×

‘เฮทล์ลีด’ เตรียมเข้าเทรดตลาด mai กลางธันวาคมนี้ ชูจุดแกร่งร้านขายยาค้าปลีกรายแรกในตลาดหุ้นไทย มั่นใจคงคอนเซปต์หุ้นเติบโตสูงต่อเนื่อง 5 ปี

18.11.2021
  • LOADING...
HL

บมจ.เฮลท์ลีด หรือ HL นำเสนอข้อมูลแก่นักลงทุน หรือ โรดโชว์ บนแพลตฟอร์มออนไลน์วันนี้ (18 พฤศจิกายน) และได้รับการตอบรับจากนักลงทุนเป็นอย่างดี โดย HL คาดว่าจะสามารถเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ mai ได้ในช่วงกลางเดือนธันวาคมนี้ ขณะที่ผู้บริหารและผู้ถือหุ้นใหญ่ยืนยันไม่คิดขายหุ้นหลังเข้าตลาด 

 

ทั้งนี้ HL ดำเนินธุรกิจโดยการลงทุนในบริษัทอื่น (Holding Company) ปัจจุบันลงทุนในธุรกิจร้านขายยา จำหน่ายยา เวชภัณฑ์ เวชสำอาง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อุปกรณ์การแพทย์ และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพต่างๆ และธุรกิจคิดค้น และพัฒนาร่วมกับทีมวิจัยภายนอก รวมทั้งว่าจ้างผู้ผลิต เพื่อจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเพื่อสุขภาพ เช่น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อ ผลิตภัณฑ์สลายกลิ่น และผลิตภัณฑ์หน้ากาก เป็นต้น

 

โดย HL มีแผนจะระดมทุนโดยเสนอขายหุ้นสามัญให้กับประชาชนทั่วไป (IPO) จำนวน 72 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (Par) 0.50 บาท คิดเป็น 26.47% ของจำนวนหุ้นที่ออก และเรียกชำระแล้วทั้งหมด 

 

สมภพ กีระสุนทรพงษ์ กรรมการผู้อำนวยการ บล.ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า การโรดโชว์ครั้งนี้ เพื่อให้กับนักลงทุนเข้าใจถึงภาพรวมธุรกิจและแผนการดำเนินงานในอนาคต รวมทั้งให้เห็นถึงศักยภาพการเติบโต ภายหลังจากการระดมทุนและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai โดยคาดว่าจะสามารถระดมทุนและเข้าจดทะเบียนได้ในช่วงกลางเดือนธันวาคม 2564

 

โดย HL เป็นธุรกิจร้านขายยาค้าปลีกในรูปแบบ Chain Store รายแรกเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ภายใต้แบรนด์ที่ได้รับความนิยมสูงทั้ง 4 แบรนด์หลัก ประกอบด้วย iCare, Pharmax, vitaminclub, Super Drug ซึ่งช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มได้ ขณะที่มีจำนวนสินค้ากว่า 10,000 รายการ และมีจำนวนสาขา 25 แห่งในทำเลชุมชน ซึ่งแต่ละสาขาสามารถสร้างรายได้และกำไรเติบโตต่อเนื่อง รวมทั้งการมีทีมผู้บริหารเป็นเภสัชกร พร้อมด้วยประสบการณ์ตรงในธุรกิจร้านขายยานานกว่า 28 ปี ทำให้มีความสัมพันธ์ที่ดีกับคู่ค้าทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งจะสนับสนุนการเติบโตได้อย่างยั่งยืน

 

“จุดแกร่งคือ HL การมีต้นทุนค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ค่อนข้างคงที่ ในขณะที่การขยายสาขาจะทำให้รายได้เพิ่มขึ้น ส่วนความสามารถในการทำกำไรมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นในอัตราที่มากกว่ารายได้ จึงเชื่อว่าในช่วง 5 ปีจากนี้ HL จะเป็นหุ้นที่มีการเติบโตสูง หรือ Growth Stock ได้” สมภพ กล่าว

 

ภก.ธัชพล ชลวัฒนสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร HL กล่าวว่า วัตถุประสงค์ในการระดมทุนในครั้งนี้ บริษัทจะนำเงินไปขยายสาขาและปรับปรุงสาขา รวมถึงใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน โดยได้ตั้งเป้าหมายที่จะขยายสาขาปีละ 4-5 แห่ง ซึ่งจะเน้นในทำเลที่เป็นแหล่งชุมชนและที่อยู่อาศัย โดยแต่ละแบรนด์ก็เจาะกลุ่มลูกค้าที่ต่างกัน ทำให้ปัจจุบันบริษัทมีฐานลูกค้าครอบคลุมทุกระดับ และการมีเภสัชกรประจำอยู่ตลอดเวลา ทำให้เป็นจุดเด่นที่แตกต่างจากร้านขายยาในปัจจุบัน 

 

“การขยายสาขาถือเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญในการผลักดันรายได้ของ HL และยังมีธุรกิจนวัตกรรมเป็นธุรกิจแห่งอนาคต ที่จะต่อยอดการเติบโต จึงเชื่อว่ายังมีโอกาสขยายธุรกิจได้อีกมาก เนื่องจากเทรนด์การดูแลสุขภาพที่กำลังมาแรง และเป็นสิ่งจำเป็นหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด ทำให้คนหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพมากขึ้น รวมทั้งการที่สังคมไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย ยิ่งเป็นอีกแรงกระตุ้นให้ธุรกิจยา ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์อาหารเสริม และเครื่องสำอาง ตลอดจนอุปกรณ์ทางการแพทย์ จะเติบโตได้ดี” ธัชพล กล่าว

 

ปัจจุบันมูลค่ารวมของตลาดยาอยู่ที่ประมาณ 35,000 ล้านบาท ขณะที่ยอดขายในปี 2563 ของ HL อยู่ที่ประมาณ 1,000 ล้านบาท  

 

ทางด้าน ภก. ศุภกร พันธุกานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ HL กล่าวเสริมในฐานะผู้บริหารและผู้ถือหุ้นใหญ่ว่า ทางกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ HL มีเจตนาที่จะสร้างการเติบโตและเพิ่มมูลค่าให้กับองค์กรผ่านการขยายธุรกิจ ดังนั้นประเด็นข้อกังวลเกี่ยวกับผู้บริหารหรือกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่จะขายหุ้นในวันเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์หรือภายหลังจากเข้าตลาดไปแล้ว จึงไม่ใช่ประเด็นน่ากังวลสำหรับนักลงทุนที่ลงทุนใน HL 

 

ทั้งนี้สัดส่วนผู้ถือหุ้นรายใหญ่ประกอบด้วย 

  1. กลุ่มพันธุ์กานนท์ ถือหุ้น 98% หลัง IPO ถือหุ้น 72.05% 
  2. ภก.ร.อ. ธัชพล ชลวัฒนสกุลถ ถือหุ้น 2% หลัง IPO ถือหุ้น 1.47%

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

X
Close Advertising