×

INTUCH คาดเห็น ‘สตาร์ทอัพ’ ในพอร์ตเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ในอีก 1-2 ปี ส่วนแผนธุรกิจใหม่ร่วมกับ GULF ยังต้องรอความชัดเจน

10.08.2021
INTUCH

จากงานบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุนของ บมจ.อินทัช โฮลดิ้งส์ (INTUCH) ในวันนี้ (10 สิงหาคม) บริษัทได้อัปเดตเกี่ยวกับพอร์ตลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพของบริษัท โดย อุมาวรรณ ส่องศิริ ผู้จัดการ ส่วนงานบริหารการลงทุน และการลงทุนสัมพันธ์ INTUCH เปิดเผยว่า มูลค่าพอร์ตของ InVent ซึ่งเป็น Venture Capital ของ INTUCH มีมูลค่าพอร์ตลงทุนเติบโตขึ้นจาก 1,330 ล้านบาทเมื่อปีก่อน เป็น 1,441 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

 

การเพิ่มขึ้นของมูลค่าลงทุนของ InVent หนุนจากการลงทุนเพิ่ม 1 บริษัท คือ บริษัท Conicle ซึ่งทำธุรกิจเทคโนโลยีด้านการศึกษา (EdTech) นอกจากนี้มูลค่าที่เพิ่มขึ้นยังเกิดจากมูลค่าของบริษัท Igloo ซึ่งทำธุรกิจด้านประกัน (InsurTech) ในสิงคโปร์

 

“เดิมที 26 บริษัทที่เราลงทุนกระจายในหลายกลุ่ม แต่จะเน้นด้าน Digital Media และ Enterprise แต่หลังจากนี้เราจะเน้นด้าน EdTech และ HealthTech มากขึ้น เพราะมองว่าสองกลุ่มนี้มีศักยภาพจะเติบโตดี ที่ผ่านมาเราเห็นบริษัทในพอร์ตอย่าง Doctor A to Z ซึ่งให้บริการ Telemedicine ซึ่งมีฐานลูกค้าขยายเพิ่มขึ้นมาก โดยเฉพาะในช่วงโควิดที่ผ่านมา” 

 

นอกจากนี้ หนึ่งในบริษัทที่ InVent เข้าไปลงทุนและเติบโตได้ดีคือ Ninja Van ซึ่งเป็นผู้ให้บริการอีคอมเมิร์ซ ปัจจุบันมูลค่าของ Ninja Van เติบโตจนใกล้จะถึงระดับยูนิคอร์น (1 พันล้านดอลลาร์) 

 

“ปัจจุบันสตาร์ทอัพในพอร์ตของ InVent มีอยู่ 1 ธุรกิจที่มีโอกาสเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งธุรกิจนี้ยังเติบโตอย่างต่อเนื่องและมีผลกำไร ล่าสุดบริษัทอยู่ระหว่างพูดคุยกับที่ปรึกษาทางการเงิน และอาจจะใช้เวลาอีก 1-2 ปี” 

 

สำหรับงบลงทุนของ InVent จะมาจากกระแสเงินสดของ INTUCH ซึ่งปัจจุบันมีเงินสดในมือ 2 พันล้านบาท ในส่วนนี้จะมองหาโอกาสอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปีนี้บริษัทจะลงทุนเพิ่มอีก 2-3 บริษัท เป็นธุรกิจ EdTech และ HealthTech 

 

ขณะที่ธุรกิจหลักของ INTUCH ซึ่งมีรายได้และกำไรจากสองบริษัทย่อยที่สำคัญคือ ADVANC และ THCOM ในส่วนนี้ ทมยันตี คงพูลศิลป์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานบริหารการลงทุนและการลงทุนสัมพันธ์ INTUCH คาดว่า แนวโน้มผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลังคาดว่าอาจปรับตัวลดลงตามส่วนแบ่งผลกำไรจากบริษัทย่อย 

 

ล่าสุด ADVANC ได้ปรับลดเป้าหมายรายได้ปีนี้ลงบ้างเล็กน้อย เนื่องจากผลกระทบจากสถานการร์แพร่ระบาดของโควิด แต่กำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) คาดว่าจะรักษาระดับเดิมได้ เพราะจะเน้นด้านประสิทธิภาพและลดค่าใช้จ่ายต่างๆ ลง ซึ่งต้องรอติดตามดูว่าผลที่ออกมาจะเป็นอย่างไร

 

ส่วนประเด็นการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการถือหุ้นของ INTUCH โดยมี บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ล่าสุดทาง GULF ยังไม่ได้เปิดเผยหรือพูดคุยกับ INTUCH ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือเห็น Synergy ทางธุรกิจใดๆ 


READ MORE






Latest Stories