×

‘ฮอร์มุซต้องปิด-สหรัฐฯ ต้องออก’ แถลงการณ์แรกผู้นำสูงสุดอิหร่านคนใหม่พูดอะไรบ้าง

13.03.2026
  • LOADING...
ภาพประกอบแถลงการณ์ผู้นำสูงสุด อิหร่าน คนใหม่เกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซและ สหรัฐฯ

โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่านที่ก้าวขึ้นมาสืบทอดอำนาจต่อจากบิดาผู้ล่วงลับ ออกแถลงการณ์เมื่อวานนี้ (12 มีนาคม) ยืนยัน ‘จุดยืนที่แข็งกร้าว’ และประกาศจะตอบโต้อย่างรุนแรงต่อการโจมตีจากสหรัฐอเมริกา และอิสราเอล

 

นี่คือ 5 ประเด็นสำคัญจากแถลงการณ์แรกของผู้นำคนใหม่

 

1. สั่งเดินหน้าปิด ‘ช่องแคบฮอร์มุซ’

 

คาเมเนอีสั่งการให้กองทัพใช้มาตรการกดดันโดยการปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อไปอย่างเด็ดขาด ซึ่งช่องแคบนี้เป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลก โดยมีน้ำมันไหลผ่านถึงวันละประมาณ 21 ล้านบาร์เรล พร้อมเตือนว่าเรือที่แล่นผ่านมีความเสี่ยงที่จะถูกโจมตี

 

การขัดขวางไม่ให้เรือบรรทุกน้ำมันแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงการที่อิหร่านเปิดฉากโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในอ่าวเปอร์เซีย ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง

 

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลอิหร่านระบุว่า โลกควรเตรียมรับมือกับราคาน้ำมันที่ 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล พร้อมเตือนว่า เรือบรรทุกน้ำมันทุกลำที่มีจุดหมายปลายทางไปยังสหรัฐฯ อิสราเอล และพันธมิตร ถือเป็น ‘เป้าหมายที่ชอบธรรม’ ในการโจมตี

 

2. ยื่นคำขาดต่อประเทศเพื่อนบ้าน เสนอให้ ‘ปิดฐานทัพสหรัฐฯ’ ทันที

 

คาเมเนอีเรียกร้องให้ประเทศในตะวันออกกลางปิดฐานทัพและยุติความร่วมมือทางการทหารกับสหรัฐฯ โดยทันที พร้อมเตือนว่า อิหร่านจะดำเนินการโจมตีประเทศเพื่อนบ้านต่อไป หากไม่ยอมขับไล่กองกำลังสหรัฐฯ ออกนอกประเทศ โดยย้ำว่า การโจมตีของอิหร่านพุ่งเป้าไปที่ ‘ฐานทัพของศัตรู’ เท่านั้น และไม่ได้กล่าวขอโทษ ต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประเทศในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งต่างจากท่าทีของประธานาธิบดีอิหร่านก่อนหน้านี้

 

“ผมขอแนะนำให้พวกเขาปิดฐานทัพเหล่านั้นโดยเร็วที่สุด เพราะถึงตอนนี้พวกเขาคงตระหนักแล้วว่า คำกล่าวอ้างของอเมริกาเรื่องการสร้างความมั่นคงและสันติภาพนั้น เป็นเพียงคำโกหก”

 

3. ประกาศล้างแค้นและขู่เปิด ‘แนวรบใหม่’

 

ผู้นำอิหร่านคนใหม่ให้คำมั่นว่าจะล้างแค้นให้กับผู้เสียชีวิตทุกคน โดยเน้นย้ำว่า ตัวเขาเองจะอ่อนไหวเป็นพิเศษต่อกรณีการโจมตีที่ส่งผลให้เด็กและทารกเสียชีวิต เช่น เหตุการณ์โจมตีโรงเรียนประถมหญิง Shajare Tayyeba ในเมืองมินาบ (Minab) ทางตอนใต้ของอิหร่าน มีผู้เสียชีวิตราว 175 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็ก

 

นอกจากนี้ เขายังระบุว่า อิหร่านกำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการ ‘เปิดแนวรบอื่นๆ’ ในจุดที่ศัตรูมีความเปราะบางและไม่มีประสบการณ์

 

4. แรงขับเคลื่อนจากความสูญเสียส่วนตัว

 

แถลงการณ์แรกของโมจตาบา คาเมเนอี ได้กล่าวถึงความสูญเสียส่วนตัวของเขา จากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล โดยเขาสูญเสียทั้ง อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุด ผู้ซึ่งเป็นพ่อของเขา รวมถึงสูญเสียภรรยา น้องสาว ลูกวัยทารก และพี่หรือน้องเขย ผู้เชี่ยวชาญมองว่าสิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า เขามองการต่อสู้ครั้งนี้เป็นเรื่องส่วนตัวควบคู่ไปกับอุดมการณ์ระดับชาติ

 

5. ยกย่องเครือข่ายพันธมิตร

 

คาเมเนอี ได้แสดงความขอบคุณอย่างเป็นทางการต่อกองกำลังทหารของอิหร่าน รวมถึงกลุ่มตัวแทน (Proxy Groups) ในระดับภูมิภาค ซึ่งประกอบด้วย กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน กองกำลังฮูตีในเยเมน และกลุ่มกองกำลังต่อต้านในอิรัก โดยเขายกย่องกลุ่มเหล่านี้ที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลืออิหร่าน ท่ามกลางความยากลำบากและอุปสรรคมากมาย แม้จะมีรายงานระบุว่าจนถึงขณะนี้ กลุ่มฮูตียังคงรักษาท่าทีและไม่ได้เข้าร่วมในความขัดแย้งครั้งนี้โดยตรงแต่อย่างใด

 

ในขณะเดียวกัน เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลก็ได้ออกมาตอบโต้ด้วยการส่งสัญญาณข่มขู่ต่อความปลอดภัยของผู้นำสูงสุดอิหร่านคนใหม่เช่นกัน ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างหนัก

 

อย่างไรก็ตาม โมจตาบา คาเมเนอี ยังไม่ได้ปรากฏตัวต่อสาธารณชนหรือพูดผ่านวิดีโอด้วยตนเอง โดยมีรายงานว่าอาจเป็นเพราะความกังวลด้านความปลอดภัย หรือเขาอาจจะได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีในช่วงแรกของสงคราม

 

แฟ้มภาพ: Amir Kholousi / ISNA / WANA (West Asia News Agency) via Reuters

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising