วิกฤตไฟป่าที่โหมกระหน่ำในหลายพื้นที่ของอินโดนีเซีย โดยเฉพาะแถบเกาะชวา สุมาตราและกาลิมันตัน ทำให้เกิดหมอกควันพิษข้ามแดน ปกคลุมอินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ พร้อมดันให้ค่ามลพิษสูงกว่าเกณฑ์องค์การอนามัยโลก (WHO) 15 เท่า ส่งผลกระทบด้านสุขภาพ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับโรคระบบทางเดินหายใจ ในอินโดนีเซียพบผู้ป่วยแล้วกว่า 50,000 คน ในจำนวนนี้เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบเกิน 12,000 คน รวมถึงส่งผลกระทบต่อปัญหาเรื่องตาและคอในประเทศข้างเคียง
ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า สาเหตุสำคัญมาจาก การทำลายป่า-พื้นที่พรุ เพื่ออุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันและไม้จำหน่ายตั้งแต่ยุคซูฮาร์โต โดยบริษัทใหญ่เลือกใช้วิธีเผา เพราะต้นทุนต่ำ โดยมีปรากฏการณ์ Super El Niño เป็นปัจจัยเร่งสำคัญที่ทำให้ความแห้งแล้งและวิกฤตไฟป่ายิ่งรุนแรง จนเสี่ยงสูญเสียพื้นที่ป่าสูงสุดถึง 11 ล้านเฮกตาร์ (ราว 68 ล้านไร่) ทั้งยังเสี่ยงเกิด ‘ระเบิดคาร์บอน’ (Carbon Bomb) เนื่องจากป่าพรุอินโดนีเซียซึ่งเป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอนขนาดใหญ่ เมื่อถูกระบายน้ำออกหรือถูกเผา จะปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจำนวนมหาศาลสู่ชั้นบรรยากาศทันที






อ้างอิง:


