×

การลงทุนในโลกยุค VUCA เมื่อธีมเศรษฐกิจเปลี่ยน โลกการลงทุนกำลังเหวี่ยงเข้าสู่ ‘หุ้นเชิงรับ’ ที่มีปัจจัยเฉพาะตัว

14.07.2021
  • LOADING...
การลงทุน

อาจกล่าวได้ว่าการลงทุนในยุคปัจจุบันยากที่สุดยุคหนึ่ง เพราะเป็นยุคที่เศรษฐกิจโลกและไทยอยู่ในภาวะ VUCA อันได้แก่ Volatility หรือความผันผวน Uncertainty หรือความไม่แน่นอน Complexity หรือความซับซ้อน และ Ambiguity หรือความคลุมเครือ ทำให้คาดเดายาก โดยมีปัจจัยบวกและลบเข้ามาเผชิญ ในระดับโลกก็กำลังเผชิญกับเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวไม่เท่ากับประเทศที่ได้รับวัคซีนก่อน จนความเสี่ยงเงินเฟ้อเริ่มเพิ่มขึ้น และความเสี่ยงนโยบายที่ตึงตัวขึ้น 

 

ขณะที่ประเทศกำลังพัฒนาโดยเฉพาะตลาดเกิดใหม่ในเอเชียก็ได้รับวัคซีนล่าช้า ทำให้เศรษฐกิจยังคงชะลอตัวและต้องเผชิญกับการระบาดของโรคโควิดสายพันธุ์เดลตาที่แพร่กระจายได้รวดเร็ว แข็งแรง และดื้อต่อวัคซีนดีกว่าสายพันธุ์อื่นๆ ทำให้ต้องประกาศล็อกดาวน์เศรษฐกิจ 

 

หากพิจารณาปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น ภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะระหว่างสองมหาอำนาจโลก ได้แก่ สหรัฐฯ และจีน อาจกล่าวได้ว่ามีความร้อนแรงมากขึ้นเช่นกัน เห็นได้จากการประชุมกลุ่ม G7 และ NATO ในช่วงที่ผ่านมา ที่สหรัฐฯ และชาติพันธมิตรกดดันจีนอย่างยิ่ง โดยเฉพาะพฤติกรรมที่ไม่เป็นธรรมและขัดกับสิทธิมนุษยชน ขณะที่จีนก็ประกาศกร้าวในการประชุมพรรคคอมมิวนิสต์ว่าไม่กลัวต่อชาติใดที่เข้ามารังแก 

 

นอกจากนั้นประเด็นด้านความเสี่ยงเชิงนโยบายก็สำคัญเช่นกัน โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเทคโนโลยีของจีน เช่น Ant financial, Muituan และล่าสุดคือ Didi ที่ถูกทางการสอบสวนและไม่อนุญาตให้หาลูกค้าใหม่ หลังจากที่ไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ

 

ในฝั่งของไทย ความเสี่ยงเศรษฐกิจมีเพิ่มขึ้นหลังจากที่สถานการณ์โควิดในประเทศไทยเข้าสู่การระบาดรอบที่สี่ จำนวนผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตที่มากขึ้น ทำให้ทางการต้องกลับมาประกาศมาตรการกึ่งล็อกดาวน์อีกครั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และอีกหลายจังหวัดเป็นเวลาอย่างน้อย 14 วัน ทำให้กระทบต่อเศรษฐกิจ รวมถึงแนวโน้มการทำกำไรของบริษัทจดทะเบียนอย่างปฏิเสธไม่ได้

 

อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจและการลงทุนทั้งในระดับโลกและไทย ปัจจุบันยังได้รับปัจจัยบวกจากสภาพคล่องที่อยู่ในระดับสูงมาก ทำให้ราคาสินทรัพย์เสี่ยงต่างๆ ยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ แม้เศรษฐกิจอาจจะยังมีความเสี่ยงมากขึ้น ดังนั้น หากลดทอนการลงทุนออกจากสินทรัพย์เสี่ยงก็อาจพลาดโอกาสได้ 

 

