Garmin เปิดตัว fēnix 9 และ fēnix 9 Pro สมาร์ทวอทช์มัลติสปอร์ตรุ่นใหม่ โดยรอบนี้เน้นการอัปเกรดฟังก์ชันสำหรับการฝึกซ้อมและกิจกรรมเอาต์ดอร์ พร้อมเพิ่มการเชื่อมต่อผ่าน LTE และดาวเทียมใน fēnix 9 Pro บางรุ่น
หนึ่งในฟีเจอร์ใหม่คือ Garmin Epic ที่สามารถนำกิจกรรมซึ่งบันทึกไว้หลายวัน หลายสัปดาห์ หรือหลายเดือนมารวมไว้เป็นเรื่องเดียว เช่น ทริปเดินป่า การแข่งขันจักรยานหลายสเตจ หรือโปรแกรมฝึกซ้อม พร้อมดูข้อมูลสุขภาพและสมรรถนะตลอดช่วงเวลาดังกล่าวผ่าน Garmin Connect
ด้านการฝึกซ้อม Garmin เพิ่ม Stamina Zones และ Stamina Curve สำหรับติดตามการเปลี่ยนแปลงของความอึดจากข้อมูลความฟิตและประวัติการฝึก เพื่อช่วยประเมินการใช้พลังงานระหว่างออกกำลังกาย รวมถึงเพิ่มข้อมูลสำหรับ Rowing Machine เช่น VO2 Max และ Power Curve และรองรับการฝึก Rucking ด้วยน้ำหนักสัมภาระสูงสุด 100 กิโลกรัม
ระบบนำทางได้รับการปรับใหม่เช่นกัน โดยเพิ่ม RAM จาก fēnix 8 จำนวน 50% พร้อม Map Engine ใหม่ ซึ่ง Garmin ระบุว่าสามารถเลื่อนดูแผนที่ได้เร็วขึ้นสูงสุด 30% ขณะที่หน่วยความจำเพิ่มเป็น 64GB สำหรับจัดเก็บแผนที่และเพลง
ส่วน fēnix 9 Pro เป็นรุ่นที่ได้รับการอัปเกรดเพิ่มเติม โดยมีตัวเลือกตัวเรือนไทเทเนียม และรุ่นขนาด 51 มม. มาพร้อมหน้าจอ AMOLED ขนาด 1.5 นิ้ว ความสว่างสูงสุด 3,000 นิต ซึ่งเป็นหน้าจอ AMOLED ที่ใหญ่ที่สุดในตระกูล fēnix จนถึงปัจจุบัน
บางรุ่นยังรองรับ LTE และการเชื่อมต่อดาวเทียมผ่าน inReach ทำให้สามารถโทร ส่งข้อความ แชร์ตำแหน่ง รวมถึงส่งสัญญาณ SOS ได้โดยไม่ต้องพกสมาร์ตโฟน โดยฟังก์ชันบางส่วนจำเป็นต้องใช้แผนบริการ inReach
Garmin ยังเปิดเผยข้อมูลจาก Garmin Connect ในประเทศไทยช่วงครึ่งแรกของปี 2026 พบว่า HIIT (High-Intensity Interval Training) หรือการออกกำลังกายความเข้มข้นสูงแบบสลับช่วงพัก เป็นกิจกรรมที่เติบโตสูงสุด 40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามด้วยการฝึก Strength Training 17% และการวิ่ง 8%
ด้านแบตเตอรี่ รุ่นขนาดใหญ่ของ fēnix 9 ใช้งานในโหมดสมาร์ทวอทช์ได้สูงสุด 29 วัน ส่วน fēnix 9 Pro รุ่น AMOLED สูงสุด 31 วัน และรุ่น Solar สูงสุด 57 วัน
สำหรับ fēnix 9 และ fēnix 9 Pro มีให้เลือก 3 ขนาด ได้แก่ 43, 47 และ 51 มม. โดย fēnix 9 มีราคาเริ่มต้น 33,490 บาท ส่วน fēnix 9 Pro เริ่มต้น 36,990 บาท และจะเริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทยวันที่ 15 กันยายน 2026









