×

คาดปีนี้ต่างชาติใช้บริการโรงพยาบาลไทยกว่า 3.4 ล้านครั้ง กัมพูชา-เมียนมาศักยภาพสูง แนะต่อยอดตลาดนักท่องเที่ยวจีน

06.06.2018
  • LOADING...

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมิน ตลาดคนไข้ต่างชาติของโรงพยาบาลเอกชนไทยเติบโตต่อเนื่อง คาดว่าจะใช้บริการกว่า 3.42 ล้านครั้งในปี 2561 นี้ โดยแบ่งเป็นผู้ที่เดินทางมาท่องเที่ยวพร้อมกับรักษาพยาบาล หรือ Medical Tourism 2.5 ล้านครั้ง และกลุ่มชาวต่างชาติที่ทำงานในประเทศไทย หรือ Expat 9.2 แสนครั้ง ตลาดสำคัญยังเป็นลูกค้าชาวเอเชีย ได้แก่ ญี่ปุ่น เมียนมา กัมพูชา และจีน ซึ่งจะเข้ามาชดเชยรายได้จากกลุ่มคนไข้จากตะวันออกกลางที่มีจำนวนลดลงต่อเนื่องและมีแนวโน้มหดตัว

 

หากพิจารณาสัดส่วนคนไข้ชาวต่างชาติที่มาให้บริการโรงพยาบาลเอกชนไทยพบว่ากลุ่มตะวันออกกลางยังครองส่วนแบ่งสูงสุดที่ 12.5% รองลงมาคือเมียนมา 8.7% สหรัฐอเมริกา 6.2% สหราชอาณาจักร 5% ญี่ปุ่น 4.9% และกัมพูชา 2.2% สะท้อนกำลังซื้อของประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียนที่มีศักยภาพและเป็นโอกาสในการรุกตลาดสุขภาพของผู้ประกอบการไทย

 

สำหรับกลุ่มที่น่าจะต่อยอดและขยายตลาดได้ดีคือนักท่องเที่ยวชาวจีน ซึ่งคาดการณ์ว่าจะทะลุ 10 ล้านคนในปี 2561 นี้ แต่สัดส่วนของนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพชาวจีนเมื่อเทียบกับนักท่องเที่ยวจีนทั้งหมดที่มาไทยยังถือว่าไม่สูงนัก มีเพียง 6% หรือกว่า 4 หมื่นรายเท่านั้น ทั้งที่การให้บริการด้านการแพทย์ในประเทศจีนยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ คาดว่านักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของจีนที่เดินทางไปทั่วโลกจะขยายตัวถึง 6.5 แสนรายในปีนี้ โดยประเทศยอดนิยมสำหรับบริการด้านสุขภาพ ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และมาเลเซีย จึงยังมีโอกาสอีกมากของผู้ประกอบการไทยที่จะขยายตลาดนี้ โดยเฉพาะบริการสำหรับผู้มีบุตรยาก บริการด้านความงาม บริการด้านทันตกรรม และบริการสุขภาพเชิงบำบัด

 

ขณะที่กลุ่มคนไข้คนไทยยังเผชิญกับปัญหาเรื่องกำลังซื้อและการแข่งขันระหว่างโรงพยาบาลที่สูงมากขึ้น แม้จะมีโอกาสจากกลุ่มผู้สูงอายุในประเทศที่ต้องการบริการด้านการแพทย์มากขึ้น แต่ผู้สูงอายุในประเทศไทยยังมีระดับรายได้ที่ไม่สูงมากนัก โดยกลุ่มเป้าหมายสำคัญคือผู้สูงอายุที่มีรายได้ตั้งแต่ 1 แสนบาทต่อปีขึ้นไปที่ต้องการบริการที่รวดเร็วและสะดวกสบายจากโรงพยาบาลเอกชนภายใต้งบประมาณที่ไม่สูงเกินไป คาดว่าโดยภาพรวมโรงพยาบาลที่เน้นทำตลาดกลุ่มคนไทยจะขยายตัว 7-9% ในปีนี้

 

อ้างอิง: ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

X
Close Advertising