×

เจ้าพ่อแห่ง AI เปิดใจ BBC ยอมรับ ‘เสียใจ’ ในสิ่งที่สร้าง เตือนทั่วโลกเร่งวิจัยความปลอดภัย ก่อน AI ฉลาดเกินมนุษย์จะควบคุม

24.01.2026
ภาพ เจฟฟรีย์ ฮินตัน เจ้าพ่อ AI ที่เปิดใจถึงความเสียใจและเตือนภัยจากปัญญาประดิษฐ์

ความรู้สึกเสียใจลึกๆ เป็นสิ่งที่ เจฟฟรีย์ ฮินตัน (Geoffrey Hinton) นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ (Computer Scientist) เจ้าของฉายา ‘Godfather of AI’ (เจ้าพ่อแห่งปัญญาประดิษฐ์) ยอมรับอย่างตรงไปตรงมา เมื่อกล่าวถึงเทคโนโลยีที่เขาอุทิศทั้งชีวิตสร้างขึ้นมากับมือ

 

ในบทสัมภาษณ์ล่าสุดกับ BBC Newsnight ที่เผยแพร่เมื่อวันอังคาร (20 ม.ค.) ที่ผ่านมา ฮินตันเปิดใจว่า เขารู้สึกโศกเศร้าอย่างยิ่งที่นวัตกรรมที่เขาทุ่มเทพัฒนานั้น บัดนี้กลับกลายเป็นสิ่งที่มีความอันตรายสูง และที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ สังคมโลกยังไม่ตระหนักถึงความเสี่ยงเหล่านี้อย่างจริงจังเพียงพอ

 

ฮินตัน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกโครงข่ายประสาทเทียมที่เป็นรากฐานสำคัญของ AI ในปัจจุบัน ได้กลายมาเป็นหนึ่งในเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ทรงพลังที่สุด เขาเตือนว่ามนุษยชาติกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ ที่นักวิจัยกำลังเข้าใกล้การสร้างเครื่องจักรที่ ‘ฉลาดกว่ามนุษย์’

 

“เราไม่เคยตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน สถานการณ์ที่เราสามารถสร้างสิ่งที่ฉลาดล้ำยิ่งกว่าตัวเราเองได้” ฮินตันกล่าว พร้อมชี้ให้เห็นว่า ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากเชื่อว่า AI จะก้าวข้ามขีดความสามารถทางสติปัญญาของมนุษย์ภายใน 20 ปีข้างหน้า และในความเป็นจริง หลายด้านก็ได้ถูกแซงหน้าไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

ความท้าทายใหญ่หลวงจะเกิดขึ้นเมื่อจุดนั้นมาถึง เพราะการควบคุมระบบอัจฉริยะเหล่านี้อาจทำได้ยากกว่าที่ประเมินไว้มาก ฮินตันเตือนว่า “แนวคิดที่ว่าเราจะสามารถแค่กดปิดสวิตช์ระบบได้ทันทีนั้น อาจใช้ไม่ได้ผลในทางปฏิบัติ” เพราะปัญญาประดิษฐ์ที่มีความซับซ้อนสูงอาจเรียนรู้วิธี ‘โน้มน้าว’ มนุษย์ไม่ให้ปิดการทำงานของระบบ

 

ความกังวลนี้สอดคล้องกับบทสัมภาษณ์เพิ่มเติมในรายการ State of the Union ของ CNN ที่ฮินตันขยายความถึงความสามารถในการใช้เหตุผลและการหลอกลวงของ AI ว่าพัฒนาไปไกลกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยเขาระบุว่า “หากระบบประเมินว่ามนุษย์พยายามจะกำจัดทิ้ง ปัญญาประดิษฐ์ก็อาจวางแผนหลอกลวงเพื่อป้องกันไม่ให้ถูกปิดการทำงาน”

 

ฮินตันชี้ว่า ความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดที่มนุษยชาติจะทำได้ในขณะนี้ คือการละเลยการลงทุนวิจัยเพื่อหาหนทางอยู่ร่วมกับระบบอัจฉริยะเหล่านี้

 

“หากเราสร้างสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาโดยที่พวกเขามีความฉลาดล้ำ แต่กลับไม่มีความใส่ใจในมนุษย์ ก็มีความเป็นไปได้ที่ระบบเหล่านี้อาจจะ ‘ทำลายล้าง’ พวกเรา” ฮินตันกล่าวเตือนถึงความเสี่ยงในกรณีเลวร้ายที่สุด หากเป้าหมายของ AI ไม่สอดคล้องกับความอยู่รอดของมนุษย์

 

อย่างไรก็ตาม ฮินตันมองว่าหายนะไม่ใช่เรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ อนาคตยังขึ้นอยู่กับว่าเราจะออกแบบและกำกับดูแลระบบเหล่านี้อย่างไร แต่อุปสรรคสำคัญคือบรรยากาศความร่วมมือระดับโลกที่ลดลง และการเมืองแบบอำนาจนิยมที่กำลังเฟื่องฟู ซึ่งเขาเปรียบเทียบว่า ความจำเป็นในการกำกับดูแล AI นั้นมีความสำคัญเร่งด่วนไม่แพ้ข้อตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยอาวุธเคมีและนิวเคลียร์

 

แม้จะมีความกังวลมหาศาล แต่ฮินตันยืนยันว่าเขาจะไม่ย้อนกลับไปแก้ไขอดีต “เทคโนโลยีนี้คงจะถูกพัฒนาขึ้นมาอยู่ดีต่อให้ไม่มีผม ผมเชื่อว่าการตัดสินใจของผมในตอนนั้น ตั้งอยู่บนพื้นฐานความรู้ที่ดีที่สุดที่มี” เขายังคงมีความหวังในศักยภาพของ AI ที่จะช่วยปฏิรูปการศึกษาและการแพทย์ โดยเฉพาะระบบติวเตอร์อัจฉริยะและความก้าวหน้าในการวินิจฉัยโรค

 

นอกจากความเสี่ยงเชิงโครงสร้างแล้ว ผลกระทบทางเศรษฐกิจก็เป็นสิ่งที่น่ากังวลไม่แพ้กัน เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2568 Business Insider รายงานว่า ฮินตันได้คาดการณ์ว่า AI จะมีความสามารถในการเข้ามาแทนที่ตำแหน่งงานจำนวนมากในปี 2026

 

“เราจะเห็นพัฒนาการที่ก้าวกระโดด ปัจจุบันเทคโนโลยีนี้มีความสามารถสูงมาก สามารถทดแทนงานในศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าได้แล้ว และกำลังขยายไปสู่งานด้านอื่นๆ อีกมาก”

 

ฮินตันเตือนว่าความก้าวหน้านี้กำลังทำให้ ‘งานออฟฟิศ’ ตกอยู่ในความเสี่ยง จากเดิมที่ AI ช่วยเขียนโค้ดได้เพียงระดับนาที ปัจจุบันสามารถจัดการโปรเจกต์ระดับชั่วโมงได้ และในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ระบบจะสามารถทำโครงการวิศวกรรมซอฟต์แวร์ที่ซับซ้อนซึ่งต้องใช้เวลาเป็นเดือนได้สำเร็จ ซึ่งถึงเวลานั้น ความต้องการแรงงานมนุษย์ในภาคส่วนนี้จะลดน้อยลงอย่างมาก

 

เขาเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้กับการปฏิวัติอุตสาหกรรมที่ทำให้แรงกายของมนุษย์ลดความสำคัญลง แต่ครั้งนี้ ปัญญาประดิษฐ์กำลังจะเข้ามาลดบทบาทของ ‘สติปัญญาของมนุษย์’ ในตลาดแรงงาน

 

“เราอยู่ในจุดที่สำคัญมากของหน้าประวัติศาสตร์ ที่เรากำลังจะสร้างสิ่งที่ฉลาดกว่ามนุษย์ในอีกไม่ช้า แต่เรากลับยังไม่ได้เริ่มทำวิจัยอย่างจริงจังเลยว่า เราจะอยู่ร่วมกับสิ่งเหล่านี้อย่างสันติได้อย่างไร มันจำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องเริ่มทำวิจัยเรื่องนี้ทันที” ฮินตันกล่าวทิ้งท้าย

ภาพ: J Studios / Getty Images

 

อ้างอิง:


READ MORE






Latest Stories