×

ย้อนรอยวิกฤตคริปโต การล่มสลายของ FTX รอบนี้จะสั่นสะเทือนตลาดคริปโตได้เหมือนรอบ Mt.Gox ปี 2014 หรือไม่?

24.11.2022
FTX

เมื่อปี 2014 เว็บเทรดคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง Mt.Gox ถูกแฮ็ก Bitcoin ไปจำนวนมากถึง 840,000 BTC ทำให้ความเชื่อมั่นตลาดในเวลานั้นแย่มาก และทำให้ตลาดคริปโตเข้าสู่สภาวะตลาดหมีอย่างยาวนาน อย่างไรก็ตาม การวิเคราะห์จาก Chainalysis เผยว่า การล่มสลายของ FTX ในปี 2022 อาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมคริปโตน้อยกว่าเหตุการณ์ Mt.Gox

 

สรุปเหตุการณ์ Mt.Gox และ FTX

Mt.Gox เคยเป็นเว็บเทรดสกุลเงินดิจิทัลของโตเกียวที่ดำเนินการในระหว่างปี 2010-2014 ก่อตั้งโดย เจด แมคคาเลบ ซึ่งเขาได้ขายบริษัทให้กับ มาร์ก คาร์เพเลส ในเดือนมีนาคม ปี 2011 และถือหุ้นเป็นส่วนน้อย ก่อนที่เว็บเทรดจะล่มสลายในปี 2014 แมคคาเลบเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Ripple หรือเหรียญ XRP ก่อนที่เขาจะลาออกเพื่อไปพัฒนาแพลตฟอร์มการชำระเงินของตนเองอย่าง Stellar นั่นเอง


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


ในยุคนั้น Mt.Gox เป็นแพลตฟอร์มซื้อ-ขายสกุลเงินดิจิทัลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก ซึ่งมีส่วนแบ่งประมาณ 70% ของธุรกรรม Bitcoin ทั่วโลก

 

เหตุการณ์ฝันร้ายของนักลงทุนได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อเว็บเทรดถูกแฮ็ก Bitcoin ไปจำนวนมากถึง 840,000 BTC ทำให้บริษัทต้องปิดกิจการและยื่นล้มละลายในปี 2014 และมี Bitcoin เพียง 200,000 BTC เท่านั้นที่สามารถกู้คืนกลับมาได้ โดยส่วนที่เหลือยังคงสูญหายไป

 

เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ความเชื่อมั่นตลาดในเวลานั้นแย่มาก และทำให้ตลาดคริปโตเข้าสู่สภาวะตลาดหมีอย่างยาวนาน

 

การล่มสลายของ FTX ในเดือนที่ผ่านมามีความคล้ายคลึงกับ Mt.Gox เนื่องจากทั้งคู่เป็นแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตรายใหญ่ต้นๆ ของโลกทั้งคู่ โดย FTX เคยเป็นเว็บเทรดคริปโตอันดับ 2 ของโลก ก่อนที่จะประกาศล้มละลาย

 

หลังจากที่ FTX ยื่นเรื่องล้มละลายได้ไม่นานก็มีข่าวว่าเว็บเทรดถูกแฮ็ก แต่ปัจจัยที่ทำให้ FTX ต้องล่มสลายมาจากความกลัวที่ถาโถมเข้ามาในตลาดว่า FTX อาจล้มละลายตามรอยบริษัท Celsius เนื่องจากความกังวลที่นักลงทุนมีต่อเหรียญ FTT ซึ่งเป็นโทเคนดั้งเดิมของแพลตฟอร์ม ทำให้นักลงทุนแห่ถอนเงินออกจากแพลตฟอร์มจำนวนมาก ทำให้เกิดปัญหาสภาพคล่องจนต้องหยุดการถอนเงินและประกาศล้มละลายในที่สุด

 

Chainalysis เผยว่า การล่มสลายของ FTX อาจไม่ร้ายแรงเท่า Mt.Gox

บริษัทวิเคราะห์บล็อกเชน Chainalysis เปิดเผยว่า การล่มสลายของ FTX จะไม่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมคริปโตเคอร์เรนซีโดยรวมเท่าเหตุการณ์ Mt.Gox

 

อีริก จาร์ดีน หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Chainalysis วิเคราะห์ว่า เว็บเทรด Mt.Gox มีกระแสเงินไหลเข้าในเว็บเทรด (Exchange Inflows) เฉลี่ย 46% ของทั้งหมด ก่อนที่จะล่มสลายในปี 2014 ขณะที่ FTX มีกระแสเงินไหลเข้าในเว็บเทรดเพียง 13% ในปี 2019-2022

 

นอกจากนี้เมื่อปี 2014 Mt.Gox ยังเป็นผู้เล่นรายใหญ่เพียงรายเดียวในตลาดแบบรวมศูนย์ ในขณะที่ปี 2022 ตลาดคริปโตมีเว็บเทรดแบบรวมศูนย์หลายแห่ง รวมถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในแพลตฟอร์มการเงินแบบกระจายอำนาจ (DEX) เช่น Uniswap และ Curve

 

นักวิเคราะห์จาร์ดีนยังเชื่อว่า เมื่อพิจารณาจากปัจจัยพื้นฐานของตลาด อุตสาหกรรมคริปโตจะสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วและแข็งแกร่งขึ้นมากกว่าเดิม

 

เนื่องจากสถานการณ์ต่างๆ ที่มีความไม่แน่นอนสูงมาก อย่าลืมว่า ‘Not Your Key, Not Your Coins’ การจัดเก็บสินทรัพย์ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับนักลงทุนในขณะนี้คงมีเพียง Hardware Wallet เท่านั้น

 

การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงและความผันผวนสูงมาก นักลงทุนจึงควรกระจายความเสี่ยง ศึกษาหาข้อมูล และวางแผนในการลงทุนด้วยความรอบคอบ บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น

 

อ้างอิง:


READ MORE





Latest Stories