ในมุมมองของฝ่ายวิจัยการลงทุน บล.ไทยพาณิชย์ มองว่า ภาพรวมของเศรษฐกิจมหภาคกำลังจะเปลี่ยนไป หลังการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกเร็วกว่าคาดในช่วงที่ผ่านมา นำโดย สหรัฐฯ และจีน โดยคาดว่าอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และจีนในไตรมาสที่ 3/64 จะเริ่มชะลอตัวลง รวมถึงนโยบายเศรษฐกิจทั้งด้านการเงินและการคลังจะเริ่มตึงตัวขึ้น เช่น การชะลอการอัดฉีดสภาพคล่อง และการปรับขึ้นภาษีของสหรัฐฯ เป็นต้น ซึ่งเป็นนโยบายที่ตรงข้ามกับในช่วงปี 2563 ด้านกลุ่มประเทศในยุโรปถือว่าเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวได้ดี โดยข้อมูลกิจกรรมทางเศรษฐกิจหลายๆ ตัวกำลังฟื้นตัวไปที่ระดับใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดวิกฤตโควิด ซึ่งถือว่ามีส่วนสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2564 

 

อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนายังคงฟื้นตัวช้า เนื่องจากอัตราการได้รับวัคซีนยังคงต่ำ ทำให้ไม่สามารถควบคุมการระบาดของโควิดได้ รวมถึง กำลังเผชิญกับความเสี่ยงการระบาดของโควิดสายพันธุ์ใหม่  

 

ปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งที่ต้องจับตาในช่วงไตรมาสที่ 3/64 นอกเหนือจากการระบาดรอบใหม่ของโควิดแล้วคือ อัตราเงินเฟ้อ ซึ่งมีการปรับตัวขึ้นแรงในไตรมาสที่ 2/64 เรามองว่าน่าจะเป็นเหตุการณ์ชั่วคราว และจะเริ่มชะลอตัวลงในครึ่งหลังของปี 2564 ดังนั้นหากอัตราเงินเฟ้อไม่มีสัญญาณชะลอตัวตามคาด จะกลับกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่จะกดดันบรรยากาศการลงทุน เนื่องจากจะทำให้ตลาดมีความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะต้องมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้น

 

ในส่วนของเศรษฐกิจไทย เรามองว่าการระบาดระลอกใหม่ของโควิดส่งผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างมากในช่วงไตรมาสที่ 2 ต่อเนื่องไตรมาสที่ 3 โดยเราเผชิญความเสี่ยงทั้งจากวัคซีนที่ไม่เพียงพอ ทรัพยากรทางการแพทย์ที่ถูกใช้เต็มศักยภาพ และการระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่ควบคุมยาก ซึ่งจะกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ 

 

อย่างไรก็ตาม เรามองว่าวัฏจักรตลาดหุ้นไทยกำลังจะเปลี่ยนผ่านจากที่ถูกขับเคลื่อนด้วยความหวัง (Hope Phase) เข้าสู่ช่วงเวลาที่ถูกขับเคลื่อนด้วยการเติบโต (Growth Phase) ซึ่งเชื่อมโยงกับการเติบโตของกำไรตามปัจจัยพื้นฐานมากกว่าการปรับเพิ่ม Valuation โดยประเมินระดับเหมาะสมของ SET Index สำหรับปี 2565 อิงกับปัจจัยพื้นฐานอยู่ที่ 1,600 จุด แนะนำกลยุทธ์การลงทุนให้เปลี่ยนกลุ่มลงทุน จากกลุ่มหุ้นวัฏจักรเป็นกลุ่มหุ้นเชิงรับที่มีปัจจัยพื้นฐานเฉพาะตัวเป็นแรงขับเคลื่อนกำไร มี Valuation ที่สมเหตุสมผล และพึ่งพาแรงส่งทางเศรษฐกิจมหภาคน้อยมาก เช่น กลุ่มโรงไฟฟ้า กลุ่มโรงพยาบาล และกลุ่มโรงพิมพ์ เป็นต้น โดยจุดเข้าซื้อสำคัญอยู่ที่ 1,500-1,550 จุด

 

การลงทุนเปลี่ยนธีมแล้ว นักลงทุนควรพิจารณาปรับกลยุทธ์อย่างระมัดระวัง

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories