วันนี้ (24 เมษายน) อิตาลีกำลังเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว รัฐบาลอิตาลีจำเป็นต้องปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจเหลือเพียง 0.6% ในปีนี้และปีหน้า พร้อมกับเพิ่มเป้าหมายการขาดดุลงบประมาณ
ประเด็นสำคัญ
กระทรวงการคลังอิตาลีคาดการณ์ว่า สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP จะเพิ่มขึ้นจาก 137.1% ในปี 2025 มาอยู่ที่ 138.6% ในปี 2026
ส่วนแนวทางแก้ไขนั้น อิตาลีมีแผนที่จะระดมทุนโดยการขายสินทรัพย์ของรัฐมูลค่าเกือบ 1.9 หมื่นล้านยูโร หรือประมาณ 0.8% ของ GDP ภายในปี 2028 เพื่อช่วยควบคุมระดับหนี้ แม้ว่าองค์กรตรวจสอบบัญชีอิสระจะมองว่า แผนนี้อาจเป็นเพียงการ ‘จัดฉาก’ (Window Dressing) เพื่อให้ตัวเลขงบประมาณดูดีขึ้นชั่วคราวก็ตาม
โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และข้อมูลจากรัฐบาลระบุว่า อิตาลีจะแซงหน้ากรีซขึ้นเป็นประเทศที่มีหนี้สาธารณะต่อ GDP สูงที่สุดในกลุ่มยูโรโซนภายในปีนี้
ทำไมอิตาลีถึงเตรียมจ่อรั้งอันดับหนึ่งแทนที่กรีซ?
นักวิเคราะห์มองว่า สาเหตุหลักมาจากความแตกต่างอย่างชัดเจน (The Great Divergence) ระหว่างสถานการณ์เศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ ดังนี้
ปัจจัยฝั่งอิตาลี: การเติบโตที่อ่อนแอและภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้น
1. ผลกระทบจากภูมิรัฐศาสตร์และราคาพลังงาน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจของอิตาลีระบุว่า สถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน รวมถึงราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น เป็น ‘ปัจจัยภายนอก’ ที่ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเศรษฐกิจอิตาลี
2. เศรษฐกิจขยายตัวต่ำกว่าเป้าหมาย
แม้อิตาลีจะได้รับเงินทุนช่วยเหลือเพื่อฟื้นฟูจากผลกระทบของโควิด-19 จากสหภาพยุโรปเป็นจำนวนหลายพันล้านยูโร แต่เศรษฐกิจก็ยังคงซบเซา โดยมีแนวโน้มที่จะเติบโตต่ำกว่า 1% ติดต่อกันถึง 6 ปี ตั้งแต่ปี 2023-2028
3. การขาดดุลงบประมาณที่สูงขึ้น
ความอ่อนแอทางเศรษฐกิจทำให้ฐานะการคลังย่ำแย่ลง รัฐบาลต้องปรับเพิ่มเป้าหมายการขาดดุลงบประมาณในปีนี้ขึ้นเป็น 2.9% ของ GDP ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ดันให้หนี้สาธารณะพุ่งสูงขึ้นไปแตะระดับ 138.6% ในปี 2026
ปัจจัยฝั่งกรีซ: การฟื้นตัวและการลดหนี้อย่างก้าวกระโดด
1. สัดส่วนหนี้ลดลงอย่างรวดเร็ว
ในขณะที่หนี้ของอิตาลีกำลังเพิ่มขึ้น หนี้สาธารณะของกรีซกลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยคาดว่า จะลดลงจาก 145% ในปี 2025 เหลือเพียงประมาณ 137% ของ GDP ในปีนี้
2. การจัดการหนี้ที่มีประสิทธิภาพมากกว่า
นับตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นมา กรีซสามารถลดสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP ของตนเองลงได้มากกว่า 45 เปอร์เซ็นต์พอยต์ ซึ่งถือว่าทำได้ดีกว่าอิตาลีที่ลดหนี้ลงได้เพียง 17 เปอร์เซ็นต์พอยต์ในช่วงเวลาเดียวกัน
3. การชำระหนี้ก่อนกำหนด
กรีซกำลังฟื้นตัวจากวิกฤตการเงินในอดีต มีแผนที่จะนำเงินไปชำระคืนเงินกู้ยืมช่วยเหลือ (Bailout) ล่วงหน้าเป็นมูลค่าประมาณ 7 พันล้านยูโรในช่วงปลายปีนี้
ด้วยเหตุนี้ ภาระหนี้ที่พุ่งขึ้นจากวิกฤตเศรษฐกิจของอิตาลี ประกอบกับความสำเร็จของกรีซในการลดหนี้และจ่ายหนี้คืนก่อนกำหนด จึงทำให้อิตาลีกำลังจะกลายเป็นประเทศที่แบกรับหนี้สาธารณะสูงที่สุดในกลุ่มยูโรโซนแทนที่กรีซ
แฟ้มภาพ: Dzhulbee / Shutterstock
อ้างอิง:
- https://www.reuters.com/business/greece-be-overtaken-by-italy-euro-zones-most-indebted-country-2026-sources-say-2026-04-23/
- https://www.reuters.com/business/finance/italy-sees-revenue-state-asset-sales-worth-08-gdp-through-2028-2026-04-23/
- https://www.globalbankingandfinance.com/italy-cuts-growth-outlook-hikes-deficit-debt-iran-war-weighs/


