แม้พายุเศรษฐกิจชะลอตัวจะซัดกระหน่ำจนกำลังซื้อผู้บริโภคลดฮวบ ส่งแรงสะเทือนไปทั่วทุกวงการจนแทบเอาไม่อยู่ ไม่เว้นกระทั่งสมรภูมิเสียงเพลง
ประเด็นสำคัญ
ทว่าเมื่อส่องลึกลงไปในภาพรวมของค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ระดับตำนานอย่าง GMM MUSIC และ RS กลับพบว่าธุรกิจเพลงและมหกรรมโชว์บิซยังคงเป็นฟันเฟืองสำคัญที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนรายได้ขององค์กร
GMM MUSIC กำไรพุ่ง 29% บริหารศิลปิน ดิจิทัล-โชว์บิซ หนุนแกร่ง
เริ่มต้นที่ฝั่งของ บริษัท จีเอ็มเอ็ม มิวสิค จำกัด (มหาชน) ได้รายงานผลการดำเนินงานครึ่งแรกของปี 2569 ด้วยตัวเลขที่สะท้อนความแข็งแกร่งของธุรกิจหลักในเครือ โดยทำรายได้รวมไปถึง 2,161.2 ล้านบาท เติบโตขึ้น 12.2%
เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า พร้อมกันนี้ยังมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 281 ล้านบาท พุ่งขึ้นถึง 29 % ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิขยับขึ้นมาอยู่ที่ 13.0% จากเดิม 11.3% ตอกย้ำความแข็งแกร่งท่ามกลางภาวะที่อุตสาหกรรมเผชิญความท้าทายหนัก
เบื้องหลังการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ GMM MUSIC มาจากการขยายตัวของเสาหลักทางธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจบริหารศิลปินที่สามารถทำรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 730.8 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 17.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นรายได้จากงานแสดงที่เติบโต 18.4% และรายได้จากงานพรีเซนเตอร์รวมถึงงาน Tailormade ที่เพิ่มขึ้น 17.4% ชี้ให้เห็นถึงมูลค่าทางการตลาดและความสามารถในการสร้างเม็ดเงินของศิลปินในสังกัด
ขณะเดียวกัน กลุ่มธุรกิจดิจิทัลก็ถือเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญ ด้วยรายได้ 533.3 ล้านบาท ขยายตัว 15.2% ซึ่งนับว่าเติบโตสูงกว่าอัตราการเติบโตของรายได้รวมบริษัท ทั้งนี้เป็นผลมาจากการประสานพลังร่วมกับพันธมิตรแพลตฟอร์มระดับโลก ทั้ง YouTube, Spotify, TikTok และ Meta ตลอดจนการพัฒนาเทคโนโลยีเฉพาะทางเพื่อบริหารจัดการคลังเพลงเก่า และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับพันธมิตรอย่างใกล้ชิด
โดยเมื่อจำแนกเป็นรายแพลตฟอร์ม พบว่า TikTok มีอัตราการเติบโตโดดเด่นที่สุดถึง 82.9% ตามมาด้วย Spotify ที่เพิ่มขึ้น 29.5% ส่วน YouTube ในฐานะแพลตฟอร์มหลักที่สร้างรายได้สูงสุดให้กับกลุ่มดิจิทัล ยังคงรักษาระดับการเติบโตต่อเนื่องที่ 6.4%
GMM SHOW โชว์ฟอร์มแกร่ง แม้ไม่ใช่ช่วงพีคของปี
นอกจากนี้ ธุรกิจบริหารลิขสิทธิ์ยังทำรายได้รวมเข้ามาอีก 156.1 ล้านบาท เติบโต 12.3% ซึ่งเมื่อนำรายได้ส่วนนี้มารวมกับกลุ่มธุรกิจดิจิทัล จะคิดเป็นสัดส่วนราว 1 ใน 3 ของรายได้รวมทั้งหมด กลายเป็นฐานรายได้ประจำที่มีความมั่นคง ช่วยลดทอนความผันผวนของผลประกอบการ และสะท้อนขีดความสามารถของโมเดลธุรกิจในการสร้างรายได้ในระยะยาว
สำหรับกลุ่มธุรกิจโชว์บิซ โดยปกติของธุรกิจ ครึ่งปีแรกจะมีการจัดงานคอนเสิร์ตและมิวสิกเฟสติวัลน้อยกว่าช่วงครึ่งปีหลัง ทว่าหน่วยงาน GMM SHOW ภายใต้สังกัด กลับยังสามารถกวาดรายได้ไปถึง 496.3 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 8 จากปัจจัยหนุนด้านจำนวนผู้ซื้อบัตรที่เพิ่มขึ้น การเปิดตัวแบรนด์เทศกาลดนตรีใหม่ๆ และการขยายพื้นที่จัดงานไปยังทำเลใหม่
ส่งผลให้มีผู้เข้าชมงานตลอดครึ่งปีแรกรวมกันถึง 272,462 คน คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยทบต้น (CAGR) ของผู้ชมตลอดทั้งปีที่ 20.6% โดยหลายงานบัตรถูกจำหน่ายหมดลงอย่างรวดเร็ว และกระแสการจำหน่ายบัตรแบบ Sold Out ยังคงส่งโมเมนตัมต่อเนื่องไปยังงานในครึ่งปีหลัง ซึ่งคาดว่าจะเป็นแรงส่งเสริมให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งตลอดช่วงที่เหลือของปี
RS ไตรมาส 2 ส่งสัญญาณบวก ขาดทุนลดลง ได้เพลง-โชว์บิซพยุงผลงาน
ขยับมาดูผลการดำเนินงานของ บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) หรือ RS โดยภาพรวมครึ่งแรกของปี 2569 บริษัทมีรายได้รวมจากการขายและการให้บริการอยู่ที่ 679.7 ล้านบาท แม้ว่าในภาพใหญ่ผลการดำเนินงานจะยังคงได้รับแรงกดดันจากกำลังซื้อที่ชะลอตัวตามสภาวะเศรษฐกิจ รวมถึงการรับรู้ค่าตัดจำหน่ายสัมปทานสื่อ จนส่งผลให้มีตัวเลขขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่รวม 453.2 ล้านบาท
อย่างไรก็ดี หากพิจารณาพัฒนาการของการฟื้นตัวแบบรายไตรมาส จะเห็นทิศทางที่เป็นบวกในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 โดยบริษัทสามารถลดผลขาดทุนสุทธิลงได้ถึง 29.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรก (QoQ) ซึ่งหากย้อนดูตัวเลขรายไตรมาส จะพบว่าในไตรมาสที่ 1 ปี 2569 มีรายได้รวม 333.4 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิ 288.1 ล้านบาท ก่อนที่ในไตรมาสที่ 2 รายได้รวมจะขยับขึ้นมาอยู่ที่ 347.8 ล้านบาท พร้อมทั้งสามารถกดตัวเลขขาดทุนสุทธิลงมาเหลือ 187 6 ล้านบาท
ธุรกิจเพลงฟื้นแรง รับอานิสงส์อีเวนต์ใหญ่
ปัจจัยสำคัญที่เข้ามาพลิกฟื้นและส่งสัญญาณบวกในระยะสั้น มาจากกลุ่มธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนต์ (ซึ่งรวมรายได้จากธุรกิจเพลงและช่อง 8) โดยมีธุรกิจเพลงเป็นดาวเด่นที่มีอัตราการฟื้นตัวแบบไตรมาสต่อไตรมาสอย่างโดดเด่น
แม้ในแง่ภาพรวมรายปียังคงต้องเจอความท้าทายอยู่ก็ตาม ซึ่งตลอดครึ่งแรกของปี 2569 ธุรกิจเพลงสามารถกวาดรายได้รวมไปได้ 77.1 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนสำคัญมาจากการรุกจัดกิจกรรมออนกราวด์ขนาดใหญ่ นำโดยเทศกาลดนตรี “Cool Summer Fest 2026” ในช่วงฤดูร้อน ซึ่งดึงดูดเม็ดเงินจากฝั่งโชว์บิซและรายได้จากสปอนเซอร์เข้ามาเสริมสภาพคล่องได้อย่างชัดเจน
ทั้งนี้ หากเจาะลึกเฉพาะรายได้ของธุรกิจเพลงในแต่ละไตรมาส จะเห็นภาพการฟื้นตัวอย่างชัดเจน โดยในไตรมาสแรกทำรายได้อยู่ที่ 31.1 ล้านบาท (คิดเป็น 23.4% ของรายได้กลุ่มธุรกิจบันเทิง) ก่อนจะเร่งตัวขึ้นอย่างก้าวกระโดดในไตรมาสที่ 2 สู่ระดับ 46.0 ล้านบาท ขยับสัดส่วนขึ้นเป็น 28.6% ของรายได้กลุ่มธุรกิจบันเทิง และมีสัดส่วนคิดเป็น 13.2% ของรายได้รวมทั้งบริษัท ตอกย้ำให้เห็นว่าธุรกิจเพลงยังคงเป็นเครื่องยนต์สำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนองค์กรต่อไป
ภาพ: Lana Sham / Shutterstock

