส่งผลกระทบต่อการผลิตพลาสติกในอุตสาหกรรมญี่ปุ่น ทำให้ ฮิโรทากะ อิชิฮาระ รัฐมนตรีกระทรวงสิ่งแวดล้อมญี่ปุ่นต้องออกมาย้ำว่า ทางการได้จัดหาสิ่งของสำคัญอย่างถุงขยะแล้ว ขอให้ประชาชนอยู่ในความสงบและหลีกเลี่ยงการกักตุนสินค้า

 

ขณะที่สื่อของญี่ปุ่นยังรายงานว่า ญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับการขาดแคลนแนฟทาจนกระทบห่วงโซ่อุปทานในหลายภาคส่วน เช่น อุตสาหกรรมก่อสร้าง ธุรกิจบริการซักแห้ง การแปรรูปอาหาร และการผลิตสี

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อวานนี้ (3 มิถุนายน) ทาคาอิจิได้กล่าวในการประชุมระดับรัฐมนตรีว่า ญี่ปุ่นจะสามารถจัดหาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่สกัดจากสารแนฟทาได้อย่างต่อเนื่องไปจนถึงพ้นช่วงปีงบประมาณ 2026 ซึ่งจะสิ้นสุดลงในเดือนมีนาคมปี 2027 พร้อมเพิ่มอุปทานวัตถุดิบอย่างโทลูอีนให้เพิ่มขึ้น 1.8 เท่า เพื่อรับมือกับการจัดจำหน่ายสีและทินเนอร์

 

ในเดือนพฤษภาคม คะแนนความพึงพอใจต่อคณะรัฐมนตรีลดลง 2.5% แต่ยังถูกตีความว่า เป็นผลจากการสิ้นสุดช่วง ‘ฮันนีมูน’ ในทางการเมือง หลังทาคาอิจิชนะการเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์ในเดือนกุมภาพันธ์​ ไม่ใช่ผลกระทบจากวิกฤตตะวันออกกลาง หรือความไม่พอใจของประชาชนต่อการจัดการอุปทานแนฟทา

 

แฟ้มภาพ: Shadowspeeder / Shutterstock

 

อ้างอิง:

 

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising