Menu
220208

ไขข้อสงสัย การสระผมบ่อยๆ จะยิ่งทำให้ผมมันเยิ้มจริงไหม แล้วสระกี่ครั้งต่อสัปดาห์จึงจะเหมาะสมที่สุด

12.03.2019
  • LOADING...
  • Loading...
how-often-should-wash-hair

HIGHLIGHTS

3 Mins. Read
  • การที่หนังศีรษะมันเหนอะหนะก็เหมือนกับความมันบนใบหน้า ในผิวหนังของเรามีต่อมผลิตน้ำมันธรรมชาติที่เรียกว่า ‘ซีบัม’ (Sebum) ซึ่งซีบัมจะเป็นสิ่งที่ช่วยปกป้องผิวของเราจากความแห้ง ทำให้ผมชุ่มชื้น ไม่แห้งเสีย ผู้เชี่ยวชาญทางด้านหนังศีรษะมีความเชื่อว่าน้ำมันธรรมชาตินี้สามารถจับ ‘DHT’ ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำให้เกิดผมร่วงได้ ดังนั้นการสระผมบ่อยเกินไปจะทำให้สูญเสียน้ำมันนี้ไป ซึ่งถือเป็นการทำลายเส้นผม
  • “เมืองนอกกับประเทศไทยมีภูมิอากาศไม่เหมือนกัน อากาศประเทศไทยร้อนและมีความชื้นสูง ดังนั้นทำให้ตัวและหนังศีรษะเหนอะหนะได้ง่าย หากสุขภาพผิวและหนังศีรษะของคนปกติทั่วไปสระผมสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง หรือเป็นประจำทุกวัน วันละ 1 ครั้ง ก็สามารถทำได้” กล่าวโดย นายแพทย์ชเนษฐ์ ศรีสุโข แพทย์ปริญญาโทด้านผิวหนัง

เมื่อนึกถึงการดูแลหนังศีรษะและเส้นผมให้มีสุขภาพดี นอกเหนือจากการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและเหมาะกับหนังศีรษะของเราแล้ว หนุ่มๆ เคยนึกหรือไม่ว่าเรื่องเล็กๆ อย่างความถี่ในการสระผมก็มีผลกับสุขภาพของหนังศีรษะได้เช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทยที่มีสภาพอากาศร้อนชื้น การสระผมทุกวันคงดูเป็นเรื่องปกติ แต่ในความเป็นจริงแล้วการสระผมทุกวันอาจทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ตรงกันข้าม เพราะเรามักคิดว่าการสระผมคือการกำจัดความมันออกจากหนังศีรษะ แต่การที่เราสระผมบ่อยๆ นั้นจะยิ่งทำให้หนังศีรษะผลิตน้ำมันมากขึ้นกว่าเดิม! แล้วถ้าเป็นอย่างนั้นเราต้องสระผมบ่อยแค่ไหนล่ะจึงจะดีที่สุด

 

ทำไมเราจึงไม่ควรสระผมทุกวัน

การที่หนังศีรษะมันเหนอะหนะก็เหมือนกับความมันบนใบหน้า ในผิวหนังของเรามีต่อมที่ผลิตน้ำมันธรรมชาติที่เรียกว่า ‘ซีบัม’ (Sebum) ซึ่งซีบัมจะเป็นสิ่งที่ช่วยปกป้องผิวของเราจากความแห้ง ทำให้ผมชุ่มชื้น ไม่แห้งเสีย ผู้เชี่ยวชาญทางด้านหนังศีรษะมีความเชื่อว่าน้ำมันธรรมชาตินี้สามารถจับ ‘DHT’ ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำให้เกิดผมร่วงได้ ดังนั้นการสระผมบ่อยเกินไปอย่างการสระทุกวันหรือวันละหลายครั้งจะทำให้สูญเสียน้ำมันนี้ไป ถือเป็นการทำลายเส้นผม ทำให้ผมแห้งเสียมากกว่าเดิม ยิ่งถ้าเป็นคนที่ทำสีผมด้วยแล้วจะยิ่งทำให้สีลอกซีด แถมแชมพูหลายตัวยังมีส่วนผสมของสารเคมีอย่างรุนแรง เช่น สารซัลเฟตที่ทำให้เกิดฟอง นอกจากนี้เมื่อสระผมเสร็จแล้ว คุณจะยังต้องใช้ความร้อนอย่างไดร์เป่าผมอีก และนั่นก็ยิ่งทำให้ผมเสียได้เช่นเดียวกัน

 

“เมืองนอกกับประเทศไทยมีภูมิอากาศไม่เหมือนกัน อากาศประเทศไทยร้อนและมีความชื้นสูง ดังนั้นทำให้ตัวและหนังศีรษะเหนอะหนะได้ง่าย หากสุขภาพผิวและหนังศีรษะของคนปกติทั่วไปสระผมสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง หรือเป็นประจำทุกวัน วันละ 1 ครั้ง ก็สามารถทำได้ครับ ผมเคยไปดูงานที่ประเทศญี่ปุ่น ช่วงที่ไปผมร่วงทุกวัน เพราะอากาศหนาวและแห้งมาก หากสระทุกวันจะทำให้ผมร่วงมากยิ่งขึ้น จะมีคนญี่ปุ่นเป็นโรคศีรษะล้าน ผมร่วงทั้งหัว ไม่เหลือเส้นผมเลยเยอะ ทั้งจากกรรมพันธุ์และภูมิอากาศนั่นเอง” กล่าวโดย นายแพทย์ชเนษฐ์ ศรีสุโข แพทย์ปริญญาโทด้านผิวหนัง

 

how-often-should-wash-hair

ความร้อนจากไดร์เป่าผมยิ่งทำให้ผมเสียได้เช่นเดียวกัน

 

แล้วเราควรสระผมเมื่อไรล่ะ

ถึงแม้การสระผมบ่อยๆ จะไม่ดี แต่การสระผมน้อยเกินไปก็ไม่ส่งผลดีเช่นเดียวกัน เพราะจะทำให้น้ำมันบนหนังศีรษะสร้างตัวมากเกินไป ทำให้เกิดรังแค หรือถ้าร้ายแรงมากๆ ก็อาจทำให้ผมร่วงได้ ดังนั้นแล้วตามกฎทั่วไป ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่แนะนำให้สระผมทุกๆ 2-3 วัน และแน่นอนว่าขึ้นอยู่กับปัจจัยเหล่านี้ของแต่ละคนด้วย

 

1. ประเภทผิวหนัง

ถ้าสภาพผิวหนังและเส้นผมของคุณไม่ได้มันมากและไม่ได้แห้งมาก คุณอาจสระผมแค่ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ก็พอ แต่ถ้าหนังศีรษะของคุณมันเยิ้มได้ง่ายก็อาจจะต้องสระบ่อยกว่านั้น

 

2. ลักษณะเส้นผม

ลักษณะเส้นผมมีผลกับการทำงานของซีบัมที่ช่วยผลิตน้ำมันและกระจายตัวไปตั้งแต่รากผมจนถึงปลายผม แต่ละคนก็มีลักษณะเส้นผมที่แตกต่างกันไป ซึ่งเส้นผมของคุณจะเป็นตัวบอกว่าเมื่อไรที่คุณควรจะสระผมกันแน่ เช่น ผมที่มีลักษณะแห้งหยิก หรือผมที่ผ่านการทำสี ซีบัมจะแพร่กระจายน้ำมันได้ช้า ดังนั้นถ้าคุณมีลักษณะเส้นผมแบบนี้ก็ไม่จำเป็นต้องสระบ่อย อาจสระประมาณ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ก็พอ ส่วนเส้นผมที่มีลักษณะตรงหนาหรือสีเข้ม ผมแบบนี้จะมีโอกาสมันเยิ้มได้เร็วกว่า และควรต้องสระบ่อยกว่าปกติ อาจจะประมาณ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์หรือมากกว่านั้น แต่สำหรับชาวเอเชียผมสีเข้มแบบเรา ส่วนใหญ่จะมีหนังศีรษะที่ผลิตน้ำมันได้มาก ดังนั้นอาจต้องดูแลมากกว่าปกติ

 

 how-often-should-wash-hair

ลักษณะของเส้นผมก็ส่งผลต่อความมัน

 

3. การใช้ชีวิตและการจัดแต่งทรงผม

อีกหนึ่งปัจจัยที่ควรต้องนึกถึงก็คือลักษณะไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน ถ้าหากว่าคุณออกกำลังกายแล้วเหงื่อออกมากๆ หรือต้องทำงานในสถานที่ที่เต็มไปด้วยมลภาวะก็มีผลต่อการสระผมเช่นกัน รวมถึงวิธีการจัดแต่งทรงผมและการดูแลเส้นผมของคุณด้วย ถ้าหากใช้อุปกรณ์ในการตกแต่งผมมากไป หรือเส้นผมถูกทำร้ายด้วยสารเคมีต่างๆ คุณอาจต้องสระผมมากขึ้น ส่วนคนผมยาว ถ้ามีสารเคมีติดบนศีรษะนานๆ ก็ทำให้ระคายเคืองได้มากกว่าคนผมสั้น

 

บางครั้งการใช้น้ำเปล่าสระผมอาจจะดีกว่า

อย่างที่บอกว่าการสระผมขึ้นอยู่กับความรู้สึกเหนอะหนะและความสกปรกของผม จำนวน 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ถือว่าดีที่สุดกับการสระผมด้วยแชมพู สำหรับวันอื่นๆ นั้น ถ้าต้องการความรู้สึกสดชื่นกับกลิ่นดีๆ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้สระด้วยน้ำเปล่า หากผมไม่ได้ดูเหนียวหรือทำให้รู้สึกแย่ก็ยังไม่จำเป็นต้องสระ สามารถเก็บไว้ก่อนได้ แต่ถ้าคุณรู้สึกแหยงกับผมตัวเองก็โอเคถ้าจะล้างด้วยน้ำเปล่า เว้นเสียแต่ว่าคุณกลับมาจากการออกกำลังกายจนเส้นผมมันเยิ้ม การล้างด้วยน้ำเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ  

 

สิ่งที่อยากให้สังเกตนอกเหนือจากความมันของหนังศีรษะนั้น นายแพทย์ชเนษฐ์แนะนำว่าคุณควรสังเกตอาการผมร่วงร่วมด้วย

 

“ถ้าระหว่างสระมีผมร่วงหลักหน่วยหรือหลักสิบอาจเป็นปกติ เพราะผมมีการหลุดร่วงทุกวัน แต่ถ้าร่วงมากขึ้นเยอะก็ควรพบแพทย์ เพราะแพทย์จะมีการตรวจผมที่เรียกว่า Hair Pull Test โดยใช้มือกำเส้นผมและกระตุกเบาๆ เพื่อดูว่าร่วงเกิน 10% ของจำนวนผมที่กำหรือไม่ สมมติว่ากำกระจุก 100 เส้นโดยประมาณแล้วกระตุกเบาๆ ปรากฏว่าผมหลุดร่วงเกิน 10 เส้น ก็แสดงว่าผมร่วงมากผิดปกติ ต้องรักษาและควรลดความถี่ของการสระผม”  

 

ภาพประกอบ: Pichamon W. 

ภาพ: Shutterstock

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

อ้างอิง:

  • LOADING...
  • Loading...

READ MORE

FOLLOW US