Bain Capital บริษัทลงทุนสัญชาติอเมริกัน ตัดสินใจเข้าซื้อกิจการ Gong Cha เชนร้านชาไข่มุกสัญชาติไต้หวัน ด้วยมูลค่ากว่า 635 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.11 หมื่นล้านบาท) ตามรายงานของ Nikkei Asia
ประเด็นสำคัญ
ดีลดังกล่าวเป็นการซื้อหุ้นต่อจาก TA Associates บริษัทไพรเวทอิควิตี้สัญชาติอเมริกัน และผู้ถือหุ้นรายอื่น โดยทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายแล้ว และคาดว่าจะปิดดีลได้ภายในสิ้นปีนี้
แม้จะมีทั้งกองทุนและเชนร้านอาหารหลายรายยื่นข้อเสนอเข้าซื้อกิจการเช่นกัน แต่ Bain เป็นฝ่ายที่ได้สิทธิ์ซื้อก่อนรายอื่น (Right of First Refusal)
ลุยขยายสาขาญี่ปุ่น-เกาหลีใต้
Bain มีประสบการณ์การลงทุนในธุรกิจเชนร้านอาหารมาก่อน รวมถึง Domino’s Pizza Japan โดย Gong Cha วางแผนใช้ความเชี่ยวชาญและการตลาดดิจิทัลของ Bain มาต่อยอดการขยายเครือข่ายสาขาในญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นตลาดที่แบรนด์มีฐานลูกค้าแข็งแกร่งอยู่แล้ว พร้อมกับเร่งขยายสาขาในสหรัฐอเมริกาไปพร้อมกัน
สำหรับ Gong Cha ก่อตั้งขึ้นที่เมืองเกาสง ประเทศไต้หวัน เมื่อปี 2006 และได้รับความนิยมจากเมนูชาไข่มุก ปัจจุบันมีสาขากว่า 2,000 แห่ง ใน 30 ประเทศและเขตแดนทั่วโลก ครอบคลุมทั้งเอเชีย, สหรัฐฯ และยุโรป
ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา Gong Cha เปลี่ยนมือเจ้าของมาแล้วหลายครั้ง โดยในปี 2014 กองทุนไพรเวทอิควิตี้สัญชาติญี่ปุ่นอย่าง Unison Capital เข้าซื้อกิจการในส่วนของเกาหลีใต้ และเป็นหัวหอกในการขยายแบรนด์สู่ระดับโลก ก่อนที่ TA Associates จะเข้ามาถือหุ้นในปี 2019
รายได้โต 6% กำไรพุ่งเท่าตัว
ข้อมูลจากงบการเงินของ Gong Cha ระบุว่า ในปี 2024 กลุ่มบริษัทมีรายได้ 188.8 ล้านดอลลาร์ (ราว 6.27 พันล้านบาท) เพิ่มขึ้น 6% ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นเท่าตัว แตะ 23.7 ล้านดอลลาร์ (ราว 787 ล้านบาท)
เมื่อแยกตามประเทศ คาดว่าญี่ปุ่นจะก้าวขึ้นเป็นตลาดที่สร้างรายได้สูงสุดให้กับบริษัทในปีนี้
ด้านภาพรวมตลาดชาทั่วโลกยังมีพื้นที่ให้เติบโตอีกมาก โดยข้อมูลจากบริษัทวิจัยหลายแห่ง รวมถึง Global Information คาดการณ์ว่า มูลค่าตลาดชาทั่วโลกจะขยายตัวจาก 5.626 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 1.87 ล้านล้านบาท) ในปี 2025 ไปแตะ 7.378 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 2.45 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2030 หรือเติบโตราว 30%
หมายเหตุ : ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 33.19 บาท ณ วันที่ 5 สิงหาคม 2569
ภาพ : Nipath Piyaarayanan / Shutterstock
อ้างอิง:

