×

ญี่ปุ่น ประกาศใช้ ‘ระบบสองราคา’ นักท่องเที่ยวจ่ายแพงขึ้น 3 เท่า หวังลดความแออัด สกัดทัวร์ล้นเมือง

21.06.2026
  • LOADING...
นักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินเบียดเสียดกันในย่านกิออน เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น

ท่ามกลางกระแสการฟื้นตัวของท่องเที่ยวทั่วโลก แต่ ‘ญี่ปุ่น‘ กลับเจอโจทย์ใหญ่ระดับชาติ เมื่อเม็ดเงินมหาศาลจากต่างแดนต้องแลกมาด้วยความสงบสุขของชุมชนที่พังทลายลงจากภาวะนักท่องเที่ยวล้นเมือง นำมาสู่จุดเปลี่ยนทางธุรกิจ

 

ล่าสุดแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังหลายแห่ง เริ่มประกาศใช้นโยบาย ‘ระบบสองราคา’ (Dual Pricing) เพื่อสกัดกั้นความแออัดและหาทุนบำรุงรักษาสถานที่โบราณสถานควบคู่กันไป

 

โนริโกะ ยาซากิ ศาสตราจารย์จาก Tokyo Woman’s Christian University ในฐานะประธานคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญด้านระบบการจัดเก็บเงินแบบสองราคา ชี้ว่า กลยุทธ์การตั้งราคาคือหัวใจสำคัญในการบริหารจัดการสถานที่และบริการทางการท่องเที่ยว โดยคณะทำงานชุดนี้กำลังเร่งจัดทำแนวทางปฏิบัติ เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกันภายในสิ้นปีงบประมาณ 2026

 

หากวิเคราะห์ในเชิงตัวเลข เศรษฐกิจการท่องเที่ยวของญี่ปุ่นได้ก้าวขึ้นมาเป็นเสาหลักใหม่อย่างเต็มตัว โดยเฉพาะในปี 2025 ยอดใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติพุ่งกระฉูดถึง 16.4% จากปีก่อนหน้า คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 9.5 ล้านล้านเยน หรือราว 5.9 หมื่นล้านดอลลาร์

 

เม็ดเงินก้อนนี้มีมูลค่าสูงกว่ารายได้จากการส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อันเลื่องชื่อของญี่ปุ่นซึ่งอยู่ที่ 6.6 ล้านล้านเยน เสียอีก นั่นแปลว่า การท่องเที่ยวได้กลายเป็นเครื่องยนต์ปั๊มเงินตราต่างประเทศที่สำคัญที่สุดของญี่ปุ่นไปแล้ว

 

ทว่า เหรียญย่อมมีสองด้าน การท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น จึงต้องเร่งหาจุดสมดุลระหว่างการรักษาการเติบโตทางเศรษฐกิจ กับการปกป้องวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่นที่กำลังถูกคุกคามจากปัญหามลภาวะทางเสียง ขยะเกลื่อนเมือง จราจรติดขัด และการจอดรถผิดกฎหมาย ซึ่งการขึ้นค่าธรรมเนียมถือเป็นยาแรงที่ช่วยคัดกรองความหนาแน่น และนำรายได้ไปต่อยอดระบบรักษาความปลอดภัยรวมถึงการอนุรักษ์มรดกโลก

 

สมรภูมิการปรับราคาไม่ได้มุ่งเป้าไปที่สัญชาติ แต่แยบยลกว่านั้นด้วยการใช้เกณฑ์ที่อยู่อาศัย เพื่อหลีกเลี่ยงข้อครหาเรื่องการเลือกปฏิบัติ โดยเริ่มตั้งแต่ ปราสาทฮิเมจิ จังหวัดเฮียวโงะ นำร่องระบบสองราคามาใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา โดยผู้เข้าชมที่ไม่ได้อาศัยอยู่ในเมืองฮิเมจิ รวมถึงคนญี่ปุ่นจากจังหวัดอื่น ต้องควักกระเป๋าจ่ายถึง 2,500 เยน ซึ่งแพงกว่าเดิมถึง 2.5 เท่า ส่วนชาวเมืองยังจ่ายอัตราเดิมที่ 1,000 เยน

 

ผลปรากฏว่าในเดือนแรก รายได้พุ่งทะยานเท่าตัวสู่ 270 ล้านเยน แม้จะแลกมาด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง 15.8%

 

ตามด้วยเมืองเกียวโต เตรียมพิจารณาใช้ระบบแบบสองราคาในขนส่งสาธารณะ โดยให้สิทธิ์ฟรีกับคนท้องถิ่น ซึ่งจะเริ่มภายในปีงบประมาณ 2027 และคนนอกพื้นที่อาจต้องจ่ายแพงกว่าถึง 2 เท่า ซึ่งหากสำเร็จ จะถือเป็นครั้งแรกของญี่ปุ่นที่มีการใช้ระบบนี้กับระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่

 

รวมถึงเมืองคาโกชิมะ และ คิตะคิวชู เริ่มปรับขึ้นค่าธรรมเนียมในสถานที่สำคัญ เช่น สวนสัตว์ ปราสาทโคคุระ และพิพิธภัณฑ์ โดยให้ส่วนลดคนในพื้นที่ตั้งแต่ 100-500 เยน

 

ไม่เพียงแต่ท้องถิ่นเท่านั้น แม้กระทั่ง พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ ทั่วประเทศก็เตรียมขยับตัวตาม หลังจากกระทรวงการคลังเปิดเผยตัวเลขน่ากังวลว่า สถาบันของรัฐกว่า 70% ต้องพึ่งพาเงินอุดหนุนจากรัฐบาลเกินครึ่งหนึ่งของรายได้ทั้งหมด ซึ่งหากต้องการให้พิพิธภัณฑ์เหล่านี้อยู่รอดได้ด้วยตัวเอง อาจต้องเก็บค่าตั๋วจากนักท่องเที่ยวต่างชาติแพงขึ้นถึง 2-3 เท่า

 

ทั้งนี้ เทรนด์ Dual Pricing เริ่มเกิดขึ้นทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ ในฝรั่งเศส เริ่มปรับอัตราค่าเข้าชมสำหรับคนนอกพื้นที่ ตามด้วย อิตาลี พิจารณามาตรการจัดระเบียบและจัดเก็บค่าธรรมเนียมของน้ำพุเทรวี รวมถึงสหรัฐอเมริกา อุทยานแห่งชาติ 11 แห่ง ได้ปรับราคาให้นักท่องเที่ยวต่างชาติจ่ายแพงกว่า และสหราชอาณาจักร พิพิธภัณฑ์บริติช อยู่ระหว่างพิจารณาเก็บค่าเข้าชมจากต่างชาติ (จากเดิมที่เคยให้เข้าฟรี

 

เรียกได้ว่า ปรากฏการณ์ ‘สองราคา’ กำลังกลายเป็น New Normal ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโลก โดยบทเรียนจากญี่ปุ่นและชาติตะวันตกชี้ให้เห็นว่า ในยุคที่โลกไร้พรมแดน ของถูกและดีในภาคการท่องเที่ยวอาจไม่มีอยู่จริงอีกต่อไป และราคา ได้กลายเป็นเครื่องมือคัดกรองนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ เพื่อรักษาความยั่งยืนของสถานที่ท่องเที่ยวในระยะยาว

 

ภาพ:Mirko Kuzmanovic/shutterstock

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories