×

ทำไม ‘จีน’ จึงเป็นไพ่ใบสำคัญของ GC? ถอดรหัส ‘allnex China Hub’ ในวันที่โลกปิโตรเคมีเปลี่ยน

02.10.2026
  • LOADING...
ภาพประกอบ allnex China Hub ผสมผสานโลโก้และภาพโรงงาน

HIGHLIGHTS

  • THE STANDARD WEALTH เดินทางไปยัง เจียซิง ไม่ไกลจากเซียงไฮ้ ประเทศจีน เพื่อชม ‘allnex China Hub’ อีกธุรกิจเรือธง GC
  • GC ปรับพอร์ตสู่เคมีภัณฑ์มูลค่าสูง ลดสัดส่วน Commodity จาก 80% เหลือ 70% ภายในปี 2573 ดัน allnex เป็นเครื่องยนต์การเติบโตใหม่
  • GC ยกระดับจีนสู่ฐานเทคโนโลยีและนวัตกรรม จากตลาดขนาดใหญ่สู่ฐานพัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชัน รองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
  • จุดแข็ง allnex พัฒนาสินค้าด้วย ‘China Speed’ ผสานความเข้าใจลูกค้าในประเทศกับเทคโนโลยีระดับโลก เพื่อขยับจากผู้ขายวัตถุดิบสู่พันธมิตรเทคโนโลยี
  • GC เชื่อมจีน-ไทย สู่เครือข่ายเคมีภัณฑ์มูลค่าสูง ถ่ายทอดองค์ความรู้ allnex สู่โรงงานระยอง พร้อมต่อยอดฐานการผลิต รับดีมานด์โลก

‘ผลิตให้มาก’ ไม่ใช่สูตรชนะในโลกปิโตรเคมีอีกต่อไป เกมจึงต้องเปลี่ยน

 

จากการแข่งขันด้านกำลังการผลิตและต้นทุน สู่การสร้าง เทคโนโลยี นวัตกรรม และมูลค่าเพิ่ม กำลังเป็นทิศทางที่ GC วางหมากใหม่ ผ่านการปรับพอร์ตจาก Commodity Chemicals สู่ Specialty Chemicals

 

 

หนึ่งใน Growth Engine สำคัญคือ allnex ธุรกิจ Specialty Chemicals ที่ GC ถือหุ้น 100% เชี่ยวชาญด้าน Coating Resins และ Additives ซึ่งใช้ในอุตสาหกรรมหลากหลายทั่วโลก

 

อีกเป้าหมายคือเพิ่มสัดส่วน EBITDA จาก allnex จากราว 15-20% เป็น 30% ใน 4-5 ปี

 

ภาพประกอบ allnex China Hub ผสมผสานโลโก้และภาพโรงงาน 1

 

THE STANDARD WEALTH พาไปดูเบื้องหลัง allnex ถึงประเทศจีน ชม R&D และฐานการผลิตที่ เมืองเจียซิง ไม่ไกลจากนครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งมีฐาน R&D เป็นตลาด Industrial Coating Resins

 

จีนถือเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของโลก เป็นตลาดสำคัญของอุตสาหกรรมเคมีและปิโตรเคมีโลก มีขนาดเศรษฐกิจและฐานผู้บริโภคขนาดใหญ่ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย สะท้อนต่อการเติบโตธุรกิจ Specialty Chemicals

 

ประกอบกับ ปัจจุบันจีนมีประชากรราว 1.4 พันล้านคน เศรษฐกิจใหญ่อันดับ 2 ของโลก มี GDP ราว 19.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 17% ของ GDP โลก และในปี 2025 เศรษฐกิจจีนขยายตัวราว 5%

 

จาก Commodity สู่ Specialty กลยุทธ์ที่เน้น ‘คุณภาพ’ และสีเขียว

 

นอกจากความเคลื่อนไหวในประเทศ บิ๊กดีลร่วมทุน SCGC จะเห็นว่า วันนี้ GC กำลังปรับพอร์ตธุรกิจจากเดิมที่มีสัดส่วน Commodity ราว 80% และ Specialty 20% ไปสู่เป้าหมายประมาณ 70% และ 30% ภายในปี 2573

 

ด้วยแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปีของจีนให้ความสำคัญกับคุณภาพ เทคโนโลยี ความมั่นคงทางอุตสาหกรรม รวมถึงการเติบโตสีเขียวและการลดคาร์บอน ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนโอกาสของธุรกิจ Specialty Chemicals และ

 

โดยมี allnex เป็นหนึ่งใน Growth Engine สำคัญ

 

การเขย่าพอร์ตครั้งนี้ไม่ได้หมายถึงการทิ้งธุรกิจ Commodity แต่เป็นการเพิ่ม ‘น้ำหนัก’ ไปยังธุรกิจที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและ Margin ได้มากขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

GC จ่อขึ้นแท่นผู้ถือหุ้นใหญ่ บิ๊กดีลร่วมทุน SCGC ปิโตรเคมี 6 หมื่นล้านบาท ลุ้นเคาะโครงสร้าง ต.ค. 69 หลังเลื่อนจากไทม์ไลน์เดิม ก.ย. GC จ่อขึ้นแท่นผู้ถือหุ้นใหญ่ บิ๊กดีลร่วมทุน SCGC ปิโตรเคมี 6 หมื่นล้านบาท ลุ้นเคาะโครงสร้าง ต.ค. 69 หลังเลื่อนจากไทม์ไลน์เดิม ก.ย.
1 ต.ค. 2569 | 11:41
โลกหนีฟอสซิล! ‘GC’ พลิกโอกาสเปิดโรงงาน NatureWorks ผลิต PLA ครบวงจรแห่งใหม่ จ.นครสวรรค์ ดันไทยขึ้นแท่นฮับไบโอพลาสติกเอเชีย โลกหนีฟอสซิล! ‘GC’ พลิกโอกาสเปิดโรงงาน NatureWorks ผลิต PLA ครบวงจรแห่งใหม่ จ.นครสวรรค์ ดันไทยขึ้นแท่นฮับไบโอพลาสติกเอเชีย
19 พ.ค. 2569 | 20:34
จับตาดีล 2 ยักษ์ PTTGC-SCGC ร่วมทุนปิโตรเคมี มูลค่า 6 หมื่นล้านบาท คาดปลายเดือน ก.ย. นี้ มีความชัดเจน ดันกำลังผลิตขึ้น Top 10 โลก จับตาดีล 2 ยักษ์ PTTGC-SCGC ร่วมทุนปิโตรเคมี มูลค่า 6 หมื่นล้านบาท คาดปลายเดือน ก.ย. นี้ มีความชัดเจน ดันกำลังผลิตขึ้น Top 10 โลก
11 ส.ค. 2569 | 16:45

 

ภาพประกอบ allnex China Hub ผสมผสานโลโก้และภาพโรงงาน 2

 

ณรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ GC กล่าวระหว่างการเยี่ยมชมศูนย์ R&D ของ allnex ว่า การเติบโตของ GC ในระยะต่อไป

 

‘ต้องมองไปไกลกว่ายอดขาย’

 

โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพของ Portfolio, Margin และความสามารถในการสร้างกำไร

 

“ประเทศจีนในวันนี้ไม่ใช่เพียงตลาดขนาดใหญ่ แต่กำลังเป็นหนึ่งในเมืองแห่งเทคโนโลยี นวัตกรรม อุตสาหกรรมในอนาคต ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของ allnex ที่มุ่งเติบโตจาก Specialty Chemicals และ high-value applications ซึ่งต้องอาศัยเทคโนโลยีและความเข้าใจลูกค้าในระดับสูง”

 

allnex จึงถูกวางให้เป็นหนึ่งใน ‘เครื่องยนต์’ สำคัญของการเปลี่ยนผ่าน โดยที่ผ่านมา

 

  • รายได้ของ allnex ในปีก่อนอยู่ที่ประมาณ 7.6 หมื่นล้านบาท
  • ปีนี้คาดว่าจะเติบโตขึ้นจากทั้งปริมาณขายและ Margin ที่ดีขึ้น
  • โดยในช่วงครึ่งแรกของปี ปริมาณขายเติบโต 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

 

หัวใจของการเติบโตในธุรกิจ Specialty จึงอยู่ที่การเดินหน้า 2 เครื่องยนต์ไปพร้อมกัน คือ Innovation และ Cost

 

เพราะ ผลิตภัณฑ์ Specialty จะสร้าง Margin ได้สูงกว่า

 

ณรงค์ศักดิ์ จึงมองว่า เมื่อผลิตภัณฑ์เข้าสู่ตลาดมากขึ้น การแข่งขันก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย การมี Innovation Pipeline อย่างต่อเนื่องจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาความสามารถในการทำกำไร

 

allnex China Hub ไม่ใช่แค่โรงงาน แต่คือ ‘Technology เชื่อม Customer Hub’

 

ปัจจุบัน allnex มีฐานการผลิต 6 แห่ง ได้แก่ Jiaxing, Zhuhai, Foshan, Suzhou, Fengxian และ Changshu และศูนย์นวัตกรรม 2 แห่ง

 

โดย China Hub ที่เมืองเจียซิง เป็นฐานที่มีความหลากหลายของผลิตภัณฑ์มากที่สุดแห่งหนึ่งในเครือ allnex

 

เหตุผลสำคัญนอกจากมาจากดีมานด์ของตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดสารเคลือบอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมปลายทางจำนวนมาก ที่นี่มีโปรดักส์หลากหลาย ตั้งแต่สีทาเล็บ เครื่องจักร การขนส่ง ยานยนต์

 

โลหะอุตสาหกรรม บรรจุภัณฑ์ อิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึง EV แบตเตอรี่ ซึ่ง allnex ร่วมกับ Hohai University พัฒนา Joint Laboratory ด้านแบตเตอรี่ ตลอดจน แผงโซลาร์เซลล์ และพลังงานลม

 

ปริมาณการขายของ allnex ในจีนเพิ่มจากประมาณ 98,000 ตันในปี 2562 เป็น 144,000 ตันในปี 2567 หรือเติบโตเฉลี่ยราว 8% ต่อปี โดยมากกว่า 90% ของปริมาณดังกล่าวจำหน่ายให้ลูกค้าในจีน

 

แต่สิ่งที่ทำให้ China Hub มีความสำคัญมากกว่าการเป็นฐานผลิต คือ ‘ความเร็ว’ ของตลาดจีน หรือ China Speed

 

ตลาดจีนมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งในด้านเทคโนโลยี ความต้องการของลูกค้า และการแข่งขัน ทำให้การพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้องเดินให้ทันตลาด

 

ขณะเดียวกันบุคลากรต้องมีทั้งความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคและความเข้าใจลูกค้า

 

China Hub จึงทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อม R&D Manufacturing People Customer เข้าด้วยกัน เพื่อพัฒนานวัตกรรมและโซลูชันให้ตอบโจทย์ตลาดได้รวดเร็วขึ้น

 

ภาพประกอบ allnex China Hub ผสมผสานโลโก้และภาพโรงงาน 3

 

Iris Tang Managing Director & Vice President Commercial China กรรมการผู้จัดการ allnex ประเทศจีน ฉายภาพว่า ตลาดสีในจีนแบ่งเป็นสีทาอาคารราว 35% และสีอุตสาหกรรม 65% ซึ่งเป็นตลาดหลักของ allnex

 

และอยู่ระหว่างพัฒนา Pinghu Hub ในมณฑลเจ้อเจียง ใกล้นครเซี่ยงไฮ้

 

เหตุผลที่ allnex ขยายฐานในจีนเช่นกันนั้น ไม่ได้มีเพียงขนาดตลาด แต่เป็นโครงสร้างตลาดที่มีผู้ผลิตสีจำนวนมาก

 

โดยผู้ประกอบการระดับโลกมีสัดส่วนเพียงราว 16% ส่วนที่เหลือเป็นผู้ผลิตท้องถิ่น ทำให้บริษัทใช้แนวทาง ‘In China for China’

 

ตั้งทีมวิจัยและฐานผลิตใกล้ลูกค้า เพื่อรับโจทย์ พัฒนาสูตร และนำผลิตภัณฑ์ไปใช้งานได้รวดเร็ว

 

นอกจากนี้ ในตลาดยานยนต์ allnex พัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกับผู้ผลิตจีนรายใหญ่ อาทิ BYD, Geely, Xiaomi รวมถึงเทคโนโลยี Sag Control Agent (SCA) ที่ช่วยควบคุมการไหลย้อยของสี

 

ทำให้ฟิล์มสีมีความหนา เรียบ และเงางาม โดยมีแผนขยายการผลิต SCA มายังโรงงานระยอง คาดเริ่มเดินเครื่องต้นปี 2028

 

ภาพประกอบ allnex China Hub ผสมผสานโลโก้และภาพโรงงาน 4

ภาพประกอบ allnex China Hub ผสมผสานโลโก้และภาพโรงงาน 5

ภาพประกอบ allnex China Hub ผสมผสานโลโก้และภาพโรงงาน 6

 

ขณะเดียวกัน allnex ยังต่อยอดเทคโนโลยีเรซินสู่ตลาด Data Center อิเล็กทรอนิกส์ และแบตเตอรี่ลิเธียม ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคตทั้งจีน และในไทย

 

คาดว่า AI Data center จะเติบโตเฉลี่ยสูงถึง 21% ต่อปีในช่วง 5 ปีข้างหน้า

 

อีกปัจจัยหลักมาการขยายตัวของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และระบบกักเก็บพลังงาน พลังงานสะอาด โดยพัฒนาเรซินเป็นสารประสาน สารเติมแต่ง และสารช่วยกระจายตัว

 

Iris มองว่า จีนเป็นตลาดที่มีทั้งโอกาสและการแข่งขันสูง จากการเข้ามาของผู้เล่นรายใหม่อย่างต่อเนื่อง

 

สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงผลิตภัณฑ์ที่ดี แต่ต้องมีทีมในพื้นที่ที่เข้าใจลูกค้า ตัดสินใจได้เร็ว และเชื่อมโยงเทคโนโลยีจากเครือข่ายระดับโลกเข้ากับความต้องการเฉพาะของจีน

 

นี่คือแนวคิด ’China Speed’ ที่ผสานความเข้าใจตลาดท้องถิ่นเข้ากับเทคโนโลยีระดับโลก และเป็นแรงผลักดันให้ allnex ขยับจากผู้จัดหาวัตถุดิบสู่ พันธมิตรด้านเทคโนโลยี ของลูกค้า

 

ตัวอย่างชัดเจนคือการพัฒนาสารเคลือบสำหรับตู้คอนเทนเนอร์ที่ต้องการลด VOCs ซึ่ง allnex ทำงานร่วมกับผู้ผลิตสี ผู้ผลิตตู้คอนเทนเนอร์ สายการเดินเรือ รวมถึงสมาคมและพันธมิตรในอุตสาหกรรม เพื่อพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์ทั้งประสิทธิภาพ กระบวนการผลิต และความยั่งยืน

 

ดังนั้น คุณค่าของ China Hub จึงไม่ได้วัดจากจำนวนโรงงานหรือกำลังการผลิตเท่านั้น

 

แต่รวมถึงความสามารถในการนำ เทคโนโลยี นวัตกรรม และความเข้าใจลูกค้า มาพัฒนาผลิตภัณฑ์และตลาดใหม่

 

China Plus One

 

การให้ความสำคัญกับจีนไม่ได้หมายความว่า GC หรือ allnex จะพึ่งพาตลาดจีนเพียงแห่งเดียว โดยในวันที่บริษัททั่วโลกกระจายห่วงโซ่อุปทานตามแนวทาง China Plus One ฐานการผลิตในไทย เวียดนาม อินเดีย และภูมิภาคอื่นยิ่งมีความสำคัญ

 

“จุดแข็งของ allnex คือการเชื่อมโยงฐานการผลิตและองค์ความรู้ในแต่ละภูมิภาคเข้าด้วยกัน พร้อมใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศของจีน ทั้งกลยุทธ์ธุรกิจยุคใหม่ต้องผสานเทคโนโลยี ซัพพลายเออร์ บุคลากร และฐานลูกค้า” Iris ย้ำ

 

ภาพประกอบ allnex China Hub ผสมผสานโลโก้และภาพโรงงาน 7

 

โมเดลดังกล่าวเชื่อมกลับมายังประเทศไทย ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้าน Specialty Chemicals จาก allnex สู่ธุรกิจของ GC หลัง PTTGC เข้าถือหุ้น 100% ใน allnex

 

โดยนำความเชี่ยวชาญด้านประสิทธิภาพการดำเนินงานมาเสริมแกร่ง allnex ทั้งด้านการผลิต ต้นทุน และนวัตกรรม

 

ขณะที่ GC เรียนรู้การบริหารธุรกิจ Specialty Chemicals จาก allnex จีน

 

ต่อยอด ‘มาบตาพุด’ สู่ฮับเคมีภัณฑ์มูลค่าสูงคาร์บอนต่ำเอเชียแปซิฟิก

 

องค์ความรู้เหล่านี้ เป็นส่วนหนึ่งของ MTP Transformation ที่ PTTGC ต้องการยกระดับมาบตาพุดสู่ศูนย์กลางธุรกิจเคมีภัณฑ์มูลค่าสูงและคาร์บอนต่ำของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก นั่นเอง

 

ภาพประกอบ allnex China Hub ผสมผสานโลโก้และภาพโรงงาน 8

 

อีกหนึ่งในภาพที่ชัดเจนคือการลงทุนโรงงานผลิต SCA (Sagging Control Agent) ที่จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นโรงงานผลิต SCA แห่งแรกของ allnex นอกยุโรป มีกำหนดแล้วเสร็จช่วงปลายปี 2570

 

จะรองรับการใช้งานในชิ้นส่วนพลาสติกยานยนต์และตัวถังโลหะ โดยช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ กระบวนการผลิต และความยั่งยืน

 

ทั้งหมดสะท้อนการนำเทคโนโลยี Specialty ของ allnex มาต่อยอดในไทย สู่ระดับโลก

 

ขณะเดียวกัน การเติบโตของ allnex ไม่จำเป็นต้องมาจากการสร้างโรงงานขนาดใหญ่ใหม่ทุกครั้ง

 

เพราะโรงงาน Specialty มีความยืดหยุ่นในการผลิตหลายผลิตภัณฑ์ และบริษัทยังมีกำลังการผลิตที่เตรียมไว้ทั้งในจีน อินเดีย และสหรัฐฯ เพื่อรองรับดีมานด์ตลาด

 

กระจายความเสี่ยง ชี้พลังงานโลกยังท้าทาย

 

สำหรับแนวโน้ม ผลการดำเนินงานของ PTTGC ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ บริษัทคาดว่าจะเติบโตได้ดีจากการรักษาระดับปริมาณการผลิตให้ใกล้เคียงกับช่วงครึ่งปีแรก

 

แม้ Supply เข้าสู่ตลาดยังมีจำกัด เพราะบางโรงงานเลื่อนการเปิดเดินเครื่องออกไป

 

อย่างไรก็ตาม โรงกลั่นน้ำมันของ PTTGC ปัจจุบันเดินเครื่องที่ประมาณ 90% ด้วยส่วนหนึ่งเป็นผลจากนโยบายห้ามส่งออกน้ำมันของภาครัฐ ซึ่งไม่ได้กระทบต่ออุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องอย่างปิโตรเคมี

 

เพียงแต่ต้องปรับแผนนำเข้าโพรเพนและ LPG มาใช้เป็นวัตถุดิบเสริมกำลัง

 

ขณะที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและผลต่อทิศทางพลังงาน ยังมองว่า ราคาพลังงานยังมีแนวโน้มผันผวน และต้องจับตาใกล้ชิด

 

ภาพประกอบ allnex China Hub ผสมผสานโลโก้และภาพโรงงาน 9

 

โดย ณรงค์ศักดิ์ ทิ้งท้ายว่า โรงกลั่นและโรงงานปิโตรเคมีของ PTTGC ถูกออกแบบให้สามารถใช้วัตถุดิบได้จากหลายแหล่ง ไม่ได้พึ่งพาวัตถุดิบจากตะวันออกกลางเพียงแหล่งเดียว

 

“ภาพทั้งหมดนี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของ GC ที่ไม่ได้มอง Growth Engine จาก ‘ยอดขาย’ เพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับ Margin, Profitability และคุณภาพของ Portfolio ตลอดจนดูแลความมั่นคงพลังงานไปพร้อมกับบริษัทแม่ ปตท.” ณรงค์ศักดิ์ กล่าว

 

ลุ้นดีลใหญ่ กับอีกจิ๊กซอร์ของ GC

 

จาก Commodity สู่ Specialty
จาก Volume สู่ Value
จาก Product Supplier สู่ Technology Partner
และจาก China Market สู่ Innovation ‘allnex ‘China hub’

 

ท้ายที่สุด จีนยังสำคัญต่อ GC ไม่ใช่เพียงในฐานะตลาด แต่ในฐานะแหล่งเทคโนโลยี นวัตกรรม และอุตสาหกรรมแห่งอนาคตท่ามกลางภูมิรัฐศาสตร์และห่วงโซ่อุปทานโลกที่กำลังเปลี่ยนทิศ allnex China Hub จึงเป็นมากกว่าฐานผลิต

 

ขณะที่อีกก้าวสำคัญ GC ยังคงเดินหน้า ตั้งบริษัทร่วมทุนกับ SCGC ครอบคลุมโอเลฟินส์และโพลิโอเลฟินส์ ที่จะสรุปโครงสร้างดีลภายในเดือนตุลาคม 2569

 

หากเป็นไปตามแผน คาดว่าดีลนี้จะมีมูลค่าสูงถึงประมาณ 60,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นดีลที่มีมูลค่าที่สุดดีลหนึ่งในปีนี้

 

และจะเสริมแกร่งศักยภาพอุตสาหกรรมปิโตรเคมีไทย สู่กำลังผลิตขึ้นแท่น Top 10 โลก

 

2 ความเคลื่อนไหวจึงสะท้อนโจทย์ที่มาพร้อมโอกาส

 

หนึ่งจิ๊กซอร์ ยกระดับธุรกิจมูลค่าสูง

 

อีกจิ๊กซอร์ เพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจฐานเดิม เชื่อมถึงกัน

 

ในวันที่อุตสาหกรรมปิโตรเคมีเผชิญทั้งการแข่งขัน กำลังการผลิตส่วนเกิน

 

ความผันผวน และแรงกดดันจากภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics)

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories