ผู้แทนรัฐบาลอิสราเอลและเลบานอน จัดการเจรจาที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ของสหรัฐฯ วานนี้ (14 เมษายน) โดยถือเป็นการเจรจาโดยตรงระหว่างทั้งสองประเทศครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1983
การเจรจาครั้งนี้ มีมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ในฐานะเจ้าภาพ เข้าร่วมด้วย โดยมีการหารือกันนานกว่า 2 ชั่วโมง ซึ่งเลบานอนยืนยันข้อเรียกร้องให้อิสราเอลยุติการโจมตี ที่คร่าชีวิตประชาชนไปแล้วมากกว่า 2,000 คน และทำให้ประชาชนกว่า 1.1 ล้านคนต้องพลัดถิ่น
ขณะที่อิสราเอลซึ่งยังคงเดินหน้าปฏิบัติการโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ปฏิเสธที่จะเจรจาเรื่องการหยุดยิงกับเลบานอน และกดดันให้รัฐบาลเบรุตปลดอาวุธกลุ่มฮิซบอลเลาะห์
อย่างไรก็ตาม Al Jazeera รายงานว่าทั้งสองฝ่ายต่างแสดงความคิดเห็นในเชิงบวกเกี่ยวกับการเจรจา
โดยนาดา ฮามาเดห์ โมอาวัด (Nada Hamadeh Moawad) เอกอัครราชทูตเลบานอนประจำสหรัฐฯ กล่าวว่าการเจรจาครั้งนี้เป็นไปอย่าง “สร้างสรรค์” ซึ่งเธอได้เรียกร้องให้มีการหยุดยิง การอนุญาตให้ผู้พลัดถิ่นกลับบ้าน และมาตรการบรรเทาวิกฤตด้านมนุษยธรรมในเลบานอน
ขณะที่ เยคิล ไลเตอร์ (Yechiel Leiter) เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำสหรัฐฯ เรียกการเจรจาครั้งนี้ว่า “การแลกเปลี่ยนที่ยอดเยี่ยม” โดยเน้นย้ำถึงประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน รวมถึงการผลักดันให้ขับไล่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ออกจากเลบานอน
“รัฐบาลเลบานอนได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า พวกเขาจะไม่ยอมให้ฮิซบอลเลาะห์ยึดครองอีกต่อไป อิหร่านอ่อนแอลง ฮิซบอลเลาะห์อ่อนแอลงอย่างมาก นี่คือโอกาส”
ด้านรูบิโอ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าความคืบหน้าในการเจรจานั้นต้องใช้เวลา
“เราเข้าใจว่าเรากำลังต่อสู้กับประวัติศาสตร์และความซับซ้อนที่สั่งสมมาหลายทศวรรษ” เขากล่าว
ทั้งนี้ ในระหว่างที่เริ่มต้นการเจรจา มีรายงานว่าทางกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ที่คัดค้านและไม่มีตัวแทนเข้าร่วมการเจรจาครั้งนี้ ได้เพิ่มการโจมตีไปยังตอนเหนือของอิสราเอล
ขณะที่ผู้สื่อข่าวของ Al Jazeera ในเลบานอน รายงานว่า ฝ่ายอิสราเอลยังคงทำการโจมตีอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอน
ภาพ : REUTERS/Kevin Lamarque
อ้างอิง:


